เครือข่ายสลัม 4 ภาคยื่นข้อเรียกร้องศาลากลางขอนแก่น นัด 5 ต.ค. ระดมกว่า 500 คนทวงความชัดเจน

เครือข่ายสลัม 4 ภาคยื่นข้อเรียกร้องศาลากลางขอนแก่น นัด 5 ต.ค. ระดมกว่า 500 คนทวงความชัดเจน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ก.ย. 2569 ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายบุญส่ง หมอยา แกนนำและประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดขอนแก่นกว่า 50 คน เดินขบวนเข้ายื่นหนังสือและข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะชุมชนริมทางรถไฟและพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัด พร้อมประกาศว่า วันที่ 5 ต.ค. 2569 เครือข่ายต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 500 คน จะเดินขบวนมายังศาลากลางจังหวัดอีกครั้ง เพื่อทวงถามความชัดเจนและแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่และที่ทำกิน รวมถึงเรียกร้องให้คงระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

การเดินขบวนครั้งนี้ เครือข่ายต้องการเข้าพบนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้อง โดยมีนายสวาท เบี้ยวโกฎิ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าพบ รับหนังสือ และรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องต่อไป

ระหว่างการเดินขบวนและพบปะกับเจ้าหน้าที่ที่มารักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงประชาชนที่มาติดต่อราชการที่ศาลากลาง ผู้ชุมนุมได้ตั้งต้นกฐินเพื่อขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา โดยระบุว่าจะนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เงินบริจาคทั้งหมดจากต้นกฐินจะส่งมอบผ่านบัญชีมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือด้านอาหารและสิ่งของที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยตามขั้นตอนต่อไป

นายบุญส่ง หมอยา กล่าวว่า วันที่ 5 ต.ค. เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก โดยเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดขอนแก่นจากเครือข่ายต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 500 คน จะร่วมกันเดินขบวนมายังศาลากลางจังหวัด เพื่อทวงถามความชัดเจนและแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่และที่ทำกินให้กับผู้ได้รับผลกระทบ หลังจากร่วมกันขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทั้งในระดับนโยบายและระดับท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหายังไม่ยุติ

นายบุญส่งระบุว่า โดยเฉพาะเครือข่ายชุมชนริมทางรถไฟ แม้ก่อนหน้านี้จะได้รับการแก้ไขด้วยการเช่าที่อยู่ทำกิน และเตรียมพัฒนาพื้นที่ตามแผนงานด้านต่าง ๆ แต่ต่อมาต้องย้ายอีกครั้งจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่

นายบุญส่งกล่าวว่า เครือข่ายได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่ทำกินมาอย่างต่อเนื่อง และทวงถามความชัดเจนจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยครั้งนี้ขอเรียกร้องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเพื่อส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรี รวม 6 ข้อ ประกอบด้วย

  1. ที่อยู่อาศัย คือ สิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญโดยประชาชน
  2. ร่าง พ.ร.บ.ทีโอดี (TOD) ของ สนข. ต้องไม่แย่งยึดที่ดินที่อยู่อาศัยของชุมชน
  3. ขยายเวลาแก้ไขปัญหาที่ดินรถไฟ 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน ทั่วประเทศ
  4. จัดตั้งสหกรณ์ ประเภทที่ 8 เคหสถานบ้านมั่นคง ใน พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542
  5. สนับสนุนโครงการห้องเช่าราคาถูก เป็นนโยบายหลักของกระทรวง พม.
  6. ไม่แก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ปกป้องระบบสุขภาพถ้วนหน้า

นายบุญส่งกล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญคือบัตรทองและนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค โดยตั้งคำถามถึงกรณีที่จะให้ประชาชนร่วมจ่าย พร้อมระบุว่า ประชาชนเสียภาษีอยู่แล้ว จึงเห็นว่าสิทธิสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลควรได้รับต่อไป

นายบุญส่งระบุด้วยว่า โดยส่วนตัว หากจะปรับภาษีจาก 7% เป็น 8% ก็เห็นด้วย แต่ขอให้คงสิทธิสวัสดิการบัตรทองและสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรคไว้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม

อย่างไรก็ตาม นายบุญส่งระบุว่า ภาคประชาชนยังไม่ได้รับเอกสารหรือข้อสรุปที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และยังไม่มีความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมตามข้อเรียกร้อง

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายทั้งหมดซึ่งรวมกลุ่มองค์กรของชาวชุมชนและหมู่บ้านที่ไม่มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน จำนวน 12 องค์กร ซึ่งขับเคลื่อนให้คนจนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง จะร่วมกันจัดขบวนรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ประจำปี 2569 ในวันที่ 5 ต.ค. ที่จะถึงนี้ เพื่อสื่อสารถึงประชาคมโลกและรัฐบาลไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญของที่อยู่อาศัย

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด