🛵 ยกเลิกงานหลังลูกค้าขึ้นรถ
📱 งานเด้งเข้าไรเดอร์อีกคน
⚠️ ขับตามทวงถามก่อนถูกทำร้าย
🚨 แจ้งความเอาเรื่องถึงที่สุด
💥 เรียกรับผิดชอบค่ารักษาโทรศัพท์พัง

กรณีโลกโซเชียลเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างไรเดอร์ด้วยกันเองในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังไรเดอร์รายหนึ่งถูกกล่าวหาว่ากดยกเลิกงานผ่านแอป หลังผู้โดยสารขึ้นรถแล้ว เพื่อเลี่ยงค่าคอมมิชชั่น ก่อนที่งานจะเด้งเข้าไรเดอร์อีกคน ซึ่งเป็นผู้พิการแขน ทำให้คำสั่งรับส่งผู้โดยสารค้างอยู่ในระบบและไม่สามารถจบงานได้ จึงขับรถตามไปสอบถาม ก่อนเกิดเหตุชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บ โทรศัพท์เสียหาย และไม่สามารถดูแอ็กเคานต์เพื่อทำงานได้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้โพสต์ คือ นายปัณณวิชญ์ ภักดี อายุ 30 ปี ชาวตำบลคำบง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าสถานีรถไฟ พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายปัณณวิชญ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองขับรถจักรยานยนต์มาที่สถานีรถไฟ เพื่อมารอออเดอร์งาน เมื่อมาถึงพบว่าไรเดอร์คู่กรณีจอดรอออเดอร์อยู่ก่อนแล้วบริเวณด้านล่าง ส่วนตนเองขับขึ้นไปจอดบริเวณด้านบน ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถมองเห็นกันได้ ต่อมาคู่กรณีได้รับออเดอร์ผ่านแอปก่อน และเมื่อลูกค้าก้าวขึ้นรถแล้ว คู่กรณีกลับกดยกเลิกคำสั่งออเดอร์ ทำให้ออเดอร์ดังกล่าวเด้งเข้ามาที่ตนเองผ่านแอป
นายปัณณวิชญ์เล่าต่อว่า ทันทีที่มีเสียงออเดอร์เด้งเข้า คู่กรณีหันมามองตนเองและมีท่าทีแปลก ๆ ตนเองจึงโทรหาลูกค้าว่าอยู่ตรงไหน และแจ้งว่าตนเองมาถึงแล้ว ทำให้ลูกค้ามีท่าทีสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากขึ้นรถและได้ไรเดอร์แล้ว จากนั้นตนเองมองลงไปด้านล่างสถานีรถไฟ พบว่าคู่กรณีหันมามองอีกครั้ง ก่อนขับรถพาลูกค้าออกไป ตนเองจึงมั่นใจว่าลูกค้าอยู่กับไรเดอร์คู่กรณี และขับรถตาม GPS ของลูกค้าไป เพราะคำสั่งรับส่งผู้โดยสารยังค้างอยู่ในโทรศัพท์ของตนเอง
เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากหน้าสถานีรถไฟไม่ไกล นายปัณณวิชญ์เล่าว่า ตนเองขับรถเข้าไปประกบด้านข้างรถจักรยานยนต์ของคู่กรณี แล้วถามดี ๆ ว่า “พี่ได้รับออเดอร์ลูกค้าไปส่งที่ บขส.แห่งที่ 3 ใช่ไหม” คู่กรณีตอบว่า “ใช่ กูรับมา” และบอกว่าไม่อยากรับงานผ่านแอป ตนเองจึงถามย้ำว่าใช่งานราคา 50 บาท ที่ไปส่งขนส่งหรือไม่ ซึ่งคู่กรณียืนยันว่าใช่ ทำให้ตนเองมั่นใจว่าเป็นลูกค้าของตนเอง
นายปัณณวิชญ์จึงบอกคู่กรณีว่า การทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง เพราะรับงานผ่านแอปแล้วกดยกเลิก ทำให้งานเด้งไปเข้าคนอื่น และเป็นการเอาเปรียบไรเดอร์คนอื่นที่ยอมจ่ายค่าคอมมิชชั่น รวมทั้งทำให้ไรเดอร์คนอื่นต้องมารับลูกค้า แต่คู่กรณีกลับนำลูกค้าไปโดยไม่เสียอะไรเลย

จากนั้นคู่กรณีมีท่าทีท้าทาย โดยนายปัณณวิชญ์เล่าว่า คู่กรณีพูดในลักษณะว่า “แล้วมึงจะทำไม กูรับมาแล้ว มึงรายงานในแอปไปเลย กูไม่สนใจ” ตนเองจึงจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรายงาน แต่คู่กรณีกลับพูดอีกว่าให้รายงานไป และข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ตนเองจึงถามย้ำว่าคู่กรณีจะทำร้ายตนเองใช่หรือไม่ พร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอ
นายปัณณวิชญ์ระบุว่า เมื่อคู่กรณีเห็นว่าตนเองถ่ายคลิป จึงพูดว่า “มึงถ่ายคลิปกูใช่ไหม” ก่อนวิ่งเข้ามาต่อยตนเอง ตนเองจึงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัว 1 หมัด ก่อนที่คู่กรณีจะผลักตนเองล้มลง แล้วเตะเสยเข้าที่ปลายคาง ไม่ให้ตนเองลุกขึ้น เมื่อสามารถลุกได้ ตนเองจึงหยิบหมวกกันน็อกออกมาป้องกันตัว แต่ไม่ได้ทำร้ายต่อ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายมีการโต้เถียงกันตามที่ปรากฏในคลิป
นายปัณณวิชญ์เล่าว่า คู่กรณีบอกว่าไม่อยากรับงานผ่านแอป เพราะเสียค่าคอมมิชชั่นแล้วไม่คุ้ม ขณะที่ตนเองยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง และทำให้ไรเดอร์คนอื่นเดือดร้อน แต่คู่กรณีไม่สนใจ พร้อมอ้างว่า “ใคร ๆ ก็ทำกัน” หลังโต้เถียงกันอยู่พักหนึ่ง คู่กรณีไล่ให้ตนเองไปและบอกให้จบเรื่อง แต่โทรศัพท์ของตนเองพังเสียหาย เปิดไม่ติด รถจักรยานยนต์ล้มกลางถนน และมีของตกหล่นเสียหาย โดยคู่กรณีไม่ขอโทษแม้แต่คำเดียว ทั้งยังท้าทายให้แจ้งตำรวจ
นายปัณณวิชญ์ระบุว่า เมื่อตนเองบอกว่าจะเรียกตำรวจ คู่กรณีพยายามขับรถหนี ตนเองจึงไปยืนขวางไว้ จากนั้นคู่กรณีใช้มือล้วงกระเป๋า ทำท่าเหมือนมีปืน พร้อมขู่ว่า “มึงไม่จบใช่ไหม” ตนเองจึงถามว่ามีปืนใช่หรือไม่ ก่อนที่ไรเดอร์คู่กรณีจะขับรถออกไปทันที
หลังเกิดเหตุ นายปัณณวิชญ์กลับไปที่ห้องเพื่อล้างแผล เนื่องจากขับรถไปแจ้งความไม่ไหว ก่อนจะกลับมายังจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อขอคลิปจากกล้องวงจรปิด หลังมีคนทักมาบอกว่าจะนำคลิปให้ เมื่อตนเองกลับมาพูดคุยกับไรเดอร์บริเวณดังกล่าว มีผู้บอกว่าไรเดอร์คู่กรณีรายนี้มีพฤติกรรมลักษณะนี้บ่อยครั้ง
นายปัณณวิชญ์ยังเล่าว่า เวลาประมาณ 20.00 น. ของวันเดียวกัน คู่กรณีกลับมาข่มขู่ตนเองอีกรอบ ตามคลิปที่สอง โดยพูดในลักษณะให้จบเรื่องไว้ตรงนี้ และให้จำตนเองไว้ให้ดี ๆ อีกทั้งยังไปตอบคอมเมนต์ในโซเชียลใต้โพสต์ของตนเองอย่างไม่เกรงกลัว โดยบอกว่ามีพวกเยอะ และกล่าวว่าเมื่อคืนมีคนจะมาทำร้ายตัวเอง 7 ต่อ 1 ก็ยังเอาตัวเองไม่ลง
นายปัณณวิชญ์กล่าวว่า คู่กรณีมีท่าทีเหมือนจะบอกว่าตัวเองไม่ผิด และเป็นตนเองที่เข้าไปหาเรื่อง ทั้งที่ตนเองขับรถตามไปเพื่อต้องการเอาลูกค้าคืนและเคลียร์งานในระบบ ก่อนจะไปแจ้งความดำเนินคดี โดยขณะนี้ต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และให้คู่กรณีรับผิดชอบค่าเสียหายจากโทรศัพท์ที่พัง รถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากตนเองได้รับบาดเจ็บ บอบช้ำตามร่างกาย และมีแผลถลอกที่มือ
นายปัณณวิชญ์ระบุด้วยว่า ขณะนี้กังวลเรื่องความปลอดภัย หลังมีหลายคนเข้ามาเล่าให้ฟัง รวมทั้งมีผู้คอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า คู่กรณีเคยมีคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากคู่กรณีมาพูดคุยและขอโทษจากใจจริง ก็พอจะพูดคุยกันได้ เพราะเป็นคนประกอบอาชีพเดียวกัน ทุกคนต่างลำบาก งานก็น้อย ค่ารอบก็ถูก และค่าน้ำมันก็แพง
นายปัณณวิชญ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองทำงานขับรถรับลูกค้าทั้งวัน ได้เงินเพียงร้อยกว่าบาท ตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงเวลาที่เกิดเหตุ แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก โดยคู่กรณีพูดว่าเป็น “คดีขี้หมา” และไม่กลัว อีกทั้งยังกล่าวว่า หากเป็นจิ๊กโก๋จริง งานละ 5 บาท 10 บาท คงไม่เอา ไปรับงานใหม่ก็ได้ ซึ่งตนเองมองย้อนกลับไปว่า หากรายได้ 5 บาท 10 บาท และคู่กรณีมองว่าเป็นเงินเล็กน้อย เหตุใดจึงไม่ยอมให้แอปหักค่าคอมมิชชั่น ทั้งยังยอมรับตรง ๆ ว่าโกงแอป ไม่ได้โกงตนเอง
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์




Leave a Response