“ธงทอง” พบผู้ว่าฯ ขอนแก่น ขอคุ้มครองคณะสงฆ์วัดป่าอดุลยาราม เร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดเป็นชื่อวัด

“ธงทอง” พบผู้ว่าฯ ขอนแก่น ขอคุ้มครองคณะสงฆ์วัดป่าอดุลยาราม เร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดเป็นชื่อวัด

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมคณะ เข้าพบนายขจรเกียรติ รักพาณิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นหนังสือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอความอนุเคราะห์ถวายความปลอดภัยแก่คณะสงฆ์ และเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน กรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ณ วัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นยืนยันว่า การดำเนินการของจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ก่อนเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางไปยังวัดหนองแวง พระอารามหลวง เพื่อกราบนมัสการพระธรรมวชิรสารเมธี (ถนอม ชินวํโส) เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น และเจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

จากนั้น ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง พร้อมคณะ เข้าพบนายขจรเกียรติ เพื่อยื่นหนังสือด่วนที่สุด ที่ พศ 002/652 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องขอความอนุเคราะห์ถวายความปลอดภัยคณะสงฆ์และเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น

นายขจรเกียรติ กล่าวว่า การดำเนินการของจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช้าหรือนานเพียงใดนั้น ขอยืนยันว่ากฎหมายกำหนดไว้อย่างไรก็จะดำเนินการตามนั้น พร้อมฝากถึงประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นว่า อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประเด็นการคัดค้านการออกใบแทนและการเปลี่ยนชื่อจากนายเฮียง พิมพ์ฒรี มาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม รวมถึงกรณีที่ทายาทจะสามารถยื่นคัดค้านหรือยื่นฟ้องต่อศาลได้หรือไม่นั้น นายขจรเกียรติ กล่าวว่า เรื่องการฟ้องร้องมีการดำเนินการกันอยู่แล้ว ส่วนการยื่นคัดค้าน ฝ่ายวัดได้ยื่นเรื่องเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

ส่วนทายาทจะสามารถคัดค้านได้หรือไม่นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นระบุว่า ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และไม่สามารถให้คำตอบว่าได้หรือไม่ได้ เพราะอาจเสมือนเป็นการเอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ด้านศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า ตนพร้อมผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะ ได้เดินทางไปกราบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ก่อนเดินทางไปวัดหนองแวง พระอารามหลวง เพื่อกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพระสังฆาธิการผู้ใหญ่ที่กำกับดูแลเรื่องดังกล่าว และได้สอดส่องดูแลวัดป่าอดุลยารามมาตั้งแต่ต้น โดยมอบหมายให้รองเจ้าคณะจังหวัดและเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดเข้ามาดูแล

จากการพูดคุยกับเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น พบว่าท่านไม่มีความกังวลหรือห่วงใย เนื่องจากได้กำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีข่าวสารเกิดขึ้นก็ได้มอบหมายให้รองเจ้าคณะจังหวัดเข้าไปดูแลและให้กำลังใจกับพระภายในวัดป่าอดุลยารามมาโดยตลอด

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวอีกว่า การเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อขอบคุณจังหวัด ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ที่เข้ามาดูแลสุขภาพของเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังได้หารือเพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการอารักขาและดูแลความสงบเรียบร้อย โดยระบุว่าผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่ ขณะที่อีกประเด็นคือการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินและเอกสารทางราชการให้เป็นชื่อวัด เพื่อให้ตรงตามความเป็นจริงตามข้อกฎหมาย

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุว่า ขั้นตอนดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในกรณีการโอนที่ดินให้วัด โดยต้องขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ส่วนที่สองคือการดำเนินการของเจ้าพนักงานที่ดินในการเปลี่ยนชื่อในโฉนดเป็นชื่อวัด ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติของสำนักงานที่ดินอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความชัดเจน การดำเนินการจะต้องเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ โดยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุว่า คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าช้า

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวต่อว่า ได้นัดหมายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาและทีมงานเดินทางไปยังวัดหนองแวง พระอารามหลวง อีกครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและติดตามเรื่องดังกล่าว โดยเห็นว่าทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่น่ามีปัญหาในการดำเนินการ

ส่วนกรณีทายาทระบุว่าจะเปิดคลิปที่อาจทำให้เกิดความสั่นสะเทือน และคำถามว่าจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการที่กำลังดำเนินการหรือไม่นั้น ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า จากเอกสารหลักฐานของทางราชการและเรื่องราวที่ปรากฏต่อสาธารณะ ไม่มีอะไรที่กังวลหนักใจ โดยไม่สามารถห้ามความคิดหรือการปฏิบัติของผู้ที่มีความเห็นต่างได้ แต่ฝ่ายตนยึดความถูกต้องแม่นยำทางกฎหมายและพยานหลักฐาน

สำหรับประเด็นเรื่องการใช้ลายเซ็นของฝ่ายทายาทนายเฮียง ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุว่า ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดิน เนื่องจากในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ทราบรายละเอียดของขั้นตอนดังกล่าว และขอให้การดำเนินการเป็นเรื่องของเจ้าพนักงานที่ดินหารือกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด