นักวิจัย มข. ร่วมงาน WHO เปิดภาพวิกฤตอาหารไม่ปลอดภัย ทั่วโลกป่วย 866 ล้านครั้ง เสียชีวิต 1.52 ล้านคน

7341AF69-17B3-41DB-9A48-11597CB06978

ศ.ดร.บรรจบ ศรีภา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมเป็นผู้เขียนงานประเมินภาระโรคจากอาหารครั้งใหญ่ขององค์การอนามัยโลก ครอบคลุมอันตราย 42 ชนิดใน 194 ประเทศ ขณะที่ Thai University Rankings ได้นำผลงานนี้มาเผยแพร่และวิเคราะห์เป็นภาษาไทย เพื่อให้สาธารณชนเห็นบทบาทของนักวิจัยไทยในเครือข่ายวิชาการระดับโลก

อาหารไม่ปลอดภัยอาจถูกมองว่าเป็นเพียงสาเหตุของอาการท้องเสีย อาเจียน หรือเหตุการณ์อาหารเป็นพิษระยะสั้น แต่ผลการศึกษาระดับโลกฉบับใหม่ชี้ว่า ภาระที่แท้จริงครอบคลุมตั้งแต่โรคติดเชื้อเฉียบพลันไปจนถึงโรคหัวใจ มะเร็ง และความบกพร่องทางพัฒนาการจากการได้รับสารเคมีผ่านอาหารเป็นเวลานาน

หนึ่งในนักวิจัยที่มีชื่อร่วมในผลงานนี้คือ ศ.ดร.บรรจบ ศรีภา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นักวิจัยไทยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดี และโรคเขตร้อนที่ติดต่อผ่านอาหาร

Thai University Rankings ได้นำผลงานดังกล่าวมาคัดเลือก ตรวจสอบข้อมูลต้นทาง และเผยแพร่ในบริการ “งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา” เพื่อแสดงให้เห็นว่านักวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาไทยมีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้และข้อมูลที่ถูกนำไปใช้กำหนดนโยบายระดับนานาชาติ

ผู้อ่านสามารถดูบทวิเคราะห์ของงานนี้ได้ที่ Thai University Rankings Research Radar

งานประเมินระดับโลกที่มีนักวิจัยไทยร่วม

งานวิจัยเรื่อง WHO estimates of the global, regional, and national burden of 42 foodborne infectious and chemical hazards, 2000–21: an updated data synthesis เผยแพร่ในวารสาร The Lancet Global Health เมื่อเดือนมิถุนายน 2026

งานนี้เป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลภาระโรคจากอาหารครั้งใหญ่ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO โดยครอบคลุมอันตรายจากอาหาร 42 ชนิด ข้อมูลจาก 194 ประเทศ และแนวโน้มระหว่างปี 2000–2021 อ่านบทคัดย่อจาก PubMed

ศ.ดร.บรรจบมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้เขียนร่วมของงานวิจัย และเป็นสมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ Foodborne Disease Burden Epidemiology Reference Group หรือ FERG ซึ่งให้คำแนะนำทางวิชาการแก่ WHO ในการจัดทำค่าประเมินภาระโรคจากอาหาร

ประวัติที่ WHO เผยแพร่ระบุว่า ศ.ดร.บรรจบเป็นนักวิจัยอาวุโสของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน และมีบทบาทในศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านการวิจัยและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ ดูประวัติสมาชิก FERG จาก WHO

การมีชื่อของนักวิจัยไทยในผลงานนี้ไม่ได้หมายความว่านักวิจัยคนเดียวเป็นผู้คำนวณตัวเลขทั้งหมด แต่สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญไทยในคณะนักวิจัยและเครือข่ายวิชาการนานาชาติ โดยเฉพาะองค์ความรู้เรื่องโรคจากปรสิตที่ติดต่อผ่านอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปีเดียวเกิดการเจ็บป่วยประมาณ 866 ล้านครั้ง

สำหรับปี 2021 คณะวิจัยประเมินว่า อันตรายจากอาหาร 42 ชนิดก่อให้เกิด

  • การเจ็บป่วยประมาณ 866 ล้านครั้ง
  • การเสียชีวิตประมาณ 1.52 ล้านคน
  • การสูญเสียปีสุขภาวะ หรือ DALYs ประมาณ 57.1 ล้านปี

DALYs เป็นตัวชี้วัดที่รวมทั้งปีชีวิตที่สูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และช่วงเวลาที่ประชากรต้องมีชีวิตอยู่กับความเจ็บป่วยหรือความพิการ

คำว่า 866 ล้านจึงควรสื่อสารว่าเป็นจำนวน “ครั้งของการเจ็บป่วย” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบุคคล 866 ล้านคนแบบไม่ซ้ำ เพราะคนคนเดียวอาจเจ็บป่วยได้มากกว่าหนึ่งครั้ง

ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าประมาณจากแบบจำลองและมีช่วงความไม่แน่นอน โดยจำนวนการเจ็บป่วยอาจอยู่ระหว่าง 680–1,090 ล้านครั้ง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอาจอยู่ระหว่าง 783,000–2.51 ล้านคน

ช่วงที่ค่อนข้างกว้างสะท้อนข้อเท็จจริงว่า หลายประเทศยังไม่มีระบบเฝ้าระวังที่สามารถตรวจพบและระบุสาเหตุของโรคจากอาหารได้ครบถ้วน

เชื้อโรคทำให้คนป่วยมาก แต่สารเคมีทำให้เสียชีวิตสูง

ข้อค้นพบสำคัญคือความแตกต่างระหว่างสาเหตุของการเจ็บป่วยกับสาเหตุของการเสียชีวิต

อันตรายทางชีวภาพ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยส่วนใหญ่ หรือประมาณ 860 ล้านครั้งในปี 2021 แต่การได้รับสารเคมีผ่านอาหารกลับสัมพันธ์กับประมาณ 73% ของการเสียชีวิตทั้งหมด ที่อยู่ในการประเมินครั้งนี้

อันตรายที่สร้างภาระสุขภาพสูง ได้แก่

  • สารหนูอนินทรีย์
  • ตะกั่ว
  • เชื้อ Salmonella enterica ที่ไม่ใช่ไทฟอยด์

สารหนูและตะกั่วสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารผ่านดิน น้ำ มลพิษ กระบวนการผลิต วัตถุดิบ และภาชนะที่ไม่ปลอดภัย การได้รับสารเหล่านี้อย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และความเสียหายต่อระบบประสาท

WHO ระบุว่า การได้รับสารหนูและตะกั่วผ่านอาหารสัมพันธ์กับการเสียชีวิตมากกว่าหนึ่งล้านคนในปี 2021 ข้อมูลความปลอดภัยด้านอาหารของ WHO

ข้อค้นพบนี้ทำให้ความหมายของ “อาหารปลอดภัย” กว้างกว่าการรักษาความสะอาดในครัวหรือการควบคุมเชื้อโรคในร้านอาหาร เพราะต้องครอบคลุมถึงแหล่งน้ำ การเกษตร สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม ภาชนะ และกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อาหาร

เด็กเล็กและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับภาระสูง

เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมีอัตราการเจ็บป่วยจากอาหารไม่ปลอดภัยสูงกว่าประชากรอายุ 5 ปีขึ้นไปประมาณ 2.7 เท่า และมีอัตราการสูญเสียปีสุขภาวะสูงกว่าประมาณ 4.3 เท่า

WHO ประเมินว่าเด็กกลุ่มนี้รับภาระสุขภาพจากอาหารไม่ปลอดภัยประมาณ 29% และมีเด็กเล็กเสียชีวิตประมาณ 143,000 คนในปี 2021

ภาระโรคยังไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียม ภูมิภาคแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกันมีสัดส่วนเกือบสามในสี่ของการเจ็บป่วย และประมาณ 60% ของการเสียชีวิตทั่วโลก

ตัวเลขดังกล่าวมีความสำคัญต่อประเทศไทย เพราะชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาระบบความปลอดภัยด้านอาหารในภูมิภาคนี้ยังต้องดำเนินการพร้อมกันหลายด้าน ทั้งน้ำสะอาด สุขาภิบาล การตรวจวิเคราะห์อาหาร การเฝ้าระวังโรค การควบคุมสารปนเปื้อน และการเข้าถึงบริการสุขภาพ ข่าวเผยแพร่ของ WHO

ความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 310,000 ล้านดอลลาร์

คณะวิจัยประเมินว่าโรคจากอาหารทำให้เกิดความสูญเสียด้านผลิตภาพประมาณ 310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2021

หากปรับตามความแตกต่างของกำลังซื้อระหว่างประเทศ ตัวเลขจะเพิ่มเป็นประมาณ 647,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเสียหายดังกล่าวเกิดจากวันที่ประชากรไม่สามารถทำงานได้ ความพิการ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จึงส่งผลต่อทั้งครัวเรือน นายจ้าง ระบบสุขภาพ และเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ควรเรียกว่าความสูญเสียด้านผลิตภาพ ไม่ใช่ต้นทุนทางเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะอาจยังไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ความเสียหายต่อการค้า การท่องเที่ยว และภาระของครอบครัวที่ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างครบถ้วน

ตัวเลขเหล่านี้คำนวณอย่างไร

จำนวนผู้ป่วยไม่ได้มาจากการนำรายงานของโรงพยาบาลทั่วโลกมารวมกันโดยตรง เพราะผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้เข้ารับการรักษา ไม่ได้รับการตรวจหาสาเหตุ หรือไม่สามารถยืนยันได้ว่าโรคเกิดจากอาหาร

คณะวิจัยจึงใช้ข้อมูลและวิธีการหลายส่วนร่วมกัน ได้แก่

  • การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ
  • ข้อมูลจาก WHO, IHME, WOAH และ IARC
  • แบบจำลองเฉพาะโรค
  • การวิเคราะห์เพื่อประมาณข้อมูลในพื้นที่ที่มีหลักฐานจำกัด
  • การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญว่าโรคแต่ละชนิดมีสัดส่วนการติดต่อผ่านอาหารเท่าใด
  • การจำลองแบบ Monte Carlo เพื่อคำนวณช่วงความไม่แน่นอน
  • กระบวนการให้ประเทศสมาชิกตรวจทานค่าประเมินระดับประเทศ

การประเมินรุ่นปี 2026 เพิ่มจำนวนอันตรายจาก 31 เป็น 42 ชนิด และรวมโลหะหนักสำคัญ ได้แก่ สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และเมทิลเมอร์คิวรี รายละเอียดวิธีดำเนินการของ WHO

ไม่ควรเทียบตัวเลขใหม่กับรายงานเดิมโดยตรง

WHO เคยประเมินว่าอาหารไม่ปลอดภัยทำให้เกิดการเจ็บป่วยประมาณ 600 ล้านครั้งและเสียชีวิตประมาณ 420,000 คน แต่การที่ค่าประเมินใหม่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่า ภาระโรคเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน

การประเมินครั้งใหม่เพิ่มจำนวนอันตรายที่ศึกษา รวมโรคเรื้อรังจากโลหะหนัก ใช้ฐานข้อมูลและแบบจำลองที่ปรับปรุงใหม่ และจัดทำค่าประเมินระดับประเทศ

ภายในกรอบวิธีการชุดใหม่ คณะวิจัยกลับพบว่าภาระรวมมีแนวโน้มลดลงจากปี 2000 แต่ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคยังคงสูง

จึงไม่ควรนำตัวเลข 600 ล้านกับ 866 ล้านมาหักลบและสรุปว่าโลกมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 266 ล้านครั้งโดยไม่พิจารณาความแตกต่างของวิธีศึกษา

ข้อจำกัดที่ต้องอ่านควบคู่กับตัวเลข

ค่าประเมินระดับประเทศเป็นเครื่องมือช่วยจัดลำดับความสำคัญเชิงนโยบาย ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยที่ตรวจยืนยันจริง และไม่ใช่ระบบเตือนการระบาดแบบเวลาจริง

การศึกษายังไม่ครอบคลุมอันตรายที่อาจมีความสำคัญอีกหลายกลุ่ม เช่น

  • เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ
  • สารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง
  • สาร PFAS
  • ผลต่อการเจริญเติบโตจากอะฟลาทอกซินหรือแบคทีเรียบางชนิด
  • การเสียชีวิตของทารกในครรภ์จากเชื้อลิสทีเรีย

การระบุว่าโรคส่วนใดเกิดจากอาหารยังต้องอาศัยความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในหลายกรณี ขณะที่ข้อมูลจากประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังจำกัดย่อมมีความไม่แน่นอนสูงกว่า ตัวเลขจึงควรอ่านควบคู่กับช่วงความไม่แน่นอนเสมอ

จากผลงานนักวิจัย มข. สู่บทเรียนสำหรับประเทศไทย

การมีส่วนร่วมของนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นในงานนี้สะท้อนว่า ความเชี่ยวชาญที่พัฒนาจากปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่ เช่น โรคพยาธิใบไม้ตับและโรคจากอาหาร สามารถเชื่อมต่อไปสู่การประเมินและกำหนดนโยบายระดับโลกได้

สำหรับประเทศไทย งานวิจัยนี้เสนอประเด็นสำคัญอย่างน้อยสามด้าน

ประการแรก ระบบเฝ้าระวังควรเชื่อมข้อมูลจากสาธารณสุข การเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม และห้องปฏิบัติการเข้าด้วยกัน เพราะความเสี่ยงจำนวนมากไม่สามารถควบคุมโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

ประการที่สอง การควบคุมอาหารต้องครอบคลุมทั้งเชื้อโรคและสารเคมีเรื้อรัง ไม่ควรรอให้เกิดเหตุอาหารเป็นพิษจำนวนมากก่อนจึงเริ่มดำเนินการ

ประการที่สาม ประเทศควรใช้ข้อมูลภาระโรคในการจัดลำดับความสำคัญของอันตราย พร้อมลงทุนเพิ่มในข้อมูลภายในประเทศ เพื่อให้การตัดสินใจในอนาคตสามารถอาศัยหลักฐานจากประเทศไทยเองได้มากขึ้น

อ่านงานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตาเพิ่มเติม

Thai University Rankings จัดทำพื้นที่ Research Radar: งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา เพื่อรวบรวมผลงานใหม่ที่มีนักวิจัยหรือสถาบันในประเทศไทยเชื่อมโยงกับเครือข่ายวิจัยระดับนานาชาติ

แต่ละเรื่องนำเสนอทั้งข้อค้นพบ ความหมายของผลการศึกษา วิธีดำเนินการ ข้อจำกัด และลิงก์กลับไปยังบทความต้นฉบับ เพื่อให้ผู้อ่านตรวจสอบแหล่งข้อมูลได้ด้วยตนเอง

อ่านบทวิเคราะห์งานวิจัยเรื่องภาระโรคจากอาหารได้ที่
นักวิจัยไทยร่วมเปิดภาพใหม่ ภาระโรคจากอาหารทั่วโลก

สำรวจบทวิเคราะห์งานวิจัยไทยเรื่องอื่นได้ที่
งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา

ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Lake RJ และคณะ, The Lancet Global Health, 2026, DOI: 10.1016/j.langlo.2026.103994 และ WHO Foodborne Disease Estimates 2026 Edition

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด