🧠 Gaslighting คืออะไร? รู้ทันการบงการทางจิตใจ ทำให้สงสัยตัวเองและสูญเสียความมั่นใจ

Gemini_Generated_Image_r077ygr077ygr077

💭 ทำให้สงสัยความคิดตัวเอง
🗣️ ปฏิเสธและบิดเบือนเหตุการณ์
😟 ทำให้กังวลและรู้สึกผิด
💔 บั่นทอนความมั่นใจในตัวเอง
🧩 เสี่ยงสูญเสียตัวตน
🌧️ กระทบสุขภาพจิตระยะยาว
👥 อาจทำให้แยกตัวจากสังคม
📝 จดบันทึกช่วยยืนยันความจริง
🛑 ตั้งขอบเขตเพื่อปกป้องตัวเอง
🤝 ขอความช่วยเหลือเมื่อรับมือไม่ไหว

 

Gaslighting คือรูปแบบหนึ่งของการบงการหรือควบคุมทางจิตใจในความสัมพันธ์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยที่ผู้ถูกกระทำไม่ทันรู้ตัว ผู้บงการอาจใช้วิธีปฏิเสธสิ่งที่เคยพูด บิดเบือนเหตุการณ์ หรือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองคิดมาก อ่อนไหวเกินไป หรือเข้าใจผิดอยู่เสมอ จนในที่สุดผู้ถูกกระทำอาจเริ่มสงสัยในความคิด ความทรงจำ และความรู้สึกของตัวเอง และค่อย ๆ สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง

Gaslighting คืออะไร?

Gaslighting เป็นรูปแบบหนึ่งของการควบคุมทางจิตใจในความสัมพันธ์ โดยทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าใจผิด อ่อนไหวเกินไป หรือมีความทรงจำที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง พฤติกรรมดังกล่าวสามารถทำให้ผู้ถูกกระทำเกิดความสับสนและพึ่งพาการยืนยันจากผู้บงการมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งท้ายที่สุดอาจทำให้ผู้บงการมีอำนาจและควบคุมอีกฝ่ายได้มากขึ้น

พฤติกรรมลักษณะนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เมื่อเกิดซ้ำ ๆ ผู้ถูกกระทำอาจเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า สิ่งที่ตัวเองจำได้เป็นความจริงหรือไม่ ความรู้สึกของตัวเองถูกต้องหรือเปล่า หรือแท้จริงแล้วตัวเองเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดหรือไม่

สัญญาณว่าคุณอาจกำลังถูก Gaslighting

หนึ่งในสัญญาณที่ควรสังเกตคือ คุณกลายเป็นฝ่ายที่ต้องเอ่ยคำขอโทษอยู่เสมอ จนรู้สึกว่าแทบทุกเรื่องกลายเป็นความผิดของตัวเอง ขณะเดียวกันอาจเริ่มเชื่อว่าตัวเอง “ทำอะไรไม่ถูกเลย” ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูผิดไปหมด

นอกจากนี้ อาจเกิดความรู้สึกกังวลอยู่ตลอดเวลาและกลัวว่าจะทำให้ใครไม่พอใจ ความมั่นใจในตัวเองค่อย ๆ ลดลงจนรู้สึกว่าไม่รู้จักตัวเองเหมือนเดิม รวมถึงเริ่มตั้งคำถามกับความคิดของตัวเองบ่อยครั้งและไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง

ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวอาจรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนไม่มีใครเข้าใจ รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างหรือแปลกแยก และอาจผิดหวังในตัวเองอยู่บ่อยครั้ง พร้อมทั้งกลัวว่าคนอื่นจะผิดหวังในตัวเองเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การมีสัญญาณเหล่านี้เพียงข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้หมายความว่ากำลังถูก Gaslighting อย่างแน่นอน สิ่งสำคัญคือควรพิจารณารูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และบริบทของความสัมพันธ์ร่วมด้วย

Gaslighting ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์อย่างไร?

Gaslighting สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบประการแรกคือ การสูญเสียตัวตน (Loss of Self-Identity) ผู้ถูกกระทำอาจสูญเสียความเชื่อมั่นในสัญชาตญาณ ความคิด และการตัดสินใจของตัวเอง จนต้องหันไปพึ่งพาการรับรองจากอีกฝ่ายเพื่อบอกว่าอะไรคือความจริง

อีกด้านหนึ่งคือ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ความสับสน ความเครียด และความรู้สึกไร้ค่าที่สะสมต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้นได้

นอกจากนี้ยังอาจเกิด การพึ่งพาผู้บงการ (Dependency) เมื่อผู้ถูกกระทำไม่มั่นใจในการรับรู้ของตัวเอง ก็อาจต้องพึ่งพาคำยืนยันจากผู้บงการมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อทำความเข้าใจว่า “อะไรคือความจริง”

อีกผลกระทบที่ควรระวังคือ การแยกตัวทางสังคม ผู้บงการอาจพยายามทำให้ผู้ถูกกระทำห่างเหินหรือแตกหักจากเพื่อนและครอบครัว เมื่อเครือข่ายสนับสนุนลดลง ผู้ถูกกระทำก็อาจรู้สึกโดดเดี่ยวและตกอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ง่ายขึ้น

วิธีรับมือและออกจากวงจร Gaslighting

สิ่งแรกคือ ตระหนักรู้และยืนยันความเป็นจริงของตัวเอง หากเริ่มรู้สึกว่าความทรงจำหรือการรับรู้ของตัวเองถูกปฏิเสธและบิดเบือนอยู่บ่อยครั้ง อาจลองจดบันทึกเหตุการณ์ คำพูด หรือสิ่งที่เกิดขึ้นไว้เป็นหลักฐานส่วนตัว ไม่ว่าจะในไดอารี่หรือโน้ต เพื่อช่วยทบทวนเหตุการณ์ในภายหลัง

ต่อมาคือ ตั้งขอบเขต (Set Boundaries) บอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าคุณไม่ยอมรับพฤติกรรมที่บิดเบือนความเป็นจริงหรือทำให้คุณต้องสงสัยในตัวเองซ้ำ ๆ การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องตัวเอง

อีกสิ่งสำคัญคือ หาการสนับสนุนจากคนที่ไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน สมาชิกในครอบครัว นักบำบัด หรือผู้ให้คำปรึกษา บุคคลภายนอกที่ไว้ใจได้อาจช่วยให้คุณมองสถานการณ์จากมุมอื่น และช่วยยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ตัดสินคุณ

สำหรับบางกรณี การถอยห่างจากผู้บงการ อาจเป็นทางเลือกที่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือสุขภาพจิตอย่างรุนแรง การยุติหรือลดการติดต่ออาจช่วยหยุดวงจรการบงการได้

หากความสัมพันธ์มีการข่มขู่ ควบคุม หรือทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ควรรับมือเพียงลำพัง ควรขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่ไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยประเมินสถานการณ์และวางแผนเพื่อความปลอดภัยได้

ท้ายที่สุด Gaslighting ไม่ได้หมายความเพียงแค่การทะเลาะกัน การคิดเห็นไม่ตรงกัน หรือการจำเหตุการณ์แตกต่างกัน เพราะความขัดแย้งในความสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ สิ่งที่ควรจับตาคือ รูปแบบการบิดเบือนและลดทอนการรับรู้ของอีกฝ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนทำให้อีกฝ่ายสูญเสียความมั่นใจและพึ่งพาผู้บงการมากขึ้น

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองต้องขอโทษตลอดเวลา ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่เชื่อความคิดของตัวเอง หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง การหยุดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจได้อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกลับมาปกป้องตัวเองและสร้างความมั่นใจขึ้นอีกครั้ง

#Gaslighting #สุขภาพจิต #ความสัมพันธ์เป็นพิษ #บงการทางจิตใจ #รักตัวเอง

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์

เรื่องล่าสุด