☕ แพทย์เตือน 4 เมนูกาแฟยอดนิยม ดื่มประจำเสี่ยงน้ำตาล-ไขมันสูง แนะเลือกกาแฟดำดีต่อสุขภาพกว่า

Gemini_Generated_Image_iualo9iualo9iual

🍊 กาแฟส้มเสี่ยงได้รับน้ำตาลฟรุกโตสสูง
🥛 กาแฟนมใส่ไซรัปเพิ่มแคลอรีไม่รู้ตัว
📦 กาแฟ 3 in 1 น้ำตาลและครีมเทียมสูง
🧋 กาแฟโบราณหวานมัน พลังงานสูง
⚕️ นพ.อรรถสิทธิ์แนะเลือกกาแฟไม่เติมน้ำตาล
🌱 กาแฟคั่วอ่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า

 

กาแฟถือเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก และเป็นส่วนสำคัญในกิจวัตรประจำวันของใครหลายคน โดยแม้กาแฟจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ทั้งช่วยเพิ่มความตื่นตัวและมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเลือกเมนูกาแฟที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาล ไขมัน และพลังงานเกินความจำเป็น จนนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคเรื้อรังในระยะยาว

นพ.อรรถสิทธิ์ ศักดิ์สุธาพร เจ้าของช่อง YouTube “อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ” เปิดเผยถึง 4 เมนูกาแฟที่ไม่ควรดื่มเป็นประจำ เนื่องจากมีส่วนผสมที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากบริโภคอย่างต่อเนื่อง

เมนูแรกคือ “กาแฟส้ม” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยหลายร้านมักใช้น้ำส้มสำเร็จรูปหรือน้ำส้มกล่องเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีการเติมน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณสูง การได้รับฟรุกโตสมากเกินไปเป็นประจำอาจส่งผลให้ระดับไตรกลีเซอไรด์และกรดยูริกในเลือดเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและกลุ่มอาการเมตาบอลิกได้

เมนูที่สองคือ กาแฟใส่นมและไซรัป เช่น ลาเต้ คาปูชิโน่ มอคค่า หรือกาแฟแต่งรสชาติ ซึ่งมักมีการเติมไซรัปหรือน้ำเชื่อมเพื่อเพิ่มรสหวาน ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงโดยไม่รู้ตัว แพทย์แนะนำว่าหากชื่นชอบกาแฟนม ควรลดหรือหลีกเลี่ยงการเติมน้ำเชื่อม เลือกใช้นมไม่หวาน หรือนมพืชสูตรไม่เติมน้ำตาล เช่น นมโอ๊ต นมอัลมอนด์ หรือนมถั่วเหลือง เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำตาลและแคลอรี

เมนูที่สามคือ กาแฟสำเร็จรูปแบบ 3 in 1 ซึ่งแม้จะได้รับความนิยมจากความสะดวกในการชงดื่ม แต่ส่วนใหญ่มักมีทั้งน้ำตาลและครีมเทียมในปริมาณสูง การดื่มเป็นประจำอาจทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลเกินความจำเป็น ส่งผลต่อระดับไขมันในเลือด น้ำหนักตัว และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มหลายซองต่อวัน

ส่วนเมนูสุดท้ายคือ “กาแฟโบราณ” ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานมัน เนื่องจากมักมีส่วนผสมของนมข้นหวาน นมข้นจืด และน้ำตาลในปริมาณมาก แม้ปัจจุบันผู้ผลิตส่วนใหญ่จะลดหรือเลิกใช้ไขมันทรานส์ตามมาตรฐานด้านอาหารแล้ว แต่กาแฟโบราณยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานและน้ำตาลสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ หากดื่มเป็นประจำ

สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ นพ.อรรถสิทธิ์แนะนำให้เลือกเมนูที่ไม่เติมน้ำตาล เช่น อเมริกาโน่ เอสเปรสโซแบบไม่เติมน้ำตาล หรือกาแฟดำ ซึ่งช่วยลดการได้รับพลังงานส่วนเกินจากน้ำตาลและไขมัน นอกจากนี้ยังแนะนำให้เลือกกาแฟคั่วอ่อน เนื่องจากยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้มากกว่ากาแฟคั่วเข้ม แม้ว่าปริมาณสารสำคัญอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์และกระบวนการคั่ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการยังระบุว่า ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟดำ 3-4 แก้ว ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ควรระวังไม่ใช่เพียงตัวกาแฟ แต่รวมถึงน้ำตาล ครีม และส่วนผสมอื่น ๆ ที่เติมลงไป เพราะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องดื่มกาแฟกลายเป็นแหล่งพลังงานและน้ำตาลสูงโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้ง่าย ๆ ด้วยการลดระดับความหวาน เลือกกาแฟดำหรือกาแฟนมสูตรไม่หวาน และหลีกเลี่ยงการเติมไซรัปหรือท็อปปิงต่าง ๆ เพื่อให้ยังคงได้รับความสดชื่นจากกาแฟควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพในระยะยาว

#กาแฟ #กาแฟเพื่อสุขภาพ #อเมริกาโน่ #สายสุขภาพ #ดูแลสุขภาพ
#กาแฟส้ม #กาแฟ3in1 #กาแฟโบราณ #ลดหวาน #โภชนาการ
#นพอรรถสิทธิ์ #อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ #สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเรา #เบาหวาน #โรคอ้วน
#กาแฟดำ #คาเฟอีน #อาหารและสุขภาพ #เทรนด์สุขภาพ #HealthyLifestyle
#ลดน้ำตาล #ดูแลหัวใจ #สุขภาพคนไทย #สาระสุขภาพ #ข่าวสุขภาพ

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด