📈 พัฒนาระบบค่าตอบแทนเป็นธรรม
🎯 สร้างแรงจูงใจในการทำงาน
🏫 เสริมศักยภาพมหาวิทยาลัย
👩🏫 ดึงดูดบุคลากรคุณภาพ
🎥 เปิดเหตุผลผ่านรายการ KKU Inside Council
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยสภามหาวิทยาลัยได้มีมติเห็นชอบให้มีการปรับเงินเดือนและค่าตอบแทนแรกเข้าสำหรับบุคลากรทุกประเภท ทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน (รวมถึงวิชาชีพเฉพาะและเชี่ยวชาญเฉพาะ) เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ร่วมขับเคลื่อน มข. สู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

เป้าหมายสำคัญ: ดึงดูดคนเก่ง สร้างแรงจูงใจ ท่ามกลางความท้าทาย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย ทั้งจำนวนนักศึกษาที่ลดลงและความไม่แน่นอนในภาคธุรกิจ สภามหาวิทยาลัยและคณะผู้บริหารได้เล็งเห็นว่า **”ศักยภาพของบุคลากร”** คือกุญแจสำคัญที่สุด การปรับค่าจ้างครั้งนี้จึงเป็นการ “บริหารค่าจ้างเชิงระบบ” เพื่อสร้างแรงจูงใจบนพื้นฐานของความรู้และความสามารถอย่างแท้จริง
การดำเนินงานที่โปร่งใสและเป็นธรรม ผ่านที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การปรับอัตราในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากมติสภาฯ ที่ให้ทบทวนอัตราเงินเดือนทั้งระบบ โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการในระยะที่ 1 ปรับค่าจ้างให้กลุ่มลูกจ้างกว่า 2,000 คนไปแล้ว สำหรับในระยะที่ 2 นี้ มหาวิทยาลัยได้ว่าจ้างบริษัท Human Intellectual Management ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลที่มีประสบการณ์ในการปรับโครงสร้างเงินเดือนให้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ (เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล) รวมถึงองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ เข้ามาช่วยวิเคราะห์และประเมินผล
3 หลักการสำคัญในการพิจารณาปรับค่าตอบแทน
เพื่อให้การปรับเงินเดือนเป็นไปอย่างยั่งยืนและเหมาะสม มข. ได้ใช้หลักการพิจารณา 3 ประการ ได้แก่:
1. การเทียบเคียงกับคู่แข่ง (Benchmarking):เปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยในระดับเดียวกัน เช่น จุฬาฯ มหิดล มช. และ ม.อ.
2. ความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน: อัตราใหม่ต้องสามารถแข่งขันเพื่อดึงดูดคนเก่งในตลาดแรงงานได้
3. ความเหมาะสมของงบประมาณ: มหาวิทยาลัยต้องมีงบประมาณเพียงพอที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน
ทำไมจึงเลือกวิธี “หาจุดตัดผลกระทบ 2 เท่า”?
เพื่อป้องกันปัญหา “เงินเดือนคนใหม่แซงคนเก่า” ที่ประชุมได้พิจารณาทางเลือกอย่างรอบคอบ โดยตัดสินใจเลือกวิธี “หาจุดตัดผลกระทบที่ 2 เท่า” ของความแตกต่างระหว่างเงินเดือนเก่าและใหม่ วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้ในมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ เนื่องจากจะช่วยกระจายผลดีไปยังบุคลากรจำนวนมากขึ้น โดยมีบุคลากรที่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนในรอบนี้ถึง 2,249 คน

มข. ไม่ได้เลือกวิธีพิจารณาปรับเพิ่ม (Top-up) ให้ทุกคนในอัตราส่วนที่เท่ากัน เนื่องจากวิธีดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณสูงถึงเกือบ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระที่สูงเกินไปและเป็นแนวทางที่องค์กรเอกชนหรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ไม่นิยมใช้ โดยการปรับด้วยวิธีหาจุดตัดผลกระทบ 2 เท่านี้ จะใช้งบประมาณราว 45.1 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับการปรับให้ลูกจ้างในระยะแรก มหาวิทยาลัยจะใช้งบประมาณรวม 104.88 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่มหาวิทยาลัยสามารถบริหารจัดการเงินรายได้มารองรับได้อย่างเหมาะสม
ผลบังคับใช้ย้อนหลัง และก้าวต่อไปในอนาคต
การปรับเงินเดือนแรกเข้าและผลกระทบในครั้งนี้ จะมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปีงบประมาณนี้ โดยมหาวิทยาลัยกำลังเตรียมการจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายย้อนหลังให้แก่บุคลากรที่ได้รับสิทธิ
นอกจากนี้ มข. ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะดูแลบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยทางคณะทำงานเตรียมพิจารณา “การปรับโครงสร้างเงินเดือนทั้งระบบ” ซึ่งจะมีการขยายฐานเงินเดือนและส่งผลดีต่อบุคลากรทุกคน โดยคาดว่าจะมีผลตั้งแต่ปีงบประมาณหน้าเป็นต้นไป
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะมีการสื่อสารและรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรทุกท่านในโอกาสต่อไป เพื่อสร้างความเข้าใจและก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน



ชมคลิป https://youtu.be/VGBKNHHzSi4




Leave a Response