💧 ชาวบ้านร้องน้ำประปาเน่าเหม็น
👥 รวมตัวกว่า 50 คนยื่นหนังสือ
🏛️ รองผู้ว่าฯ รับปากแก้ใน 1 สัปดาห์
⚠️ ปัญหาสะสมกว่า 2-3 ปี
🌊 วางแผนเพิ่มกำลังผลิตน้ำระยะยาว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มี.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเมืองพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น มีตัวแทนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองเมืองพลประมาณ 50 คน รวมตัวกันเรียกร้องให้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเมืองพล แก้ไขปัญหาน้ำประปาเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็น และมีสีคล้ำขุ่น พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายกมล ศรีวงษ์ รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 2) การประปาส่วนภูมิภาค
ภายหลังการยื่นหนังสือ ได้มีการเปิดโอกาสให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าหารือร่วมกันที่ห้องประชุมการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเมืองพล โดยมี นายกิตติโชติ เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล และ นายณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง สส.ขอนแก่น เขต 9 พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมรับฟังการหารือดังกล่าวด้วย

นายเริงชัย ศรีวิชัย อายุ 61 ปี แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า ปัญหาคุณภาพน้ำประปาในอำเภอพลเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมานานประมาณ 2-3 ปี และมักเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปีที่ผ่านมา ชาวบ้านเคยทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวงมหาดไทยซึ่งกำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค
ต่อมามีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งกลับเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ว่าได้สั่งการให้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเมืองพล แก้ไขปัญหาแล้ว และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน การประปาฯ ก็แจ้งว่าได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว ทำให้ชาวบ้านรู้สึกอุ่นใจว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคม 2569 ปัญหาน้ำประปากลับเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยน้ำมีกลิ่นเน่าแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทั้งนี้จากการชี้แจงของรองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ระบุว่าสาเหตุเกิดจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ใส่สารเคมีไม่ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำที่มีคุณภาพภายใน 1 สัปดาห์
นายเริงชัย กล่าวว่า เมื่อได้รับคำยืนยันจากรองผู้ว่าการฯ ชาวบ้านก็รู้สึกอุ่นใจว่าจะได้รับการแก้ไข แต่ยังคงต้องติดตามผล หากยังไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านก็พร้อมยกระดับการเรียกร้องจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข เนื่องจากปัญหาน้ำประปาเป็นปัญหาที่สะสมมาหลายปี และต้องการให้ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนเพื่อไม่ให้ลูกหลานได้รับผลกระทบในอนาคต
ด้าน นายกิตติโชติ เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ร้องเรียนมายังเทศบาลให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำประปา โดยมีข้อเรียกร้องหลัก 2 เรื่อง คือคุณภาพความสะอาดของน้ำประปา และการพัฒนาบึงละเลิงหวาย ซึ่งเทศบาลได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้ หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือนในเขตเทศบาลเมืองเมืองพลจะได้รับผลกระทบทั้งหมด ส่วนบึงละเลิงหวายนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน โดยเทศบาลจะประสานเพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว อาจปลูกบัวแดงหรือพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์น้ำจืดเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและสร้างแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่
ขณะที่ นายกมล ศรีวงษ์ รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 2) การประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ได้รับทราบปัญหาจากประชาชน เทศบาลเมืองเมืองพล ส.ส.ในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยปัญหาหลักคือเรื่องสี กลิ่น และคุณภาพของน้ำ ซึ่งจะเร่งแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และภายในเดือนมีนาคมนี้ คุณภาพน้ำจะต้องได้มาตรฐานของการประปาส่วนภูมิภาคในภาพรวม
สำหรับแนวทางแก้ไขระยะสั้น จะมีการเปลี่ยนจุดสูบน้ำจากบริเวณหน้าสำนักงานไปยังจุดใหม่ที่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งมีคุณภาพน้ำดิบที่ดีกว่า โดยอยู่ระหว่างดำเนินการของบประมาณเพื่อก่อสร้างจุดสูบน้ำใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินเดือนตุลาคมนี้
ส่วนแนวทางแก้ไขระยะยาว จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาที่บ้านทุ่งน้อย จากเดิม 300 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เป็น 500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมเปลี่ยนท่อน้ำดิบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 และจะมีการเสนอเรื่องไปยังผู้บริหารระดับสูง รวมถึงประสาน ส.ส. และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
นายกมล กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการน้ำของเจ้าหน้าที่ที่อาจมีความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร ทำให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด โดยเฉพาะการใส่สารเคมีในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลง เมื่อจ่ายเข้าสู่ระบบท่อจึงเกิดน้ำสีเหลืองหรือสีดำตามที่ปรากฏ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการกำกับดูแลการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
ด้าน นายณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง สส.ขอนแก่น เขต 9 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รับทราบว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำประปามานานกว่า 2-3 ปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลังจากรับทราบรายละเอียดแล้วจะพิจารณาว่าสามารถช่วยเหลือในด้านใดได้บ้าง
ทั้งนี้ ในวันที่ 24 มี.ค. จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าการประปาส่วนภูมิภาคสามารถแก้ไขปัญหาได้ตามที่รับปากไว้หรือไม่ หากชาวบ้านยังไม่พึงพอใจหรือยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะเข้ามาช่วยเหลือในการผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์



Leave a Response