⛽️ พี สะเดิด เปิดใจ เจอดีเซลหมดทุกปั๊มจาก กทม. ถึงอุตรดิตถ์ โชคดีชาวบ้านน้ำปาดเปิดปั๊มเล็กช่วยเติมเต็มถัง

IMG_5540

ชมคลิป

นายพีรพัฒน์ สวัสดิ์มูล หรือ พี สะเดิด นักร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิต ฉายา “ตำนานร็อกอีสานของเมืองไทย” เปิดใจกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 หลังเดินทางไปทำการแสดงที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 และต้องเผชิญสถานการณ์น้ำมันดีเซลหมดทุกปั๊มตลอดเส้นทางตั้งแต่ออกจากกรุงเทพมหานครไปจนถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ยังโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเปิดปั๊มน้ำมันขนาดเล็กในหมู่บ้านสำหรับเกษตรกร ให้รถของพี สะเดิด และทีมงานเติมน้ำมันจนเต็มถัง ทำให้ผ่านพ้นสถานการณ์ลุ้นระทึกที่เกรงว่าน้ำมันจะหมดกลางทางไปได้

พี สะเดิด เปิดเผยว่า ระหว่างเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ แม้จะเตรียมตัวและคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าระหว่างทางจะมีสถานีบริการน้ำมันให้เติม แต่เมื่อเดินทางไปได้ระยะหนึ่งกลับพบว่า น้ำมันที่เหลืออยู่แม้จะพอถึงจุดหมาย แต่ไม่เพียงพอสำหรับเดินทางกลับ อีกทั้งเส้นทางที่ต้องเดินทางเข้าไปเป็นพื้นที่กลางเขา เสี่ยงอย่างมากหากน้ำมันหมดแล้วไม่สามารถหาปั๊มเติมได้ จึงพยายามแวะหาปั๊มน้ำมันหลายแห่งเพื่อเติมใส่ถังสำรอง แต่กลับไม่สามารถเติมได้เลย เพราะหลายปั๊มไม่มีน้ำมันดีเซลจำหน่าย

กระทั่งเมื่อรถใช้น้ำมันไปเกือบครึ่งถัง และกำลังจะเข้าสู่พื้นที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจุดหมายในการเดินทางไปทำการแสดง จึงพบปั๊มน้ำมันขนาดเล็กของชาวบ้านในหมู่บ้านตามเส้นทางชนบท ขณะนั้นมีรถอีแต๋นกำลังจอดเติมน้ำมันอยู่ พี สะเดิด จึงเข้าไปสอบถามเพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ “แม่แนน” เจ้าของปั๊ม จะมีน้ำใจและเต็มใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อน โดยยอมแบ่งน้ำมันให้รถของพี สะเดิด และทีมงานเติมจนเต็มถังทุกคัน ทำให้สามารถเดินทางต่อและผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดี

ก่อนหน้านี้ พี สะเดิด ได้โพสต์เล่าประสบการณ์ดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก “P-Saderd [พี สะเดิด]” พร้อมขอบคุณน้ำใจของชาวบ้านที่ช่วยเหลือกันในยามลำบาก โดยระบุว่า “เส้นทางพิษณุโลก-น้ำปาด อุตรดิตถ์ ทุกปั๊ม น้ำมันหมดทุกปั๊ม วันนี้วงต้องแสดงอยู่กลางเขา ใกล้ถึงงาน น้ำมันเหลือประมาณครึ่งถัง ไปถึงแต่อาจกลับไม่ได้ เข้ามาในหมู่บ้านเจอปั๊มเล็กๆ เลยลองแวะถามดู ปกติคุณแม่มีไว้ขายให้ชาวสวนเหลือพอใช้ แต่คุณแม่ก็แบ่งให้พวกเราคนต่างเมือง น้ำใจของชาวบ้านไม่มีกักตุน เผื่อแผ่ช่วยเหลือ การกักตุนมันเป็นเรื่องของนายทุนที่เก็งกำไรที่ไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของใคร ชาวบ้านชาวสวนที่มีรายได้น้อยกว่ากลับมีน้ำใจห่วงใยผู้คนมากกว่านายทุนที่รวยล้นฟ้า”

พี สะเดิด ยังกล่าวอีกว่า หลังเจอสถานการณ์ดังกล่าว ตนเองและทีมงานได้พูดคุยกันเพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เนื่องจากขณะนี้ถือว่าได้รับผลกระทบและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป จึงต้องช่วยกันประหยัดน้ำมัน ระหว่างการเดินทางก็ใช้บริการรถรับ-ส่งเพื่อลดการใช้น้ำมันสำหรับเดินทางไปทำการแสดง ขณะเดียวกันต้องนำรถไปจอดรอคิวตั้งแต่เวลา 04.00 น. เพื่อรอรถขนส่งน้ำมันมาส่งที่ปั๊ม แล้วจึงเติมน้ำมันสำรองไว้ใช้งาน แต่ยืนยันว่าไม่ถึงขั้นกักตุน เพราะต้องเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นได้เติมเช่นกัน

นอกจากนี้ พี สะเดิด ยังเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยเผชิญเหตุการณ์น้ำมันใกล้หมดในระหว่างเดินทางไปแสดงเช่นกัน และครั้งนั้นก็ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ดูดน้ำมันจากรถของตนเองมาแบ่งให้ ซึ่งเป็นภาพของความมีน้ำใจที่ตนเองประทับใจอย่างมาก ส่วนการวางแผนเดินทางในช่วงนี้ จะปรับให้ใช้เส้นทางที่มุ่งตรงไปยังจุดหมายให้สั้นที่สุด เพื่อประหยัดน้ำมัน แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องยกเลิกงานแสดง

ในอีกด้านหนึ่ง พี สะเดิด ยังสะท้อนภาพความเดือดร้อนของประชาชนคนอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอ โดยระบุว่า ระหว่างทางได้พบเห็นประชาชนจำนวนมากมารอคิวเติมน้ำมัน ทั้งรถบรรทุก รถยนต์ และรถการเกษตร เป็นภาพที่ลำบากอย่างชัดเจน วันนั้นตนเองเดินทางด้วยรถตู้ เมื่อเห็นคิวเติมน้ำมันยาวมากและไม่สามารถเติมได้ จึงแวะเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นพบผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถตู้โดยสารมองมาที่รถของตนเอง คล้ายต้องการใช้บริการเดินทางต่อ เมื่อสอบถามจึงทราบว่า คนเหล่านั้นเดินทางมาด้วยรถตู้โดยสารที่ต้องจอดรอรถขนส่งน้ำมันมาส่งเพื่อจะเติมน้ำมัน โดยในช่วงเย็นวันนั้นต้องรอไปจนถึงเวลา 04.00 น. ทำให้ทุกคนได้รับความเดือดร้อนและต้องนั่งรอกันเป็นเวลานาน เป็นภาพที่น่าเห็นใจอย่างมาก และทำให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงตนเองเท่านั้น แต่ประชาชนจำนวนมากต่างเดือดร้อนกันทั้งหมด

พี สะเดิด ระบุด้วยว่า ตนเองติดตามสถานการณ์น้ำมันมาตั้งแต่หลังเกิดสงครามในวันแรก จนมีข้อมูลว่าน้ำมันสำรองเหลือใช้ 100 วัน ก่อนลดลงมาเหลือ 66 วัน จึงเริ่มวางแผนร่วมกับทีมงานเพื่อประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด พร้อมฝากไปถึงทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ชาวไร่ ชาวสวน ผู้มีอำนาจบริหาร ผู้ประกอบการ และนายทุน ขอให้มีเมตตาต่อกัน ไม่อยากเห็นภาพการกักตุนเกินความจำเป็น เพื่อให้ทุกอย่างเกิดความสมดุล และช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยกัน


Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด