🧓 ชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท
📍 ปลุกเศรษฐกิจฐานรากทั่วอีสาน
🗳️ ขึ้นรถแห่ลุยตลาดบางลำภู
🏭 เยี่ยมพนักงานบริษัทในเมืองเก่า
⚠️ จี้ กกต.เอาจริงคดีซื้อเสียง
🎥 เปิดคลิปเงินสด 1,000 บาทแลกเสียง
🧠 จัดแคมเปญ “สงคราม 3 สี” ทิ้งท้าย
💥 ซัดพรรคใหญ่-ไม่รักษาสัญญา
📺 ขึ้นจอ LED ทั่วกรุง
⚖️ เตือนนิ่งเฉยเสี่ยงผิด ม.157
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 48 พร้อมด้วยนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ นำคณะผู้สมัครพรรคฯ ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้าย พบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด ก่อนเดินทางต่อไปยังบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อเยี่ยมพนักงานและขอคะแนนเสียง

คุณหญิงสุดารัตน์เผยว่า ตลอดการลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ขอนแก่น ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น พร้อมชูนโยบายหลัก “บำนาญประชาชน 3,000 บาท” ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยสามารถดำเนินการได้ทันทีใน 6 เดือนหากได้บริหารประเทศ เน้นสร้างรายได้ให้ผู้สูงวัยอย่างมีศักดิ์ศรี ลดภาระลูกหลาน และลดค่าใช้จ่ายสุขภาพในระยะยาว
นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยเน้นจุดแข็งเรื่องความโปร่งใส ไม่มีทุจริต พร้อมเชิญชวนชาวอีสานเลือกหมายเลข 48 เพื่อเปลี่ยนระบบสวัสดิการแบบเดิมไปสู่ความมั่นคงในอนาคต

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พรรคไทยสร้างไทยเตรียมจัดแคมเปญใหญ่ภายใต้ชื่อ “สงคราม 3 สี” ณ กรุงเทพมหานคร โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป็นการตั้งคำถามถึงพรรคการเมืองเดิมที่มีปัญหาทั้งด้านทุจริต ความมั่นคง และการต่างประเทศ ซึ่งเคยผิดสัญญากับประชาชน พร้อมเปิดข้อความ 3 ข้อหลักผ่านจอ LED ทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ “เลือกสงคราม 3 สี ปัญหาเก่าวนกลับมาใหม่”, “เข็ดหรือยังกับสัญญาที่โกหก”, และ “เราไม่โกง เก๋าพอที่จะสู้กับคนโกง”
พร้อมกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณีร้องเรียนการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 9 จังหวัดขอนแก่น โดยย้ำว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องสืบสวนอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นอาจเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทั้งนี้ ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากถึงการซื้อเสียงด้วยเงินสดหลักพันบาท ซึ่งปีนี้พบมากกว่าการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า การดำเนินคดีเดิมในปี 2566 ส่วนใหญ่เป็นเพียงคดีเล็ก ๆ ตัดสิทธิ์ทางการเมืองเท่านั้น แต่กรณีที่มีเงินสะพัดนับร้อยล้านกลับไม่มีความคืบหน้า หาก กกต. เพิกเฉยอาจถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทิ้งท้ายเตือนประชาชนว่า การเลือกคนที่แจกเงินเท่ากับส่งเสริมคนโกงให้กลับมาปล้นชาติในอนาคต
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์



Leave a Response