เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเปิดเอกสารยันวัดตั้งถูกกฎหมาย คดีผ่านศาล 3 ชั้น สำนักพุทธฯ ขอนแก่นยืนยันมีฐานะนิติบุคคล

IMG_3813
  • เจ้าอาวาสเปิดเอกสารยืนยันการจัดตั้งวัด
  • ระบุข้อพิพาทที่ดินผ่านศาล 3 ชั้นแล้ว
  • วัดได้รับอนุญาตตั้งเมื่อ 27 เม.ย. 2541
  • พุทธศาสนาฯ ยืนยันมีทะเบียนและรหัสวัด
  • วัดแจ้งความเหตุปิดทางเข้า–ออกแล้ว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังมีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนพร้อมหญิงอีก 1 คน นำท่อมาตั้งบริเวณประตูทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยารามทุกจุด พร้อมติดป้ายให้รื้อสิ่งปลูกสร้างภายในวัดออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ขณะที่เจ้าอาวาสเปิดเอกสารยืนยันวัดได้รับการจัดตั้งอย่างถูกต้อง และระบุว่าข้อพิพาทเรื่องที่ดินเคยผ่านการพิจารณาของศาลทั้ง 3 ชั้นแล้ว ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นยืนยันวัดได้รับอนุญาตให้ตั้งอย่างถูกต้องเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2541 และมีฐานะเป็นนิติบุคคล

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม อายุ 72 ปี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีที่มาจากข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดจำนวน 26 ไร่ ซึ่งนายเฮียง พิมพ์ศรี ถวายให้เพื่อใช้จัดตั้งวัดแห่งนี้ ก่อนที่ทายาทของนายเฮียงจะยื่นฟ้องขอที่ดินคืนเมื่อปี 2547

เจ้าอาวาสระบุว่า คดีดังกล่าวผ่านการพิจารณาของศาลทั้ง 3 ชั้นแล้ว โดยวัดเป็นฝ่ายชนะในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนศาลฎีกาไม่รับคดี ทำให้คดีดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดตามคำชี้แจงของเจ้าอาวาส

ทั้งนี้ วัดมีเอกสารสำเนาโฉนดที่ดินและภาพถ่ายขณะที่นายเฮียงถวายโฉนดให้วัดในพิธีทอดผ้าป่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2533 พร้อมเอกสารประกอบอื่น ได้แก่ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องตั้งวัดในพระพุทธศาสนา เล่มทะเบียนบ้านซึ่งมีชื่อเจ้าอาวาส บ้านเลขที่และสถานที่ตั้งวัด หนังสืออนุญาตให้สร้างวัด และตราตั้งเจ้าอาวาส

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า ทุกกรณีที่วัดถูกฟ้องร้องหรือถูกทายาทเรียกร้องให้คืนที่ดิน วัดมีเอกสารหลักฐานรองรับทั้งหมด โดยวัดยื่นขออนุญาตสร้างวัดในปี 2535 และได้รับประกาศตั้งวัดในปี 2541 ขณะที่นายเฮียง เจ้าของที่ดินซึ่งถวายที่ดินให้วัด เสียชีวิตในปี 2535 ก่อนสถานที่แห่งนี้จะได้รับการจัดตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้อง โดยก่อนหน้านั้นมีสถานะเป็นที่พักสงฆ์

เจ้าอาวาสเล่าว่า เมื่อมาจำพรรษาได้เห็นโฉนดที่ดินซึ่งเจ้าของที่ดินถวายให้หลวงพ่อเผย พระผู้ริเริ่มจัดตั้งพื้นที่แห่งนี้เป็นที่พักสงฆ์ ต่อมาหลวงพ่อเผยมอบหมายให้นายเคน ซึ่งเป็นคนสนิท นำโฉนดไปดำเนินการขออนุญาตสร้างวัด แต่นายเคนเสียชีวิตระหว่างการดำเนินงาน

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า วัดครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2533 กระทั่งถึงปี 2544 ญาติของผู้ถวายที่ดินไม่เคยยื่นฟ้องหรือดำเนินการใด ๆ วัดจึงอยู่อาศัยและใช้พื้นที่มาแล้วเกิน 10 ปี ก่อนที่ทายาทจะยื่นฟ้องต่อศาลในปี 2547

ภายหลังคดีผ่านศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาแล้ว ฝ่ายผู้ร้องได้นำเรื่องไปฟ้องเป็นคดีแพ่ง โดยอ้างสิทธิในฐานะผู้จัดการมรดกและอ้างถึงโฉนดฉบับเดิม ทั้งที่ผู้เป็นพ่อได้ถวายโฉนดให้วัดแล้ว และได้ลงนามยินยอมให้สร้างวัดต่อหน้านายอำเภอและฝ่ายที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่น โดยเจ้าอาวาสระบุว่า หากไม่มีการยินยอมดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดได้

เจ้าอาวาสกล่าวอีกว่า ฝ่ายผู้ร้องเคยนำเรื่องไปยื่นต่อศาลปกครอง ก่อนที่ศาลปกครองจะโอนคดีมายังศาลแพ่ง โดยในคดีแพ่งมีการฟ้องที่ดินจังหวัดขอนแก่นเป็นจำเลย ขณะที่เทศบาลนครขอนแก่นเป็นจำเลยที่ 1 และวัดป่าอดุลยารามเป็นจำเลยที่ 2

สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า ฝ่ายทายาทอ้างว่าได้ดำเนินการออกโฉนดมาแล้ว จึงให้บุคคลเข้ามาปิดทางเข้า–ออก เพราะถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของทายาท พร้อมติดป้ายกำหนดให้รื้อสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ภายหลังเกิดเหตุ ทางวัดจึงมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองขอนแก่นแล้ว

ด้านนางณัฏฐนันท์ เลี้ยวสกุลนำชัย นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากทะเบียนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดป่าอดุลยารามเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับอนุญาตให้จัดตั้งอย่างถูกต้อง มีทะเบียนและรหัสวัดที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

วัดป่าอดุลยารามได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2541 ซึ่งในขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมการศาสนา มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดตั้งวัด จึงยืนยันได้ว่าวัดป่าอดุลยารามจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีฐานะเป็นนิติบุคคล

ขณะที่อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า การตั้งวัดป่าอดุลยารามดำเนินการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานที่ใช้ดำเนินการจดทะเบียนวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายในขณะนั้น

ขั้นตอนเริ่มจากนำข้อมูลที่ดินซึ่งจะใช้สร้างวัดให้เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบว่าเป็นที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนส่งเรื่องให้นายอำเภอตรวจสอบกับเจ้าพนักงานที่ดินอำเภออีกครั้ง เมื่อพบว่าที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย วัดจะต้องจัดทำแผนผังแสดงตำแหน่งเสนาสนะ เช่น กุฏิและศาลา ว่าตั้งอยู่ในพิกัดใด โดยสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดต้องอยู่ภายในที่ดินที่ยื่นขออนุญาต หากไม่ตรงตามแผนผัง กระบวนการจะยุติทันที

เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว จะรายงานไปยังเจ้าคณะอำเภอเพื่อตรวจสอบ ขณะเดียวกันนายอำเภอจะรายงานเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบและดำเนินการตรวจสอบ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงรายงานไปยังเจ้าคณะจังหวัด ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา ซึ่งขณะนั้นเรียกว่ากรมการศาสนา

ส่วนกลางจะตรวจสอบย้อนกลับอีกครั้ง ทั้งความถูกต้องของที่ดิน แผนผังการก่อสร้าง และพิกัดของเสนาสนะ เมื่อข้อมูลทุกส่วนถูกต้องจึงออกใบอนุญาตสร้างวัด จากนั้นจึงก่อสร้างเสนาสนะตามพิกัดในแผนผัง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะต้องรายงานต่อเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงนาม

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นอธิบายว่า เมื่อได้รับอนุญาตให้ตั้งวัด จะมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสให้เข้ามาดูแลเสนาสนะที่สร้างขึ้น และวัดจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 โดยวัดป่าอดุลยารามมีฐานะดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2541

หลังได้รับแต่งตั้ง เจ้าอาวาสจะดำเนินการขอทะเบียนบ้านวัดและเพิ่มชื่อของตนในทะเบียนบ้าน ซึ่งวัดป่าอดุลยารามมีทะเบียนบ้านเลขที่ 350 หมู่ 16 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ใช้ชื่อในทะเบียนว่า “วัดป่าอดุลยาราม” จากนั้นจึงถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ให้ข้อมูลตรงกับทะเบียนบ้านวัด

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นยืนยันในฐานะผู้เคยปฏิบัติงานด้านนี้ว่า วัดป่าอดุลยารามผ่านขั้นตอนการจัดตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2541

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด