พระครูอดุลสารนิเทศเทศนาธรรมนักศึกษา มข. ชูหลัก “4 ศ” วอนอย่านำวัดไปเปรียบเทียบวัดอื่น

169

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ผศ. ดร.รัฐการ บัวศรี หัวหน้าสาขาวิชาบริหารธุรกิจบัณฑิต คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย นำนักศึกษาชั้นปีที่ 1 กว่า 40 คน เข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พร้อมนิมนต์เทศนาธรรมในรายวิชาจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อให้นักศึกษานำหลักธรรมไปปรับใช้กับการเรียน การดำเนินชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม โดยพระครูอดุลสารนิเทศได้ถ่ายทอดแนวทาง “4 ศ” ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และนิติศาสตร์ พร้อมขออย่านำหลวงพ่อไปเปรียบเทียบกับวัดอื่น เนื่องจากแต่ละวัดมีบริบทแตกต่างกัน

กิจกรรมครั้งนี้ คณะอาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมกันทำความสะอาดวัดและรับฟังการเทศนาธรรม โดยมีญาติธรรมที่มาทำบุญภายในวัดร่วมรับฟังด้วย

ผศ. ดร.รัฐการ กล่าวว่า ตามปกติจะนำนักศึกษาออกทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และฟังธรรมเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้ได้นำนักศึกษาจากวิทยาเขตหนองคายที่กำลังศึกษาที่ขอนแก่นมาจัดกิจกรรม เพื่อให้นักศึกษามีแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง

เนื้อหาที่พระครูอดุลสารนิเทศนำมาเทศน์เป็นเรื่องที่ไม่มีอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอน โดยนักศึกษาต่างชื่นชอบและบอกว่าสามารถมองเห็นเป็นรูปธรรม รวมทั้งสัมผัสได้จริง เนื่องจากเจ้าอาวาสใช้ธรรมชาติและเรื่องรอบตัวเป็นสื่อในการสอน แตกต่างจากการเรียนภายในห้องเรียนที่มีตำราเป็นหลัก

ผศ. ดร.รัฐการ กล่าวว่า เชื่อว่านักศึกษาจะสามารถนำหลักธรรมที่ได้รับไปปรับใช้ได้ตลอดชีวิต และถือเป็นโอกาสอันดี เนื่องจากครั้งนี้เป็นการเทศน์อย่างเป็นทางการและออกสื่อเป็นครั้งแรกของพระครูอดุลสารนิเทศ เมื่อทราบภายหลังจึงรู้สึกตกใจและถือเป็นบุญ รวมทั้งรู้สึกว่ามีดวงสมพงษ์กับเจ้าอาวาส ประกอบกับตนเป็นลูกหลานชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นและเห็นวัดแห่งนี้มาตั้งแต่วัยเด็ก

ผศ. ดร.รัฐการ กล่าวอีกว่า จากการพูดคุยพบว่า พระครูอดุลสารนิเทศเรียนรู้จากธรรมชาติและสามารถนำมาใช้สอนผู้คนได้เป็นอย่างดี จึงนิมนต์ให้เทศน์เพื่อเติมเต็มความรู้แก่นักศึกษา ทั้งด้านการเรียน การใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกันในสังคม และการเคารพกฎหมาย ผ่านแนวทาง “4 ศ” ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และนิติศาสตร์

สำหรับ “เศรษฐศาสตร์” หมายถึง การใช้ชีวิตและการบริหารจัดการเงิน ส่วน “รัฐศาสตร์” คือ การรู้จักปกครองตนเองให้ได้ก่อนที่จะปกครองผู้อื่น ขณะที่ “สังคมศาสตร์” คือ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นโดยไม่ทำให้ผู้อื่นหรือตนเองเดือดร้อน ซึ่งเป็นเรื่องของความรับผิดชอบ และ “นิติศาสตร์” คือ การเคารพกฎหมายและกฎของสังคม

ทั้งนี้ ในกิจกรรมได้มอบหมายให้นักศึกษารับฟัง จับใจความ และสรุปสาระสำคัญจากการเทศนาธรรม ก่อนนำไปต่อยอดในการเรียน โดยในอนาคตจะนำหลักการของศาสตร์แต่ละแขนงมาศึกษาและปรับใช้ เพื่อเติมเต็มทั้งด้านการศึกษา การดำเนินชีวิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม

นอกจากนี้ ผศ. ดร.รัฐการ เชื่อว่าจะสามารถต่อยอดไปสู่ศาสตร์อื่นได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่องค์ความรู้ต่าง ๆ จะมีผลต่อการดำเนินชีวิต และช่วยให้นักศึกษาเตรียมพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้อย่างเหมาะสม

ด้านพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ทุกคนมาเรียนรู้ตามตำรา แต่หลวงพ่อเรียนรู้จากธรรมชาติ เพราะหากถกเถียงกันในเรื่องตำราย่อมไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนผู้ที่จะเรียนรู้จากธรรมชาติต้องเข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริง การกล่าวอ้างถึงสมัยพุทธกาลหรือสวรรค์เป็นเรื่องที่ไม่อาจมองเห็นหรือพิสูจน์ได้ จึงไม่ควรพูดเสมือนว่าเคยไปพบเห็นมาด้วยตนเอง ขณะที่แนวทางของหลวงพ่อคือการเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ได้ยึดตำราเป็นหลัก

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มุ่งสร้างวัตถุภายในวัด แต่นำกำลังไปช่วยเหลือจัดการศพให้แก่ผู้ยากไร้ ส่วนการปฏิบัติธรรม หากฝึกจนเข้าถึงแล้วก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ บางคนอาจเรียกว่า “แก้วสารพัดนึก” แต่หลวงพ่อไม่ใช้คำดังกล่าว เพราะการจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องสามารถตัดทุกสิ่ง ทั้งความรัก ความโลภ ความโกรธ และความหลงให้ได้ทั้งหมด

พร้อมยกตัวอย่างว่า เคยมีคนนำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มาถวาย 1 คัน แต่หากต้องเลือกระหว่างรถยนต์กับการตัดต้นไม้ 1 ต้น หลวงพ่อจะไม่รับรถยนต์และเลือกเก็บรักษาต้นไม้ไว้ เพราะรถยนต์หากไม่มีน้ำมันก็เป็นเพียงเศษเหล็ก แต่ผู้คนกลับพากันหลงใหลและให้คุณค่ากับวัตถุ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามกล่าวเพิ่มเติมว่า ขออย่างหนึ่ง อย่านำหลวงพ่อไปเปรียบเทียบกับวัดอื่น เพราะอาจทำให้คนที่อยู่ในวัดเสี่ยงเกิดอันตราย และแต่ละวัดมีบริบทแตกต่างกัน

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด