🦟 ไขข้อสงสัย “ตัวคุ่น” หลังชายลำปางเสียชีวิต แพทย์ย้ำไม่ได้ฆ่าโดยตรง แต่เสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

Gemini_Generated_Image_9wfnt19wfnt19wfn

🗓️ เริ่มป่วย 8 ก.พ. 2569
🏥 รพ.วังเหนือรับรักษาอาการปวดน่อง
🩸 วิกฤตติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง
⚠️ แพทย์ชี้ไม่ตายเพราะพิษโดยตรง
🌊 พบมากริมน้ำตก-ลำธารป่าชื้น
🧴 ห้ามเกา ลดเสี่ยงติดเชื้อแทรกซ้อน

กรณีการเสียชีวิตของชายวัย 68 ปี ในพื้นที่อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกในสังคมออนไลน์และกลุ่มนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ หลังมีข้อสังเกตว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการถูก “ตัวคุ่น” หรือ “ริ้นดำ” กัด จนนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 🗓️ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวังเหนือ ด้วยอาการปวดน่อง แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นวันเดียวกัน อาการกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดรุนแรงจนเดินไม่ได้ ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ญาติให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสงสัยอาจถูกแมลงตัวคุ่นกัดก่อนหน้า

ทีมแพทย์ตรวจพบภาวะวิกฤต คือการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง (Sepsis) ร่วมกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แม้จะได้รับการส่งตัวรักษาต่อและดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตในวันที่ 🗓️ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยภาวะระบบหายใจล้มเหลว

โรงพยาบาลวังเหนือชี้แจงว่า “ตัวคุ่น” ไม่ใช่สัตว์มีพิษร้ายแรงที่ทำให้เสียชีวิตทันที การเสียชีวิตในกรณีนี้เกิดจากภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยสุขภาพเดิมหรือภาวะทางร่างกายเฉพาะบุคคล โดยพิษของตัวคุ่นไม่ได้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตโดยตรง

ตัวคุ่น (Black Flies) หรือริ้นดำ เป็นแมลงขนาดเล็ก สีดำหรือเทาเข้ม รูปร่างคล้ายแมลงหวี่ มักพบมากในพื้นที่ป่าชื้น โดยเฉพาะบริเวณแหล่งน้ำสะอาดที่ไหลเชี่ยว เช่น น้ำตกหรือลำธาร ลักษณะการกัดแตกต่างจากยุง เพราะจะใช้ปากกัดกระชากผิวหนัง (bite and tear) ให้เกิดบาดแผลและเลือดซึม ก่อนดูดกินเลือด ทำให้ผู้ถูกกัดอาจไม่รู้สึกเจ็บทันที แต่จะเห็นจุดเลือดออกเล็ก ๆ บริเวณแผล

อาการหลังถูกกัดมักเริ่มจากจุดเลือดออกสีแดงสดเล็ก ๆ จากนั้นจะมีอาการคันรุนแรง ตุ่มบวมแดง นูนแข็ง หรือบางรายเกิดตุ่มน้ำใสและมีน้ำเหลือง หากมีอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) เช่น หน้าบวม ปากบวม หายใจติดขัด หรือเวียนศีรษะ ต้องรีบพบแพทย์ทันที

สาเหตุสำคัญที่ทำให้แผลลุกลามจนเกิดอันตราย มักเกิดจากการเกาจนผิวหนังถลอก เปิดทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย จนเกิดการอักเสบ เป็นหนอง หรือรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดดังเช่นกรณีนี้

แนวทางปฐมพยาบาลเมื่อถูกตัวคุ่นกัด คือ รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด ประคบเย็นเพื่อลดบวม ทาคาลาไมน์หรือครีมแก้คัน หากอาการมากสามารถใช้ยาแก้แพ้กลุ่มแอนติฮิสตามีนหรือสเตียรอยด์ชนิดอ่อนตามคำแนะนำแพทย์ และที่สำคัญคือห้ามเกาเด็ดขาด หากแผลบวมร้อน เป็นหนอง มีไข้สูง หรือไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์

สำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยง เช่น ริมน้ำตกหรือลำธารในป่าชื้น ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้มอย่างสีดำหรือกรมท่า ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงที่มี DEET ความเข้มข้น 20–30% และหลีกเลี่ยงการนั่งพักบริเวณริมน้ำนานเกินไปในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่ตัวคุ่นออกหากิน

เหตุการณ์ในอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง แม้สร้างความโศกเศร้า แต่แพทย์ย้ำว่าความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนก ตัวคุ่นไม่ใช่แมลงอันตรายถึงชีวิตโดยตรง หากดูแลแผลอย่างเหมาะสมและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงทำได้อย่างปลอดภัย

#ตัวคุ่น #ริ้นดำ #ลำปาง #วังเหนือ #ข่าวสุขภาพ
#Sepsis #ติดเชื้อในกระแสเลือด #เที่ยวป่า #สายธรรมชาติ #เตือนภัยสุขภาพ
#BlackFlies #แมลงกัดต่อย #ปฐมพยาบาล #รู้ทันโรค #สุขภาพต้องรู้
#น้ำตก #ลำธาร #เดินป่า #แคมป์ปิ้ง #ป้องกันแมลง
#ข่าววันนี้ #ประเด็นสังคม #สุขภาพใกล้ตัว #เตือนภัยออนไลน์ #ธรรมชาติอย่างปลอดภัย

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์


Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด