ขอนแก่นเกิดเหตุดินทรุดกระจายอยู่กลางไร่อ้อยและไร่นาของประชาชน บริเวณทางทิศตะวันตกของบ้านวังเจริญ หมู่ 2 ต.ห้วยม่วง อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น พบหลุมดินทรุดนับ 10 หลุม โดยบางหลุมมีความลึกประมาณ 5 เมตร สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านที่ต้องใช้พื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหาสาเหตุและหาแนวทางช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 4 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว หลังมีการเผยแพร่ภาพและข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนมีผู้ส่งต่อและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

นายคมเพชร ครสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่เพิ่งเกิดการทรุดตัว จากเดิมเป็นหลุมขนาดเล็ก ก่อนขยายเป็นหลุมกว้างประมาณ 7 × 8 เมตร ลึกประมาณ 5 เมตร ภายในที่นาของชาวบ้าน ส่งผลให้เจ้าของพื้นที่ไม่สามารถเข้าทำการเกษตรได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการตกลงไปในหลุมและได้รับอันตราย จากการสำรวจพื้นที่โดยรอบยังพบหลุมขนาดใหญ่อีกหลายจุด
นายคมเพชร กล่าวว่า ปัญหาดินทรุดไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานประมาณ 10 ปี โดยก่อนปี 2558 ไม่เคยพบเหตุลักษณะดังกล่าว ก่อนจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงแรกที่เกิดเหตุ นักธรณีวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยเข้าตรวจสอบ พร้อมให้ความเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นชั้นหินปูนที่มีโอกาสเกิดการทรุดตัวได้ โดยก่อนเกิดหลุมมักมีสัญญาณหลายลักษณะ เช่น พื้นดินทรุดตัวเล็กน้อย เกิดเป็นแอ่ง หรือมีอากาศผุดขึ้นมาในลักษณะคล้ายน้ำเดือด ก่อนจะยุบตัวเป็นหลุม

นายคมเพชร กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดระแวงให้กับชาวบ้านที่ออกมาทำไร่ ทำนา และทำสวน เนื่องจากไม่ทราบว่าพื้นดินจะยุบตัวเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ตกลงไปในหลุมหรือได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านต้องใช้ความระมัดระวังกันเอง
นายคมเพชร กล่าวอีกว่า ได้ประสานนักธรณีวิทยาและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ แต่ยังต้องรอผลจากผู้เชี่ยวชาญ ทุกครั้งที่เกิดเหตุ โรงโม่หินแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่จะนำหินคลุกมาถมหลุมเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่หลายหลุมหลังถมได้ไม่นานก็กลับมาทรุดตัวอีก บางจุดใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็เกิดการทรุดซ้ำ

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วงมีศักยภาพไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาขนาดใหญ่ จึงต้องประสานโรงโม่หินเข้ามาช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน อย่างไรก็ตาม พื้นที่เกษตรและแหล่งทำกินของชาวบ้านได้รับความเสียหายและสูญเสียไปจำนวนหนึ่ง แนวทางต่อไปจะประสานนักธรณีวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุและนำข้อมูลไปหารือร่วมกับหลายหน่วยงานในการกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
นายคมเพชร กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบ้านอยู่ด้วยความหวาดผวา จากเดิมที่เคยมาทำไร่ ทำนา พักอาศัย หรือนอนค้างในพื้นที่เกษตร ปัจจุบันไม่กล้าเข้ามา ขณะที่บางแปลงยังจำเป็นต้องทำการเกษตรอยู่ติดกับหลุมทรุดเพื่อเลี้ยงชีพ จากรายงานช่วงเช้าพบหลุมดินทรุดขนาดใหญ่ประมาณ 7–8 หลุม แต่ยังมีอีกหลายจุดที่ยังสำรวจไม่ถึง และคาดว่าอาจมีหลุมอยู่ภายในป่าอ้อยอีกจำนวนมาก
ด้านนางหนูศิลป์ พิมพ์ดี อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 260 หมู่ 7 ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนมีพื้นที่เกษตร 2 แปลง โดยแปลงแรกเป็นนาพื้นที่ 3 ไร่ พบหลุมดินทรุด 1 หลุม ซึ่งเริ่มยุบตัวตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 2569 และเมื่อเข้ามาตรวจสอบในวันที่ 4 ส.ค. พบว่าหลุมขยายตัวจนมีสภาพดังกล่าว พร้อมได้ยินเสียงดินลั่นจากการทรุดตัว
ส่วนอีกแปลงเป็นไร่อ้อยพื้นที่ 9 ไร่ พบหลุมขนาดใหญ่ 5 หลุม ขณะนี้ไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าจะตกลงไปในหลุม แม้จะรู้สึกตกใจ แต่ยังจำเป็นต้องดำนาให้แล้วเสร็จเพื่อประกอบอาชีพและเลี้ยงครอบครัว
นางหนูศิลป์ กล่าวว่า ชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุอาจเกิดจากการทำเหมืองของโรงโม่หินและการสูบน้ำใต้ดิน จนทำให้ดินทรุดตัว จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ พร้อมพิจารณาเงินเยียวยาช่วยเหลือ เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดหลุมไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน



Leave a Response