เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. 2569 ที่ สภ.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.ท่าพระ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รอง ผกก.สส.สภ.ท่าพระ ร่วมแถลงผลการจับกุม นายศรีวิชัย หรือ “ท็อป” อายุ 27 ปี ชาว ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งปัจจุบันพักอาศัยอยู่บ้านเช่าในพื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.759/2569 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หลังก่อเหตุลักทรัพย์หลายพื้นที่ใน จ.ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม

พ.ต.ท.สุรัตน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายซึ่งประกอบกิจการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ตู้เติมน้ำมัน ตู้บุญเติม และตู้เติมสบาย ว่าถูกคนร้ายงัดตู้เพื่อลักเงินสด โดยล่าสุดมีผู้เสียหายในบ้านหนองหญ้าแพรก หมู่ 5 ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น แจ้งความหลังคนร้ายเติมเงินที่ตู้บุญเติม ก่อนงัดตู้เอาเงินสดไป ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่าระบบของตู้เติมเงินบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ก่อเหตุใช้เติมเงินก่อนลงมือก่อเหตุ จึงตรวจสอบจนทราบตัวผู้ใช้หมายเลขดังกล่าว รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และเดินทางไปยังบ้านเช่าของผู้ต้องหา แต่ไม่พบตัว ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวภายหลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างต่อเนื่อง

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามภาพจากกล้องวงจรปิดจริง และยอมรับว่าก่อเหตุงัดตู้เติมเงิน ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ และตู้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญมาตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. โดยร่วมกับเพื่อนอีก 3 คน ใช้อุปกรณ์เพียงคีมตัดเหล็กและกรรไกรเป็นเครื่องมือก่อเหตุ

ผู้ต้องหาให้การว่า จะเลือกก่อเหตุช่วงเวลา 01.00-02.00 น. นัดรวมตัวตามปั๊มน้ำมันในตัวเมืองขอนแก่น ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันออกตระเวนหาเป้าหมาย โดยเฉลี่ยก่อเหตุสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ตู้น้ำมันหยอดเหรียญจะได้เงินประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อครั้ง ส่วนแต่ละคดีจะได้เงินรวมประมาณ 5,000-10,000 บาท ก่อนแบ่งเงินกันเท่า ๆ กัน
ผู้ต้องหาระบุว่า เงินส่วนที่ได้รับจะนำไปซื้อของ พาหญิงสาวเที่ยว และดูภาพยนตร์ เมื่อเงินหมดก็จะชักชวนเพื่อนออกก่อเหตุอีก โดยยอมรับว่าได้ร่วมก่อเหตุในพื้นที่ สภ.เมืองไหม สภ.บ้านฝาง สภ.บ้านเป็ด สภ.พระยืน สภ.ท่าพระ สภ.บ้านแฮด และ สภ.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม
ผู้ต้องหายังให้การว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเข้ามอบตัว เพราะต้องการเลิกเป็นขโมยและอยากมีอาชีพสุจริต ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวส่งศาลเพื่อฝากขังและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุอีก 3 คนมาดำเนินคดีต่อไป
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน



Leave a Response