เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสอบถามความคิดเห็นและความคาดหวังของนักศึกษาที่มีต่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี โดยผลการโหวตปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบจำนวน 293 เสียง
จากการสอบถาม นายณัฐธนน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เปิดเผยว่า ส่วนตัวคาดหวังอยากเห็นการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา เทคโนโลยี การแพทย์ รวมถึงการบริหารงานภาครัฐที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยต้องการให้มีการตรวจสอบกระบวนการทำงานของภาครัฐอย่างจริงจัง และพัฒนาศักยภาพของประเทศในทุกด้านให้ก้าวหน้าอย่างเต็มที่ สมกับความไว้วางใจของประชาชน
นายณัฐธนนกล่าวต่อว่า ปัญหาเร่งด่วนที่ควรเริ่มแก้ไขคือด้านการศึกษา เนื่องจากเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หากประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง จะช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศในทุกมิติให้เดินหน้าได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่ยังไม่มีแนวโน้มลดลง รวมถึงความไม่ชัดเจนในเรื่องปริมาณน้ำมัน โดยเห็นว่ารัฐบาลควรเข้ามาตรึงราคา เนื่องจากหากปล่อยให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อประชาชนฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการประกอบอาชีพ
สำหรับนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” นายณัฐธนนมองว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาผลกระทบด้านงบประมาณของประเทศควบคู่กันไป ว่าการนำงบประมาณมาใช้ในโครงการดังกล่าวจะกระทบต่อการพัฒนาในด้านอื่นหรือไม่ รวมถึงต้องประเมินความคุ้มค่าในระยะยาวว่าผลดีหรือผลเสียมีมากกว่ากัน
ด้าน น.ส.สุภาวิดา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 กล่าวว่า ต้องการให้นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศด้วยความโปร่งใส แม้ว่าจะมาจากพรรคการเมืองที่ตนเองไม่ได้เลือกก็ตาม แต่ขอให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีวิสัยทัศน์ โดยปัญหาเร่งด่วนที่อยากให้ดำเนินการแก้ไขคือสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ควรตรึงให้อยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถรับได้
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขควบคู่กันไป พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยว่า หากสามารถดำเนินการได้ตามที่หาเสียงไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง แต่ไม่ควรเป็นเพียงคำโฆษณา
พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ควรบริหารประเทศโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุน และต้องทำงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้
ขณะที่ น.ส.ภทรมน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 กล่าวว่า ความคาดหวังสำคัญคือการที่นายกรัฐมนตรีต้องรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องจากการได้เข้ามาดำรงตำแหน่งเกิดจากเสียงของประชาชน จึงควรนำปัญหาของประชาชนไปแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจปัญหาในเชิงลึก ไม่เพิกเฉยต่อประชาชนระดับฐานราก
ในประเด็นปัญหาเร่งด่วน น.ส.ภทรมนเห็นว่า ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานภาครัฐ โดยต้องสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรม เริ่มต้นจากภายในรัฐบาลเอง โดยทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต
นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน และความชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศ ซึ่งหากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนอาจส่งผลให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก ดังที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ว่ามีการแห่ไปเติมน้ำมันและกักตุน จนทำให้บางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอ จึงเห็นว่าภาครัฐควรบริหารจัดการและสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง และขอให้รับฟังเสียงของประชาชนเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและรักนายกฯ มากขึ้น
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์



Leave a Response