🧠 แพทย์ดังเตือน “ง่วงบ่ายสาม” อาจเป็นสัญญาณน้ำตาลในเลือดเสียสมดุล เสี่ยงภาวะก่อนเบาหวาน

_8494c533-9d6a-4285-a536-4836b2b57669

🍽️ มื้อเที่ยงขาดโปรตีน-ไฟเบอร์ กระตุ้นอาการง่วง
🚶 เดินหลังอาหาร 10-20 นาที ช่วยคุมกลูโคส
🥜 ถั่วและน้ำเปล่า ช่วยรักษาระดับพลังงาน
⚠️ น้ำตาลแกว่งบ่อย เสี่ยงภาวะก่อนเบาหวาน
📊 กว่า 50% พบอาการอ่อนเพลียช่วงบ่ายสาม

ดร.รังกัน แชตเตอร์จี (Dr. Rangan Chatterjee) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและโฮสต์พอดแคสต์สุขภาพชื่อดัง “Feel Better, Live More” ออกมาเตือนว่า อาการ “ง่วงหลังอาหาร” (Food Coma) หรือ “3pm Slump” ที่หลายคนประสบเป็นประจำในช่วงบ่าย อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าระดับน้ำตาลในเลือด (Glucose) กำลังเสียสมดุล ซึ่งส่งผลต่อพลังงาน สมาธิ และระบบเผาผลาญของร่างกาย

ดร.แชตเตอร์จี ระบุว่า สาเหตุสำคัญของอาการอ่อนเพลียและสมองตื้อในช่วงบ่าย มักมาจากมื้อกลางวันที่มีโปรตีนหรือไฟเบอร์ไม่เพียงพอ ขณะที่การแก้อาการด้วยการดื่มกาเฟอีนเพิ่มหรือรับประทานของหวาน ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เนื่องจากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งตัวมากขึ้น

สำหรับแนวทางลดอาการง่วงในช่วงบ่ายและช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ แพทย์แนะนำให้เน้นการรับประทานโปรตีนในมื้อกลางวัน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ หรือปลา เพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่อยู่ท้องและค่อย ๆ ปลดปล่อยพลังงานเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ควรเดินย่อยหลังรับประทานอาหารประมาณ 10-20 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับกลูโคสได้ดีขึ้นและลดความง่วง

อีกหนึ่งวิธีที่แนะนำคือ การดื่มน้ำ 1 แก้วร่วมกับรับประทานถั่ว 1 กำมือ โดยเฉพาะถั่วที่มีไขมันดี เช่น อัลมอนด์หรือวอลนัท ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่เผาผลาญช้า ช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่และลดอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน

ดร.แชตเตอร์จี กล่าวว่า หลายคนมักมองว่าความเหนื่อยล้า สมองไม่โฟกัส หรืออารมณ์หงุดหงิดง่ายเป็นเรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นว่าระบบเผาผลาญของร่างกายกำลังมีปัญหา

ในเชิงวิทยาศาสตร์ อาการสมองตื้อและความอยากของหวานในช่วงบ่ายมีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อระดับกลูโคสลดลงอย่างรวดเร็ว สมองซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงจะได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ส่งผลให้สารสื่อประสาททำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดอาการขาดสมาธิ สมองล้า และรู้สึกอ่อนแรง

ขณะเดียวกัน ร่างกายจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ต้องการพลังงานอย่างเร่งด่วน ทำให้เกิดความอยากรับประทานของหวานหรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง หากตอบสนองต่อความอยากดังกล่าว ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลดลงอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดวงจรความง่วงและความหิวซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ แพทย์ยังเตือนว่า การปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงบ่อยครั้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่หลายคนไม่ทราบว่าตนเองกำลังเผชิญอยู่

ด้านผลสำรวจผู้ใหญ่จำนวน 2,000 คน โดย Abbott’s Lingo ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันและไบโอเซนเซอร์ตรวจวัดระดับกลูโคส พบว่า มากกว่า 50% มีอาการอ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้าในช่วงบ่ายสาม ขณะที่ประมาณ 33% มีอาการอารมณ์ดิ่งหรือเซื่องซึม และอีก 25% มีอาการหงุดหงิดง่าย

อย่างไรก็ตาม มีเพียง 15% ของผู้ตอบแบบสำรวจเท่านั้นที่ทราบว่าอาการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอาหารที่รับประทานเข้าไป ขณะที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเกิดจากความเครียดถึง 38% และการนอนไม่เพียงพอ 34%

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ด้วยการลดแป้ง เพิ่มโปรตีน เสริมไฟเบอร์ และขยับร่างกายหลังมื้ออาหาร อาจช่วยลดอาการง่วงช่วงบ่ายและส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

#ง่วงบ่ายสาม #FoodComa #สุขภาพดีเริ่มที่อาหาร #คุมน้ำตาลในเลือด #ดูแลสุขภาพ
#3pmSlump #GlucoseBalance #โปรตีนมื้อเที่ยง #สมองตื้อ #สุขภาพคนทำงาน
#ภาวะก่อนเบาหวาน #Prediabetes #ลดน้ำตาล #โภชนาการเพื่อสุขภาพ #เทรนด์สุขภาพ
#เดินหลังอาหาร #HealthyLifestyle #กินโปรตีน #ดูแลร่างกาย #สุขภาพยั่งยืน
#FeelBetterLiveMore #DrRanganChatterjee #อาหารสุขภาพ #สายสุขภาพ #WellnessTrend

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด