ขอนแก่นลงทะเบียนช่วยค่าน้ำมันคึกคัก รถบรรทุกไม่ประจำทางมากสุด

IMG_7477

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันยังคงมีผู้ประกอบการและเจ้าของรถรับจ้างสาธารณะที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ ที่กลุ่มงานวิชาการขนส่ง ชั้น 2 สำนักงานขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 2 ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่นกำหนดเป็นจุดรับลงทะเบียน อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำ โดยกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียน

นายธวัชชัย วิริยะจิตต์ ขนส่งจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกระทรวงคมนาคม ผ่านกรมการขนส่งทางบก กำหนดให้รับลงทะเบียนสำหรับกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินล้วนเท่านั้น

จากข้อมูลถึงวันที่ 23 เม.ย. พบว่า มีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ DLT พร้อมซัปพอร์ต แยกเป็นรถโดยสารประจำทาง (10) จำนวน 2 ราย รถ 4 คัน, รถโดยสารไม่ประจำทาง (30) จำนวน 41 ราย รถ 60 คัน, รถบรรทุกไม่ประจำทาง (70) จำนวน 189 ราย รถ 1,595 คัน, รถแท็กซี่ไม่มี และรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วิน/แอปฯ) จำนวน 46 ราย รถ 46 คัน

นายธวัชชัยกล่าวว่า ขอนแก่นมีจำนวนรถที่ลงทะเบียนมากที่สุดคือกลุ่มรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง ทั้งรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป และรถน้อยกว่า 10 ล้อ โดยกลุ่มตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปจะได้รับเงินช่วยเหลือ 6,000 บาทต่อคัน และกลุ่มน้อยกว่า 10 ล้อจะได้รับเงิน 3,000 บาทต่อคัน ส่วนรถแท็กซี่ไม่มี เนื่องจากขอนแก่นมีการจดทะเบียนเฉพาะแท็กซี่ไฟฟ้าและแท็กซี่ในระบบแก๊ส ขณะที่รถจักรยานยนต์รับจ้างจะได้รับสิทธิ์แบบเหมาจ่าย 840 บาทต่อคัน

สำหรับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะขอนแก่น จะเข้าหลักเกณฑ์ในกลุ่มรถตู้และมินิบัสประจำทางระหว่างจังหวัด ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือ 500 บาทต่อวันต่อคัน ส่วนกลุ่มรถรับจ้างไม่ประจำทาง หรือรถ 30 แยกเป็นรถบัสไม่เกิน 5,000 บาทต่อคัน รถตู้และรถมินิบัสไม่เกิน 3,600 บาทต่อคัน โดยระยะเวลาช่วยเหลือระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค. รวม 42 วัน

ขนส่งจังหวัดขอนแก่นกล่าวต่อว่า เมื่อผู้ประกอบการ ผู้ได้รับมอบอำนาจ หรือเจ้าของรถแต่ละประเภท นำเอกสารหลักฐานมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ จะมีการตรวจสอบรายละเอียดตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะการรับเงินช่วยเหลือผ่านระบบพร้อมเพย์ ต้องผูกบัญชีด้วยเลขบัตรประชาชนสำหรับบุคคล หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสำหรับนิติบุคคลเท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้ขอรับสิทธิ์ต้องมีข้อมูลการประกอบการขนส่งในบัญชี ขส.บ.11 และทะเบียนรถถูกต้องตรงกัน มีการชำระภาษีประจำปีครบถ้วน ไม่อยู่ระหว่างแจ้งเลิกใช้รถ (ม.79) หยุดใช้รถชั่วคราว (ม.89) หรือทะเบียนรถเป็นอันระงับ หากมีการเพิ่มหรือถอนรถคันใดออกจากบัญชี ขส.บ.11 ในช่วงระยะเวลาช่วยเหลือ รถคันดังกล่าวจะไม่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการนี้ และที่สำคัญต้องเป็นรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด