เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊มขึ้นแบบก้าวกระโดด สูงถึงลิตรละ 6 บาท และเมื่อคืนที่ผ่านมา ปรับขึ้นอีกลิตรละ 1 บาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 40.74 บาทต่อลิตร กระทบต่อทุกอาชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนขับรถสองแถวที่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจและพูดคุยกับผู้ขับรถโดยสารสาธารณะในพื้นที่เขตเทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พบว่ารถสองแถวสีเขียวสาย 4 วิ่งระหว่างโรงพยาบาลศรีนครินทร์–บขส.3 ระยะทางรวมกว่า 12 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนใช้เดินทางไปโรงพยาบาลและต่อรถโดยสาร รวมถึงนักเรียน นักศึกษาในช่วงเช้าและเย็น ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
นายสากล ศิริยันต์ อายุ 63 ปี คนขับรถสองแถว กล่าวว่า ปัจจุบันค่าโดยสารยังคงอยู่ที่ 11 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละกว่า 40 บาท ทำให้ไม่คุ้มต่อการวิ่งรถ โดยกรมการขนส่งทางบกกำหนดค่าโดยสารผู้ใหญ่ 11 บาท เด็กนักเรียน 7 บาท ซึ่งในช่วงนี้มีการพูดคุยกับผู้โดยสาร บางรายยังจ่ายราคาเดิม ขณะที่บางรายให้เพิ่มเป็น 15 บาทด้วยความเห็นใจ
นายสากลยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือปรับค่าโดยสาร ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่าการดำเนินงานล่าช้า และต้องการให้มีการปรับค่าโดยสารใหม่เป็นผู้ใหญ่ 15 บาท เด็ก 10 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งช่วงปิดเทอมยังส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลง แม้ยังมีผู้ใช้บริการโรงพยาบาลศรีนครินทร์อยู่ก็ตาม โดยรายได้ที่ได้ในแต่ละวันแทบทั้งหมดต้องนำไปเติมน้ำมัน

ขณะที่นายสมพงษ์ ป้องสุวรรณ อายุ 70 ปี คนขับรถโดยสารอีกราย กล่าวว่า ประกอบอาชีพขับรถสองแถวมานานกว่า 40 ปี ยอมรับว่าปัจจุบันไม่คุ้มทุน แต่ยังต้องวิ่งรถต่อไปเพราะไม่มีอาชีพอื่นรองรับ แม้ค่าโดยสารยังไม่ถูกปรับขึ้น แต่ราคาน้ำมันปรับขึ้นมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ โดยมีผู้โดยสารบางส่วนช่วยเพิ่มค่าโดยสารให้เอง
นายสมพงษ์กล่าวว่า หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอีก อาจถึงจุดที่ไม่สามารถรับภาระได้และอาจต้องหยุดวิ่งในที่สุด พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือและพยุงค่าครองชีพของประชาชนโดยด่วน
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์



Leave a Response