เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่าง ๆ ทั่ว จ.ขอนแก่น ต่างเผยแพร่ภาพพระสงฆ์ยืนเล่นสาดน้ำสงกรานต์และปะแป้งนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณหน้าวัดแห่งหนึ่งใน ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น พร้อมข้อความระบุว่า เป็น “ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง ขอนแก่น” นำทีมออกมาปะแป้งหนุ่ม ๆ ในวันสงกรานต์ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม
จากภาพที่เผยแพร่ พบพระสงฆ์ สามเณร และประชาชนนักท่องเที่ยว ยืนเล่นสงกรานต์อยู่ริมถนนอย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังมีการปะแป้งชายที่นั่งอยู่บนรถเครื่องเสียง ซึ่งมีหญิงสาวยืนเต้นอยู่บนรถด้วย

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง ถนนกลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เพื่อเข้าพบเจ้าอาวาส แต่ไม่พบตัว เนื่องจากติดกิจนิมนต์ จากการสอบถามชาวบ้าน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ภายในวัด พบว่าบางส่วนยืนยันว่าไม่ใช่พระของวัด อาจมาจากวัดอื่น ขณะที่บางส่วนระบุว่าเคยพบเห็นอยู่ที่วัด และมีความเห็นแตกต่างกันว่า พระสามารถเล่นสงกรานต์ได้หรือไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หลายคนเห็นตรงกันว่า หากเป็นการเล่นสาดน้ำและปะแป้งเหมือนประชาชนทั่วไป ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะอยู่ในผ้าเหลืองควรสำรวม
ภายหลังผู้สื่อข่าวตรวจสอบจากภาพเพิ่มเติม พบว่าสถานที่เกิดเหตุคือบริเวณหน้าวัดธาตุ พระอารามหลวง ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลบนถนนเส้นเดียวกัน และยังพบร่องรอยคราบแป้งอยู่ตามพื้นและเสาไฟฟ้าในจุดดังกล่าว

ด้านนางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าวัดธาตุ พระอารามหลวง เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 19.00 น.
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในวันดังกล่าว วัดธาตุ พระอารามหลวง ร่วมกับวัดหนองแวง พระอารามหลวง จัดกิจกรรมแห่พระลับเข้าไปในชุมชนวัดธาตุตั้งแต่เวลา 17.00 น. เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสสรงน้ำพระลับตามประเพณีประจำปี โดยภาพที่ปรากฏเป็นช่วงเวลากลับเข้าสู่วัดธาตุ พระอารามหลวง ซึ่งมีประชาชนเข้ามาสรงน้ำ จึงมีการละเล่นตามประเพณีอยู่พอสมควรก่อนกลับเข้าภายในวัด
ทั้งนี้ พระสงฆ์ที่ปรากฏในภาพคือ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง คือ พระครูธีรพงศ์ กิตฺติโสภโณ ซึ่งเป็น 1 ในคณะกรรมการจัดงาน โดยหลังเสร็จสิ้นขบวนแห่ออกจากชุมชนและกำลังจะกลับเข้าวัด ได้เกิดความพลั้งเผลอ ลืมตัว ประกอบกับสภาพอากาศร้อน จึงเข้าไปร่วมเล่นกับพระสงฆ์และสามเณรที่ปรากฏในภาพอยู่พอสมควร ก่อนจะกลับเข้าวัดทั้งหมด
นางเนตรทิพย์กล่าวต่อว่า เบื้องต้นเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 โดยพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่าย “โลกวัชชะ” คือโทษทางโลก หรือความผิดที่ชาวบ้านทั่วไปมองว่าไม่เหมาะสม เป็นสิ่งที่สังคมติเตียน และเป็นความผิดลหุโทษ
คณะสงฆ์จึงมีมติลงโทษให้ว่ากล่าวตำหนิเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งถือเป็นบทลงโทษตามความผิดลหุโทษที่ร้ายแรงที่สุด และหนักกว่าการทำทัณฑ์บน พร้อมกำชับว่า หากมีการประพฤติผิดซ้ำอีก จะดำเนินการปลดจากตำแหน่งทันที ส่วนพระสงฆ์และสามเณรรูปอื่น ๆ ที่ปรากฏในภาพ ก็ได้ถูกดำเนินการลงโทษตามความผิดลหุโทษในลักษณะโลกวัชชะเช่นเดียวกัน
#### ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ ####




Leave a Response