🗳️ กกต.ยกคำร้อง “วัฒนา ช่างเหลา” คดีเลือกตั้ง อบจ.ขอนแก่น แต่ยังไม่รอด! “วัฒนา” ลุ้นศาลชี้ขาดเลือกตั้งนายกฯอบจ.ขอนแก่น
คำวินิจฉัย กกต. ที่ 798/2568 ราย นายวัฒนา ช่างเหลา นายกอบจ.ขอนแก่น กรณีการเลือกตั้งนายกอบจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2567 ก่อนการประกาศผลเลือกตั้ง กกต.ได้รับคำร้องว่า นายวัฒนา ผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) และผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก 3 ราย (ผู้ถูกร้องที่ 2-4) กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1)
กกต. ได้พิจารณารายงานการไต่สวน ตลอดจนพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องที่ 3 ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2567 เวลาประมาณ 06.00 นาฬิกา ผู้ถูกร้องที่ 4 ขับขี่รถจักรยานยนต์มาพบผู้ถูกร้องที่ 3 แล้วมอบเงิน 100 บาท และกล่าวถ้อยคำว่า “เจ้าเอา 50 บาท แล้วกะเอาให้แม่อำคา 50 บาท” ผู้ถูกร้องที่ 3 จึงได้เดินไปหาผู้ถูกร้องที่ 2 แล้วมอบเงินดังกล่าวให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 2 และกล่าวถ้อยคำว่า “ให้หัวละ 50 บาท” เงินในส่วนของผู้ถูกร้องที่ 3 จำนวน 50 บาท ผู้ถูกร้องที่ 3 ไม่รับและได้มอบเงินในส่วนของผู้ถูกร้องที่ 3 ให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 2
จากการไต่สวนผู้ถูกร้องที่ 4 ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2567 เวลาประมาณ 06.00 นาฬิกา ผู้ถูกร้องที่ 4 ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่หน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 06.00 นาฬิกาถึงเวลา 20.00 นาฬิกา ไม่ได้นำเงินไปมอบให้แก่ผู้ใด ซึ่งจากการไต่สวนพยานที่ไต่สวนประกอบ จำนวน 6 คน ซึ่งเป็นประธานและ กปน.ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ผู้ถูกร้องที่ 4 มาปฏิบัติหน้าที่ที่หน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 06.00 นาฬิกาถึงเวลา 20.00 นาฬิกา พยานที่ไต่สวนประกอบคนที่ 16 ซึ่งเป็นบุตรของผู้ถูกร้องที่ 3 ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2567 เวลาประมาณ 06.00 นาฬิกา ไม่เห็นผู้ถูกร้องที่ 4 มาที่บ้าน ไม่เคยได้รับเงินซื้อเสียงเลือกตั้งจากผู้ใด และไม่เคยเห็นหรือได้ยินข่าวว่าผู้ถูกร้องที่ 4 มาจดรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหมู่บ้าน
และจากการตรวจสอบรายงานการเดินบัญชีธนาคารของผู้ถูกร้องที่ 1 ไม่ปรากฏว่ามีการโอนเงินให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 4 จากการตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ถูกร้องที่ 1 ไม่ปรากฏว่ามีการติดต่อกับผู้ถูกร้องที่ 4 และจากการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงบนธนบัตร หมายเลขธนบัตร 1 ง 6578247 ตรวจไม่พบรอยลายนิ้วมือแฝงหรือฝ่ามือแฝงแต่อย่างใด
ประกอบกับพยานที่ไต่สวนประกอบให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ไม่เคยเห็นผู้ถูกร้องที่ 4 ไปช่วยหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 และไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินข่าวว่าผู้ถูกร้องที่ 4 ให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนแก่ผู้ถูกร้องที่ 1 อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้ผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 4 กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1) ตามคำร้อง
จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
อย่างไรก็ดี แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีมติยกคำร้องในส่วนของนายวัฒนา ช่างเหลา ในประเด็นการกระทำความผิดรายบุคคล เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แต่คดียังไม่ได้สิ้นสุด เนื่องจากเป็นคนละส่วนกับคำร้องที่ กกต. ได้ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อให้พิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของการเลือกตั้งโดยรวม ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และอาจส่งผลให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ในอนาคต โดยเมื่อศาลได้ประทับรับฟ้องตามคำร้องดังกล่าว นายวัฒนา ช่างเหลา และทีมผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ⚖️ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับคำร้องคดีเลือกตั้ง สั่ง “วัฒนา ช่างเหลา” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.ขอนแก่นทันที




Leave a Response