ขอนแก่น วัดศรีจันทร์สั่งพระพ้นสังกัด หลังภาพเก่าสมัยฆราวาสถูกเผยแพร่บนเฟซบุ๊ก

ขอนแก่น วัดศรีจันทร์สั่งพระพ้นสังกัด หลังภาพเก่าสมัยฆราวาสถูกเผยแพร่บนเฟซบุ๊ก

ขอนแก่น – วัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง มีคำสั่งให้พระรูปหนึ่งพ้นจากสังกัดวัดตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 หลังมีการเผยแพร่ชุดภาพบนเฟซบุ๊กพร้อมข้อความกล่าวอ้างเชื่อมโยงกับพระรูปดังกล่าว โดยพระสุธีวชิรธรรม (สาคร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ และเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าภาพเป็นข้อมูลจากปี 2566 ในช่วงที่บุคคลดังกล่าวสึกจากสามเณรและอยู่ในสถานะฆราวาส ไม่ได้เกิดขึ้นภายในวัดศรีจันทร์ แต่เมื่อภาพถูกเผยแพร่ออกไปอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อวัดและสร้างความเสียหายแก่คณะสงฆ์ จึงต้องดำเนินการตามระเบียบ ขณะที่พระรูปดังกล่าวออกจากวัดไปแล้วและยังไม่ได้ลาสิกขาที่วัดศรีจันทร์

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวตรวจสอบชุดภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่บนเฟซบุ๊กชื่อ “แม่ทัพลิง ทรงผ้าเหลือง” พบชายลักษณะอายุน้อย ตัดผมสั้น ไม่สวมเสื้อ นอนหลับตาอยู่บนเตียง โดยมือข้างหนึ่งจับมือบุคคลอีกคนซึ่งปรากฏให้เห็นเพียงบางส่วน ภายในห้องมีเครื่องนอนและหมอนโทนสีเทา หมอนลายแดง–ส้ม ผนังสีขาว และแผ่นไม้ทรงกลมบริเวณหัวเตียง

บางภาพมีสติกเกอร์อีโมจิปิดบังร่างกายส่วนกลาง ขณะที่ภาพระยะใกล้เห็นคราบสีขาวบริเวณแก้ม แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคราบชนิดใด ชุดภาพยังมีภาพหน้าจอโปรไฟล์ซึ่งใช้รูปบุคคลครองผ้าเหลืองรวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม จากภาพเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าชายบนเตียงเป็นบุคคลเดียวกับเจ้าของโปรไฟล์ รวมถึงไม่อาจระบุอายุ ชื่อ สถานที่ วันเวลา ความสัมพันธ์ของบุคคลในภาพ หรือสาเหตุที่ชายคนดังกล่าวนอนหลับตา

ภายหลังเพจดังกล่าวโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “เต็มข้อเต็มหน้าเลยนะ จังหวะน้ำมันเครื่องสาดในเม้น สำนักพุทธทำ ค ไรอยู่” ทำให้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้คณะสงฆ์และสำนักพุทธตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบของคณะสงฆ์ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเป็นพระสงฆ์ที่วัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง

ผู้สื่อข่าวจึงเข้าพบพระสุธีวชิรธรรม (สาคร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ และเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เพื่อสอบถามกรณีภาพของพระรูปหนึ่งที่เคยจำพรรษาอยู่ภายในวัดถูกเผยแพร่ โดยพระสุธีวชิรธรรมเปิดเผยว่า ทราบเรื่องเมื่อช่วงกลางวันของวันที่ 18 กันยายน หลังจากก่อนหน้านั้นมีพระผู้ใหญ่หลายรูปสอบถามถึงสถานการณ์ของวัด แต่ขณะนั้นยังไม่ทราบรายละเอียด

กระทั่งเสร็จจากวงฉันภัตตาหารและพาเจ้าอาวาสขึ้นรถกลับวัด จึงได้รับข้อมูลทางโทรศัพท์ พร้อมบอกเจ้าอาวาสว่าอย่าเพิ่งให้ข้อมูล และจะเป็นผู้จัดการเรื่องนี้เอง เนื่องจากเจ้าอาวาสตกใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พระสุธีวชิรธรรม (สาคร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ และเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น

พระสุธีวชิรธรรมกล่าวว่า พระรูปดังกล่าวมาอยู่ที่วัดประมาณ 2 ปี และกำลังเข้าสู่ปีที่ 3 มีความรับผิดชอบสูง ได้รับรางวัลคะแนนทำวัตรเช้าและเย็นสูงสุดของวัด ทำหน้าที่ตีระฆัง กวาดลานวัด และช่วยงานต่าง ๆ อย่างเรียบร้อย ก่อนเกิดเรื่องยังมีการหารือว่าจะมอบหมายงานเพิ่มเติมให้ เนื่องจากได้รับการประเมินว่ามีความรับผิดชอบเป็นอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้ พระรูปดังกล่าวยังช่วยจัดกิจกรรมธรรมะ จัดสถานที่และที่พักในวันพระ รวมถึงดูแลญาติโยมและโยมอุปัฏฐาก จึงทำให้พระภายในวัดตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพระสุธีวชิรธรรมระบุว่า พระทุกองค์ต่างตกใจและสับสน เพราะพระรูปดังกล่าวเข้าทำวัตรเช้าเย็นและเป็นผู้ช่วยจัดงานต่าง ๆ ให้ญาติโยมมาโดยตลอด

หลังทราบเรื่อง พระสุธีวชิรธรรมได้ส่งภาพไปยังผู้ช่วยเจ้าอาวาสทุกฝ่าย พร้อมสั่งให้ติดตามตัวและตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพระรูปดังกล่าวออกจากวัดไปแล้ว

ต่อมาจากการตรวจสอบได้รับรายงานว่า ภาพไม่ได้เกิดขึ้นภายในวัดศรีจันทร์ แต่เป็นข้อมูลจากปี 2566 ช่วงที่บุคคลดังกล่าวเคยเป็นสามเณร ก่อนสึกออกไปเป็นฆราวาส โดยข้อมูลที่ได้รับระบุว่า ขณะเกิดเหตุบุคคลดังกล่าวถูกมอมเมาและไม่ทราบว่ามีผู้บันทึกภาพไว้ จนกระทั่งภาพถูกเผยแพร่จึงทราบเรื่อง

พระสุธีวชิรธรรมคาดว่า เจ้าตัวอาจรู้เรื่องล่วงหน้าประมาณ 1–2 วันก่อนออกจากวัด ส่วนประวัติเดิม ทางวัดทราบเพียงว่าเป็นคนอุดรธานี แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเคยบวชหรืออยู่ที่ใดมาก่อน ภายหลังจึงบวชเป็นพระและเข้ามาอยู่ที่วัดศรีจันทร์ โดยทางวัดไม่เคยทราบเรื่องภาพดังกล่าวมาก่อน

ภายหลังตรวจสอบข้อมูล คณะสงฆ์วัดศรีจันทร์ได้ประชุมร่วมกันภายใน ก่อนถวายรายงานต่อเจ้าอาวาส ซึ่งมีคำสั่งให้พระรูปดังกล่าวออกจากวัดและพ้นจากสังกัดวัดศรีจันทร์ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 แม้ข้อมูลจะระบุว่าเหตุไม่ได้เกิดภายในวัดและเกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าตัวเป็นฆราวาส แต่เมื่อภาพถูกเผยแพร่ออกไปย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อวัดและสร้างความเสียหายแก่คณะสงฆ์ จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบ แม้จะมีความเห็นว่าสามารถอนุโลมให้อยู่เรียนหนังสือต่อได้ก็ตาม

พระสุธีวชิรธรรมย้ำว่า แม้เหตุจะไม่ได้เกิดภายในวัดและในขณะนั้นบุคคลดังกล่าวยังเป็นฆราวาส แต่ภาพที่เผยแพร่ออกมาทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อวัด จึงต้องให้ออกจากวัด

พระสุธีวชิรธรรมระบุอีกว่า พระรูปดังกล่าวยังไม่ได้ลาสิกขาที่วัดศรีจันทร์ เนื่องจากออกจากวัดไปแล้วและไม่สามารถติดตามตัวได้ หากยังอยู่ภายในวัดจะดำเนินการให้ลาสิกขาทันที แต่เมื่อวัดมีคำสั่งให้พ้นจากสังกัดแล้ว จึงไม่ใช่หน้าที่ของวัดที่จะติดตามตัวกลับมา ส่วนเจ้าตัวจะดำเนินชีวิตหรือพิจารณาสถานะของตนเองอย่างไรเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล

พร้อมยืนยันว่า หากประสงค์กลับมาบวชหรือกลับมาอยู่ที่วัดศรีจันทร์อีกจะไม่รับเข้าสังกัด โดยระบุว่า “ถ้าอาตมาเป็นฝ่ายปกครองเอง อาตมาไม่เอา ต้องไปอยู่ที่อื่น คุณไม่ควรคิดกลับขึ้นมาวัดศรีจันทร์อีก”

ขณะเดียวกัน วัดได้จัดทำคำสั่งและหนังสือรายงานไปยังคณะสงฆ์ระดับจังหวัด คณะสงฆ์ระดับภาค และสำนักงานพระพุทธศาสนาให้รับทราบตามขั้นตอนแล้ว

สำหรับระเบียบภายในวัด พระสุธีวชิรธรรมอธิบายว่า พระและสามเณรต้องเข้าร่วมทำวัตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 หรือขาดได้ไม่เกินร้อยละ 20 หากได้คะแนนเพียงร้อยละ 70 แม้จะขยันช่วยงาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสสามารถเสนอให้พิจารณาได้ แต่ต้องออกไปบำเพ็ญประโยชน์ที่วัดรอบนอกประมาณ 20 วัน โดยให้เจ้าอาวาสวัดปลายทางติดตามการบิณฑบาตและการปฏิบัติกิจ ก่อนกลับเข้าสังกัด ซึ่งบางรูปเลือกอยู่ที่วัดแห่งใหม่ต่อไป

นอกจากนี้ วัดยังตรวจสอบพฤติกรรมทั่วไป แม้แต่การวิ่งหรือส่งเสียงดังบนอาคารก็ต้องเรียกมาตักเตือน เพราะวัดดูแลทั้งการศึกษา สุขภาพ และความประพฤติของพระเณร โดยบางรูปมาจากครอบครัวที่มีปัญหา ไม่มีพ่อแม่ หรือมีผู้ปกครองติดคุกและเกี่ยวข้องกับยาบ้า บางรายคุณยายนำมาฝากให้วัดช่วยดูแลและส่งเรียนหนังสือ จึงต้องใช้ระเบียบและการอบรมอย่างใกล้ชิด

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด