ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลอุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกได้สร้างความกังวลให้กับนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ เมื่อหลายพื้นที่ของมหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างผิดปกติ ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ออกมาเตือนว่า มีโอกาสสูงถึง 80% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะก่อตัวขึ้นในช่วงกลางปี 2569 และอาจพัฒนาเป็นเอลนีโญที่มีความรุนแรงได้
เอลนีโญคืออะไร
เอลนีโญ (El Niño) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบลม การก่อตัวของเมฆ และปริมาณฝนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป
โดยปกติเอลนีโญจะเกิดทุก 2-7 ปี และมีอายุประมาณ 9-12 เดือน แต่บางครั้งอาจพัฒนาเป็นเหตุการณ์รุนแรงมาก เช่นในปี 2525-2526, 2540-2541 และ 2558-2559 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลกอย่างรุนแรง
“ซูเปอร์เอลนีโญ” มีจริงหรือไม่
คำว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” ถูกใช้ในสื่อและวงการวิชาการเพื่ออธิบายเอลนีโญที่มีความรุนแรงเป็นพิเศษ แต่ WMO ระบุว่าไม่ได้ใช้คำนี้อย่างเป็นทางการในการพยากรณ์ เนื่องจากไม่ใช่การจัดประเภทมาตรฐานขององค์การ อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังคงใช้คำดังกล่าวเพื่อสื่อถึงเหตุการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงใกล้เคียงกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในอดีต
เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงกังวล
ข้อมูลล่าสุดจาก WMO, NOAA และศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศหลายแห่ง พบว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อุณหภูมิใต้ผิวน้ำในหลายบริเวณสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก ซึ่งเป็นแหล่งสะสมพลังงานที่สามารถผลักดันให้เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
WMO ประเมินว่า
- มีโอกาส 80% ที่เอลนีโญจะเกิดขึ้นในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม 2569
- มีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะคงอยู่จนถึงอย่างน้อยเดือนพฤศจิกายน
- แบบจำลองส่วนใหญ่ชี้ว่าอาจมีความรุนแรงระดับปานกลางถึงรุนแรง
นอกจากนี้ สถาบัน IRI ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียประเมินความเป็นไปได้ของเอลนีโญในช่วงกลางปีสูงถึง 98% ซึ่งถือเป็นระดับความเชื่อมั่นที่สูงมากในการพยากรณ์ระยะยาว
โลกจะเผชิญอะไรหากเอลนีโญรุนแรงเกิดขึ้น
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า เอลนีโญที่รุนแรงในยุคโลกร้อนอาจสร้างผลกระทบมากกว่าในอดีต เพราะอุณหภูมิโลกพื้นฐานสูงขึ้นแล้วประมาณ 1.3 องศาเซลเซียสจากยุคก่อนอุตสาหกรรม
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่
คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น
หลายภูมิภาคในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ อาจเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลต่อสุขภาพประชาชนและความต้องการใช้ไฟฟ้า
ภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย มีความเสี่ยงเผชิญฝนลดลง แหล่งน้ำลดระดับ และเกิดไฟป่ามากขึ้น
ฝนตกหนักและน้ำท่วม
บางพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้และบางส่วนของเอเชีย อาจได้รับฝนมากผิดปกติจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม
กระทบต่ออาหารโลก
เอลนีโญส่งผลต่อผลผลิตข้าว ข้าวสาลี น้ำตาล กาแฟ และพืชเศรษฐกิจหลายชนิด ซึ่งอาจนำไปสู่ราคาสินค้าเกษตรและอาหารที่สูงขึ้นทั่วโลก
ประเทศไทยต้องจับตาอะไร
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่น่ากังวลที่สุดคือ
- ฝนทิ้งช่วงในฤดูฝน
- ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลง
- ความเสี่ยงภัยแล้งภาคการเกษตร
- อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย
- ความต้องการใช้น้ำและไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
อาเซียนยังเตือนว่าการเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเป็นกลางสู่เอลนีโญอาจเริ่มส่งผลต่อรูปแบบฝนของภูมิภาคตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 เป็นต้นไป
ปี 2569 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์หรือไม่
ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าปี 2569 จะเป็น “ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์” อย่างแน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเห็นตรงกันว่า หากเอลนีโญพัฒนาเป็นเหตุการณ์รุนแรง ประกอบกับภาวะโลกร้อนที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจก โลกมีโอกาสสูงที่จะทำสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยใหม่ หรือเข้าใกล้สถิติสูงสุดที่เคยบันทึกไว้
บทสรุป
สัญญาณจากมหาสมุทรในปี 2569 กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก แม้คำว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” จะยังไม่ใช่คำจำกัดความทางการของ WMO แต่ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเอลนีโญรุนแรง ซึ่งอาจนำมาซึ่งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และความผันผวนด้านอาหารในหลายภูมิภาค
สิ่งสำคัญในเวลานี้ไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการเตรียมพร้อมรับมือ เพราะแม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดขึ้นบนโลกที่ร้อนขึ้นกว่าเดิม ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงกว่าที่มนุษยชาติเคยเผชิญในอดีต.
แหล่งอ้างอิง
- World Meteorological Organization (WMO). WMO: Prepare for El Niño
https://wmo.int/news/media-centre/wmo-prepare-el-nino
(ระบุโอกาส 80% ที่เอลนีโญจะเกิดในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม 2569 และมีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะคงอยู่จนถึงอย่างน้อยเดือนพฤศจิกายน) - World Meteorological Organization (WMO). El Niño/La Niña Update – May 2026
https://wmo.int/resources/publication-series/el-ninola-nina-updates/el-ninola-nina-update-may-2026
(รายงานสถานการณ์ล่าสุดของ ENSO และการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก) - World Meteorological Organization (WMO). Likelihood increases of El Niño
https://wmo.int/media/news/wmo-likelihood-increases-of-el-nino
(การคาดการณ์การพัฒนาเอลนีโญและผลกระทบต่ออุณหภูมิและปริมาณฝนทั่วโลก) - International Research Institute for Climate and Society (IRI), Columbia University. ENSO Forecast
https://iri.columbia.edu/our-expertise/climate/forecasts/enso/current/
(แบบจำลองคาดการณ์ ENSO ที่ประเมินโอกาสการเกิดเอลนีโญสูงถึง 98% ในช่วงกลางปี 2569) - Reuters. A strong El Niño may be imminent. Climate change will make its effects worse
https://www.reuters.com/sustainability/cop/strong-el-nino-may-be-imminent-climate-change-will-make-its-effects-worse-2026-06-02/
(วิเคราะห์ผลกระทบของเอลนีโญในยุคโลกร้อนและความเสี่ยงต่อภัยแล้ง น้ำท่วม และคลื่นความร้อน) - Reuters. UN urges the world to ready for extreme heat risk from El Niño
https://www.reuters.com/business/environment/un-warns-possibly-strong-el-nino-could-push-global-temperatures-higher-2026-06-02/
(คำเตือนจากสหประชาชาติและ WMO เกี่ยวกับความเสี่ยงของอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจากเอลนีโญ) - The Guardian. Prepare for imminent return of El Niño, UN warns
https://www.theguardian.com/environment/2026/jun/02/prepare-for-imminent-return-of-el-nino-un-warns
(รายงานคำเตือนจาก WMO เกี่ยวกับการกลับมาของเอลนีโญและความเป็นไปได้ของสภาพอากาศสุดขั้ว) - The Guardian. World almost certain to endure record hot year by 2030, UN warns
https://www.theguardian.com/environment/2026/may/28/climate-impacts-spiralling-more-record-global-heat-warns-un
(รายงานแนวโน้มอุณหภูมิโลกและความเป็นไปได้ในการทำสถิติร้อนที่สุดในอนาคตอันใกล้)



Leave a Response