เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ส.ค. 2569 ที่ห้องประชุมแก่นนคร อบจ.ขอนแก่น ซึ่ง กกต.กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 17-21 ส.ค. 2569 เปิดรับสมัครเป็นวันแรก โดยนายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น จับสลากได้หมายเลข 1 ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น ได้หมายเลข 2 ท่ามกลางนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น รวมถึงกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจ ขณะที่ กกต.ย้ำการปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด และระบุว่ามีความพร้อมจัดการเลือกตั้งในวันที่ 27 ก.ย. 2569 เต็ม 100%
นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.จ.ขอนแก่น และนายพันธ์เทพ เสาโกศล รอง ผวจ.ขอนแก่น ในฐานะประธาน กกต.อบจ.ขอนแก่น ร่วมสังเกตการณ์การรับสมัคร ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ขณะที่กองเชียร์ทยอยเดินทางมาร่วมให้กำลังใจจนล้นลานด้านหน้าห้องรับสมัคร โดย อบจ.ขอนแก่น จัดเตรียมเต็นท์ไว้อำนวยความสะดวกโดยรอบสถานที่รับสมัคร
เมื่อถึงเวลารับสมัคร นายพงษ์เจตน์ พรกุณา ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น ตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มาลงทะเบียน พบว่านายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ เดินทางมาเป็นลำดับแรก ตามด้วยนายวัฒนา ช่างเหลา โดย กกต.ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันในการจัดลำดับหมายเลขผู้สมัคร แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงดำเนินการจับสลากหมายเลข ผลปรากฏว่านายวัฒนาได้หมายเลข 1 ส่วนนายพงษ์ศักดิ์ได้หมายเลข 2 ก่อนดำเนินการสมัครรับเลือกตั้งตามขั้นตอนที่ กกต.กำหนด
ขณะเดียวกัน มีนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้า นายเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ นายการุณ โหสกุล รวมทั้ง ส.ส.ขอนแก่น พรรคกล้าธรรม อาทิ นายธนิก มาสีพิทักษ์ นายเอกชัย สืบสารคาม และนายปราชญา หงอกชัย ตลอดจน สจ.และผู้บริหาร อปท.ในเขต จ.ขอนแก่น มาร่วมให้กำลังใจนายวัฒนาเป็นจำนวนมาก
นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้สมัครหมายเลข 1 กล่าวว่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทุกคนมอบให้ พร้อมระบุว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เป็นเสมือนการคืนความบริสุทธิ์ให้กับตน โดยศาลระบุไว้ในคำพิพากษาว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงหรือทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายวัฒนา กล่าวว่า การตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้ เพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของชาวขอนแก่น โดยเฉพาะประชาชนที่เลือกตนในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วกว่า 330,000 คะแนน และจากคำพิพากษาของศาลที่เขียนไว้ว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง พร้อมขอโอกาสพี่น้องชาวขอนแก่นให้เข้าไปสานงานต่อในโครงการและนโยบาย “9ดี” ที่ทำค้างไว้
นายวัฒนา กล่าวว่า แม้จะดำรงตำแหน่งได้เพียง 1 ปีเศษ แต่ได้ผลักดันโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชนไว้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการก่องานใหม่ภายใต้นโยบาย “9ดี เฮ็ดต่อ” ที่มุ่งดูแลชาวขอนแก่นทุกช่วงวัย และใช้ศักยภาพของขอนแก่นทั้งด้านกีฬาและวัฒนธรรมมาสร้างเป็นพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างรายได้และดึงดูดเม็ดเงินให้คนขอนแก่น
สำหรับนโยบาย “9ดี เฮ็ดต่อ” นายวัฒนา ระบุว่า จะเป็นการต่อยอดนโยบาย “9ดี” จากครั้งที่ผ่านมา เพื่อสานต่อโครงการต่าง ๆ ที่ได้ริเริ่มไว้และก่องานใหม่ เช่น สนับสนุนให้เขตเมืองมีรถมินิบัสอีวีเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ สนับสนุนการแจ้งเรื่องร้องเรียนและปัญหาความเดือดร้อนผ่านมือถือ สนับสนุนให้ขอนแก่นเป็นเมืองหลวงหมอลำ สนับสนุนให้ 26 อำเภอ มี 26 แลนด์มาร์ค เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว สนับสนุนให้ลูกหลานขอนแก่นมีงานทำภายใต้แนวคิด “กลับบ้านเฮาสร้างบ้านเกิด” และส่งเสริมให้เด็กขอนแก่นเรียน 3 ภาษา ได้แก่ ไทย จีน และอังกฤษ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางไม่ให้มีผู้หลุดจากระบบการศึกษาเพราะไม่มีเงิน ผลักดันโครงการ “อยู่ไสกะรักษาใกล้บ้าน ไม่ต้องเข้าเมือง” สนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกแล้วต้องขายได้ และผลักดันให้ขอนแก่นจัดมหกรรมระดับโลก เช่น ฟุตบอลคิงส์คัพ
นายวัฒนา กล่าวต่อว่า อยากขอโอกาสพี่น้องชาวขอนแก่นเลือกตนเข้าไปทำหน้าที่นายก อบจ.ขอนแก่น อีกครั้ง โดยระบุว่ามีประสบการณ์และพร้อมทำงานต่อทันที ไม่ต้องเข้าไปแล้วทำนโยบายเดิมต่อไม่ได้หรือต้องรอแก้งบประมาณในปีถัดไป เพราะความเดือดร้อนของชาวขอนแก่นไม่สามารถรอปัญหาการเมืองได้
ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 กล่าวว่า แนวทางการทำงานจะมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา การรักษาพยาบาล การดูแลสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณี รวมถึงการสร้างรายได้ให้ประชาชน พร้อมให้ความสำคัญกับปัญหา PM2.5 การเผาป่า การอนุรักษ์ดินและน้ำ การส่งเสริมกีฬาและการป้องกันยาเสพติด ตลอดจนการดูแลผู้สูงอายุ สตรี และองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่
นายพงษ์ศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันงบลงทุนของ อบจ.ขอนแก่น เบิกจ่ายได้เพียงประมาณ 30% ขณะที่ใกล้สิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายน ทำให้กังวลว่างบประมาณที่เหลืออาจตกค้างและไม่สามารถส่งต่อไปถึงประชาชนได้ โดยระบุว่า ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ขอนแก่น สามารถบริหารงบประมาณและเบิกจ่ายงบลงทุนได้มากกว่า 90% ก่อนสิ้นปีงบประมาณ พร้อมมองว่าปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน
ด้านนายพงษ์เจตน์ พรกุณา ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น กล่าวว่า อบจ.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ในวันที่ 27 ก.ย. 2569 เต็ม 100% ด้วยงบประมาณจัดการเลือกตั้งทั้งจังหวัดประมาณ 70 ล้านบาท พร้อมย้ำเตือนผู้สมัครให้ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการใด ๆ ที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมายหรือผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ทั้งนี้ กกต.ขอนแก่น พร้อมส่งทีมสืบสวนสอบสวนลงทุกพื้นที่ เพื่อเฝ้าติดตามการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเข้มงวด และยังมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะได้รับความสนใจจากชาวขอนแก่น โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


