รัฐบาลชู “KKUVOLT มข.” ต้นแบบงานวิจัยสู่ตลาด ต่อยอดองค์ความรู้แบตเตอรี่กว่า 10 ปี วางฐานอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ไทย

รัฐบาลชู “KKUVOLT มข.” ต้นแบบงานวิจัยสู่ตลาด ต่อยอดองค์ความรู้แบตเตอรี่กว่า 10 ปี วางฐานอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ไทย

จากองค์ความรู้ด้านวัสดุแบตเตอรี่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นสั่งสมมานานกว่า 10 ปี วันนี้ “KKUVOLT” ก้าวพ้นจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการสู่การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จริง ครอบคลุมตั้งแต่แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS ล่าสุดรัฐบาลยกให้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไทยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างอุตสาหกรรมและกำลังคนด้านพลังงานแห่งอนาคตของประเทศ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มุ่งเชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด ควบคู่กับการเตรียมกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมใหม่

หนึ่งในกรณีที่สะท้อนแนวทางดังกล่าวอย่างชัดเจน คือ โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ “KKUVOLT” ซึ่งเป็นหน่วยงานวิสาหกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ต่อยอดองค์ความรู้และงานวิจัยด้านวัสดุแบตเตอรี่ที่สะสมมานานกว่าทศวรรษ จากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้งานและจำหน่ายได้จริง

ปัจจุบัน KKUVOLT มีผลิตภัณฑ์และโซลูชันหลากหลาย ตั้งแต่เซลล์แบตเตอรี่ INR 18650, Mini Power Bank, Conversion Kit แบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถกอล์ฟไฟฟ้า ตลอดจนแบตเตอรี่ที่ออกแบบตามความต้องการเฉพาะ หรือ Customized Solutions สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ ภาคพาณิชย์ ภาคอุตสาหกรรม และอุปกรณ์เฉพาะทาง

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการพัฒนา “ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่” หรือ Battery Energy Storage System (BESS) ซึ่งช่วยกักเก็บพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่ต้องการ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและลดความผันผวนของพลังงาน

KKUVOLT ได้พัฒนา BESS หลายรูปแบบ ทั้งแบบติดผนัง แบบเคลื่อนที่ และแบบที่สามารถต่อขยายความจุได้ รองรับตั้งแต่บ้านพักอาศัย ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงระบบที่มีความต้องการพลังงานสูง รวมทั้งพัฒนา Solar & BESS Solution สำหรับบ้าน เพื่อช่วยบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และรองรับการใช้พลังงานสะอาดในระยะยาว

ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนา BESS อินเวอร์เตอร์ และระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่พัฒนาโดยคนไทยสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ และสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต

จาก “ลิเทียม” สู่ “แบตเตอรี่เกลือ”

นอกจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแล้ว KKUVOLT ยังเดินหน้าพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion Battery) หรือที่เรียกกันว่า “แบตเตอรี่เกลือ” ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำคัญสำหรับระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากโซเดียมเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายกว่า และมีศักยภาพในการลดการพึ่งพาวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยขอนแก่นเคยนำ “นวัตกรรมแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า” ไปใช้งานจริงที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขณะที่ปลายปี 2568 KKUVOLT เปิดตัว Sodium Wall Typed BESS ระบบกักเก็บพลังงานโซเดียมไอออนแบบติดผนัง ซึ่งพัฒนาและผลิตโดยทีมวิศวกรไทย เพื่อรองรับการใช้งานเป็นพลังงานสำรองสำหรับที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน

ในด้านมาตรฐาน โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 และมหาวิทยาลัยระบุว่าเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบทรงกระบอกรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 2217-2548 รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลหลายรายการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย

รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ KKUVOLT ติดตามเทคโนโลยีถึงโรงงาน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ KKUVOLT มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี รองศาสตราจารย์นงลักษณ์ มีทอง ผู้อำนวยการโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมกระบวนการดำเนินงาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุมการติดตามศักยภาพด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ตลอดจนแนวทางสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเร่งนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปต่อยอดสู่ตลาด

KKUVOLT มีศูนย์วิจัยและพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสูตรวัสดุ การประกอบแพ็กแบตเตอรี่ ไปจนถึงการทดสอบด้วยเครื่องมือตามมาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการนำทรัพยากรภายในประเทศมาพัฒนาวัสดุขั้วไฟฟ้าขั้นสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของประเทศ

ไม่ได้สร้างแค่ “แบตเตอรี่” แต่สร้าง “คน” รองรับอุตสาหกรรมใหม่

อีกมิติหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือการสร้างกำลังคนไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นเปิดสาขาวิชาแบตเตอรี่และพลังงานใหม่ เพื่อผลิตบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้และทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต

แนวทางดังกล่าวทำให้ KKUVOLT ไม่ได้มีบทบาทเพียงฐานการผลิตแบตเตอรี่ แต่กำลังเชื่อมโยง “งานวิจัย–การผลิต–ภาคธุรกิจ–การพัฒนากำลังคน” เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีต้นน้ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดสอบมาตรฐาน การนำไปใช้งานจริง ไปจนถึงการสร้างบุคลากรที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรม

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การสนับสนุน KKUVOLT สะท้อนทิศทางของรัฐบาลและกระทรวง อว. ที่ต้องการผลักดันให้งานวิจัย “ออกจากห้องแล็บ ไปถึงตลาด” และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในรูปของทางเลือกด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างงานและทักษะใหม่สำหรับคนไทย

จากงานวิจัยด้านวัสดุแบตเตอรี่ที่เริ่มต้นในมหาวิทยาลัยเมื่อกว่าทศวรรษก่อน สู่โรงงาน ผลิตภัณฑ์ และระบบกักเก็บพลังงานที่นำไปใช้งานจริง พัฒนาการของ KKUVOLT จึงสะท้อนอีกบทบาทหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยให้กลายเป็นเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และมีส่วนวางรากฐานให้อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของประเทศไทยเติบโตจากองค์ความรู้และนวัตกรรมของคนไทย

เรื่องล่าสุด