ตำรวจท่องเที่ยวติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเลยในคดีเกี่ยวกับการร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นได้ครบทั้ง 3 ราย หลังระบบกล้อง AI ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นตรวจพบหนึ่งในผู้ต้องหา ก่อนเจ้าหน้าที่แกะรอยต่อเนื่อง 6 วัน และกระจายกำลังเข้าจับกุมพร้อมกัน 3 จุดในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2569 พ.ต.อ.รนภัทร เพ็งหยวก ผกก.1 บก.ทท.2 (ขอนแก่น) พร้อมด้วย พ.ต.ท.วัชรธร ธีรเมทถิรชญาภา สว.กก.1 บก.ทท.2 และ ร.ต.อ.เพราพงศ์พันธุ์ คีรีเกษตร รอง สว.กก.1 บก.ทท.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมนายหนึ่ง (นามสมมติ) ซึ่งเจ้าตัวไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อและนามสกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเลย ในคดีเกี่ยวกับการร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น
การจับกุมเกิดขึ้นหลังระบบกล้อง AI ที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ใช้เทคโนโลยีตรวจจับและเปรียบเทียบใบหน้า ก่อนแจ้งเตือนว่าพบบุคคลที่มีลักษณะตรงกับนายหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเลย
พ.ต.อ.รนภัทร กล่าวว่า หลังระบบกล้องยืนยันตัวบุคคล ชุดสืบสวนจึงเร่งแกะรอยติดตาม และพบว่ายังมีผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเดียวกันหลบหนีอยู่อีก 2 ราย คือ นางสอง และนายสาม
จากการติดตามเบาะแสพบว่า นายหนึ่งหลบหนีไปพักอาศัยกับแฟนใหม่ในพื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ส่วนนางสองหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ขณะที่นายสามหลบหนีไปพักอยู่ภายในคอนโดมิเนียมย่าน ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น
ชุดสืบสวนจึงกระจายกำลังพร้อมกัน 3 จุด เพื่อจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดตามหมายจับ ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาระบุว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุทวงหนี้นอกระบบจากผู้เสียหายรายหนึ่งในเขต จ.เลย โดยนำผู้เสียหายไปกักขังและทวงหนี้ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ก่อนปล่อยตัวไป และต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความเอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมด
พ.ต.อ.รนภัทร กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะ หรือ AI Camera เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการติดตามผู้ต้องหาหลบหนีคดี หลังระบบตรวจพบใบหน้าบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่ ก่อนนำไปสู่การสืบสวนขยายผลและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเดียวกันได้ครบทั้ง 3 ราย
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. มีนโยบายติดตั้งกล้องทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2567 จนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 30 จุดทั่วประเทศ โดยการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผู้ต้องหารายที่ 939 ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงคาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


