ชายวัย 65 ปีช้ำหนัก แต่งกลอนวอนตามรถหาย 2 คัน หนี้พุ่งกว่า 2 ล้าน วอนสังคมและคนดังช่วยตามคืน

IMG_5415

ชายวัย 65 ปีชาวตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น น้ำตาตกหลังสูญเสียรถยนต์ 2 คันจาก 2 เหตุการณ์ต่างกัน จนต้องแบกรับภาระหนี้สินรวมกว่า 2 ล้านบาท จากการกู้เงินธนาคารมาปิดบัญชีรถที่ยังผ่อนอยู่ และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างถูกบริษัทไฟแนนซ์ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าตัวแต่งกลอนด้วยตนเองเพื่อสื่อสารความทุกข์และวอนขอความช่วยเหลือจากสังคม รวมถึงบุคคลสาธารณะอย่าง คุณบุ๋ม ปนัดดา และคุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ให้ช่วยติดตามเบาะแสคนร้าย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายวิระพร คุณเสน อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 366 หมู่ 8 ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว หลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนักจากการสูญเสียรถยนต์ถึง 2 คัน ส่งผลให้ต้องแบกรับภาระหนี้สินรวมกว่า 2 ล้านบาท จากการกู้เงินธนาคารมาปิดบัญชีรถที่ยังผ่อนอยู่ และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างถูกบริษัทไฟแนนซ์ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ก่อนเล่ารายละเอียด นายวิระพรได้อ่านกลอนที่แต่งขึ้นด้วยตนเอง เพื่อสื่อสารความทุกข์และวอนขอความช่วยเหลือจากสังคม รวมถึงบุคคลสาธารณะ อาทิ คุณบุ๋ม ปนัดดา และคุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เพื่อช่วยติดตามเบาะแสคนร้าย

นายวิระพรเปิดเผยว่า เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นกับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กธ 3562 ขอนแก่น ซึ่งตั้งรางวัลนำจับไว้ 100,000 บาท โดยรถคันดังกล่าวผ่อนชำระเดือนละ 18,000 บาท และต้องไปกู้เงินจากธนาคารมาปิดบัญชีหลังรถหาย จนปัจจุบันถูกธนาคารฟ้องร้อง โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 รถถูกขโมยจากหน้าบ้าน ขณะจอดอยู่โดยมีรถของลูกสาวและรถกระบะจอดขวางไว้ โดยเวลาประมาณ 02.00 น. ตนเองอยากดูบอลจึงลุกมาเปิดโทรทัศน์ดู และส่องออกไปข้างนอกยังพบเห็นรถจอดอยู่ปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 03.15 น. ได้ยินเสียงสตาร์ทรถ จึงออกไปดูพบว่าคนร้ายกำลังถอยรถตนเองออกไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความตกใจจึงรีบไปบอกภรรยาและถามหากุญแจรถลูกสาว ก่อนขับรถเก๋งของลูกสาวไล่ติดตามไปถึงบริเวณป้อมตำรวจกู่ทอง แต่ไม่สามารถติดตามได้ทัน เนื่องจากน้ำมันใกล้หมด จึงต้องย้อนกลับ โดยต่อมาได้ลงพื้นที่หาเบาะแส ทราบว่าคนร้ายได้ไปเติมน้ำมันประมาณ 1,000 บาท ที่ปั๊มหลอด ในพื้นที่อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ก่อนหลบหนีไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 นายวิระพรเห็นข่าวการจับกุมยาไอซ์ในพื้นที่อำเภอมัญจาคีรี จึงสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับรถของตนเอง จึงโทรสอบถามไปยังสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี และเตรียมเดินทางไปตรวจสอบที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจนครบาล 7 เนื่องจากเป็นชุดจับกุมและนำของกลางทั้งหมดกลับไป

นายวิระพรยังเล่าว่า ในใจมีชายต้องสงสัย 2 คน ขณะเดินทางไปตรวจงานที่จังหวัดยโสธร โดยทั้งสองยืนสังเกตการณ์แต่ไม่ทราบว่าขับรถอะไร และไม่ได้เอะใจอะไร ก่อนกลับมาบ้านในช่วงเย็นพบว่ามีรถต้องสงสัยจอดอยู่ตรงข้ามบ้าน โดยมีคนอยู่ในรถแต่ไม่เห็นว่าเป็นใคร กระทั่งรถหายดังกล่าว ก่อนเข้าแจ้งความและตั้งข้อสงสัย สเก็ตภาพใบหน้าคนร้ายเอาไว้ โดยทางตำรวจ สภ.ย่อยพระลับ ได้ให้ข้อมูลกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ต้องหาที่มีประวัติเกี่ยวกับการโจรกรรมรถ และมีคดีเกี่ยวกับครอบครองระเบิดและอาวุธปืน ซึ่งมีใบหน้าคล้ายกับ 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ตนเองได้สเก็ตภาพด้วย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลที่สำนักงานขนส่ง พบว่ารถคันดังกล่าวไม่เคยต่อภาษีตั้งแต่ปี 2553 โดยรถมีตำหนิจุดสังเกตสำคัญ 6 จุด ประกอบด้วย 1. แอร์แบ็กด้านซ้ายมีรอยงัด 2. เหนือไฟหน้าซ้ายมีรู 2 รู 3. บริเวณคนขับมีรอยเจิมยันต์ 2 จุด 4. มือจับเบาะกลางด้านขวามีรอยแตก 5. มือจับประตูทั้ง 4 บาน และไฟหน้า-หลังตกแต่งโครเมียม 6. ด้านซ้ายตัวรถมีรอยขีดข่วนชัดเจน ที่ผ่านมาได้รับแจ้งเบาะแสจากหลายจังหวัด รวมถึงประเทศกัมพูชา แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบรถคันดังกล่าว

ส่วนเหตุการณ์ที่สอง เป็นรถกระบะแค็บ นิสสัน นาวาร่า สีขาว ทะเบียน ผท 427 ขอนแก่น โดยนายวิระพรได้ประกาศขายดาวน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในราคา 30,000 บาท ก่อนมีมิจฉาชีพติดต่อขอซื้อถึงบ้าน โดยมีเอกสารเป็นบัตรประชาชนของ นางสาวชัชชญา บุญกลาง ชาวอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น นางสาวพิชญาภา บุญกลาง ผู้ซื้อ และนางสาวสุดใจ แสนเมืองเคน คนค้ำ ซึ่งเป็นขบวนการเดียวกัน และได้ชำระเงินมาแล้ว 3 งวด รวม 18,402 บาท (งวดละ 6,134 บาท) โดยโอนเงินเข้าบัญชีลูกสาว โดยได้นัดหมายจ่ายส่วนที่เหลือและเพื่อเปลี่ยนสัญญาในวันถัดไป แต่ผู้ซื้อไม่มาตามนัด และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยทุกช่องทาง

ภายหลังประมาณ 2 สัปดาห์ นายวิระพรต้องเดินทางไปทำธุระที่จังหวัดยโสธร และได้แวะพูดคุยกับอดีตแฟนของผู้ต้องสงสัย ซึ่งให้ข้อมูลว่าไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว ขณะที่ภรรยาของนายวิระพรได้สอบถามญาติของผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ทราบเพียงว่าบุคคลดังกล่าวถูกคุมขังอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบล่าสุด พบว่ารถคันดังกล่าวมีการต่อทะเบียนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ในพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังพอมีความหวังว่าจะได้คืนมากกว่าคันแรกที่หายไป

นายวิระพรกล่าวว่า ปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งภาระหนี้สินและการถูกดำเนินคดี พร้อมวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน หากพบเห็นเบาะแสรถยนต์ทั้ง 2 คัน หรือข้อมูลของผู้กระทำผิด ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการติดตามและนำทรัพย์สินกลับคืนโดยเร็วต่อไป และความหวังขณะนี้มีน้อยนิด แต่ก็หวังว่าจะได้รถคืนอยู่ เพราะตอนนี้เป็นหนี้และกำลังถูกฟ้องเพิ่มอีก อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามรถคืน และในวันจันทร์นี้จะลงไปติดตามดูรถที่ กก.สส.น.7 และสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเช็กข้อมูลผู้ต้องหา คือนางสาวพิชญาภา ว่าถูกจำคุกจริงหรือไม่ และจะนำกลอนไปขอความช่วยเหลือกับคุณหนุ่ม กรรชัย พร้อมเตรียมแต่งกลอนถึงนายกหนูด้วย เพื่อให้ช่วยติดตามเอารถกลับคืนมา

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์


Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด