ขอนแก่น ป้าดารับทราบข้อหา ปฏิเสธทั้งหมด ก่อนทำมินิฮาร์ตขึ้นรถกลับ นัดอัยการ 22 ต.ค. 69

ขอนแก่น ป้าดารับทราบข้อหา ปฏิเสธทั้งหมด ก่อนทำมินิฮาร์ตขึ้นรถกลับ นัดอัยการ 22 ต.ค. 69

ชมคลิป

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ สภ.เมืองขอนแก่น หลังป้าดา หรือ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ ป้าไข หรือ นางบัวไข สรสมุทร และบุคคลอื่นที่ถูกออกหมายเรียก รวม 9 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ให้ปากคำ และพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนปล่อยตัวกลับ เนื่องจากเป็นการเดินทางมาตามหมายเรียก ไม่ใช่การจับกุม โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง ขณะที่ป้าดายืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และมีกำหนดนัดพบอัยการวันที่ 22 ต.ค. 2569 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน ป้าดา ป้าไข และป้าบัวเรียน ลงจากชั้น 4 เพื่อเดินทางไปขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถด้านหน้า สภ.เมืองขอนแก่น โดยป้าดาให้สัมภาษณ์ว่า ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ตำรวจแจ้ง พร้อมระบุว่า ฝ่ายทายาทต้องการให้ตรวจสอบความเป็นมาของเจ้าอาวาส สถานะของวัด และกระบวนการเกี่ยวกับที่ดิน โดยอ้างว่าทายาทไม่เคยรับรู้หรือมีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งที่เป็นทายาทและผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามที่กล่าวอ้าง

ป้าดาระบุว่า “การเกิดเรื่องมันมีอยู่สองฝ่าย มีผิดกับถูก อยู่ที่ว่าใครผิดใครถูกก็ว่ากันไป แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะพิสูจน์ได้ภายในไม่ช้า” พร้อมยืนยันว่า “เราเป็นทายาท เราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เราเป็นเจ้าของโฉนด” และเห็นว่าข้อเท็จจริงจะพิสูจน์ได้ โดยความจริงต้องถูกเปิดเผย

ป้าดากล่าวต่อว่า ฝ่ายทายาทต่อสู้เรื่องที่ดินมานานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงวันสองวัน พร้อมตั้งคำถามถึงข้อมูลในสารบัญท้ายโฉนดที่ระบุชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นผู้ให้สัญญา ทั้งที่นายเฮียงเสียชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงมีการระบุให้นายเฮียงเป็นผู้ให้สัญญาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569

นอกจากนี้ ป้าดายังกล่าวถึงกรณีที่มีการพูดว่านายอนุทินสั่งให้โอนที่ดิน โดยระบุว่าจะสอบถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า หากโฉนดไม่สามารถใช้ยืนยันกรรมสิทธิ์ได้ ประชาชนจะพึ่งพาระบบที่ดินได้อย่างไร

ป้าดายังระบุว่า ฝ่ายนางบัวไขได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อสำนักงานที่ดินเมื่อประมาณ 7-8 วันก่อน และควรมีการตรวจสอบกรณีบุคคลที่นอนติดเตียงถูกนำมาเกี่ยวข้องกับการให้สัญญา รวมถึงตรวจสอบสติสัมปชัญญะและเรียกบุคคลข้างเคียงบริเวณหลังวัดมาสอบถาม

ป้าดายืนยันว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าที่ดินเป็นของวัด วัดถูกต้องตามกฎหมาย และเจ้าอาวาสถูกต้องตามกฎหมาย “เอาไปเลย ไม่ต้องมาถกเถียง” แต่ฝ่ายทายาทเห็นว่าตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมาได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว และเชื่อว่าปัญหาเกิดจากกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาที่รวมถึงความผิดตามมาตรา 112 ป้าดากล่าวว่าไม่กังวล เพราะความจริงต้องได้รับการพิสูจน์ พร้อมระบุว่า “เราเป็นของจริง” และ “ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟหลอม”

ขณะที่ป้าไขกล่าวถึงข้อกล่าวหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าไม่หนักใจ เพราะต้องการติดตามหาความจริง ทั้งสองฝ่ายระบุว่าได้ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมถึงกองปราบปราม โดยไม่ได้หมายความว่าต้องการเอาโฉนดคืนทันที แต่ต้องการให้ตรวจสอบสิ่งที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หลังให้สัมภาษณ์ ป้าดาบอกป้าไขว่าหิวข้าวและความดันขึ้นแล้ว ก่อนทำมือมินิฮาร์ตให้กล้องนักข่าว แล้วขึ้นรถตู้ออกจาก สภ.เมืองขอนแก่น โดยมีท่าทีอารมณ์ดีและไม่แสดงความเครียด

ด้าน พ.ต.อ. ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก. สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พร้อมด้วย พ.ต.ท. ศุภมินทร์ ล้วนโสม รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท. ปุณณริศร์ ธรานันทเศรษฐ์ รอง ผกก. (สอบสวน) และคณะพนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 9 ราย เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมาย

พ.ต.อ. ยศวัจน์ระบุว่า ผู้ต้องหา 8 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210, 362, 363, 365(2) และ 392 ส่วนนางบัวไข สรสมุทร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 137 และ 267 ขณะที่นางชมมณี น้อยจันทร์ พร้อมพวกรวม 3 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112

ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งอัยการตามขั้นตอน โดยนัดฝ่ายป้าและพวกเข้าพบอัยการในวันที่ 22 ต.ค. 2569 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

เรื่องล่าสุด