เรื่อง “ผิว” ยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอายุเท่านั้น แต่เรื่องของความมั่นใจก็สำคัญไม่แพ้กัน ปัจจุบันเทรนด์การเข้าคลินิกความงามเพื่อทำหัตถการกลายเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย โดยเฉพาะหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-Invasive) อย่างการฉีดโบทอกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเครื่องยกกระชับ ที่กำลังมาแรงสุด ๆ เพราะไม่ต้องพักฟื้น เจ็บตัวน้อย แต่เห็นผลชัดเจน จนทำให้คนสนใจ
ขณะเดียวกันรวงการแพทย์ความงามไทยเรายังเติบโตไว ด้วยฝีมือหมอไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ราคาที่สบายกระเป๋า ยิ่งเมื่อเทียบกับราคามาตรฐานของสิงคโปร์ที่เราถูกกว่าถึง 3 เท่า หรือจะเป็นมาเลเซียที่ถูกกว่าถึง 2 เท่า! วันนี้เราเลยขอเปิดข้อมูลเจาะลึกจาก Atita Clinic ที่รวบรวมเทรนด์ผิวปี 2025-2026 มาฝากกันว่า “คนแต่ละเจน” มีปัญหาผิวอะไรกันบ้าง และควรเลือกทำอะไรให้ตอบโจทย์ที่สุด?

Gen Z (อายุ 12-27 ปี): เน้นป้องกันก่อนแก้
ใช่ว่า คน Gen Z หรือกลุ่มอายุ 12-27 ปี จะไม่มีข้อกังวลใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง เพราะว่า จากผลสำรวจจาก SCB EIC แล้ว มีคนจากกลุ่มนี้มากถึง 29% ที่เคยผ่านการทำหัตถการแบบ Non-Invasive มาแล้ว เนื่องจากยังมีความกังวลก่อนเกิดปัญหาจริงนั่นเอง โดยปัญหาที่พวกเขาให้ความกังวลมากที่สุด 4 อันดับก็คือ
- สิวและรอยคล้ำจากสิว: 40%
- ผิวหมองคล้ำไม่สดใส: 30%
- รูปขุมขนกว้าง หน้ามัน: 20%
- อยากหน้าเรียว ปรับรูปหน้า: 10%
หัตถการที่แนะนำ
สำหรับ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับการ “ป้องกันก่อนแก้” และอยากมีผิวสุขภาพดีตั้งแต่เนิ่น ๆ หัตถการที่ตอบโจทย์จึงมักเป็นกลุ่มงานผิวเป็นหลัก
สายงานผิว (Skin Quality): ฉีดเมโสหน้าใส หรือวิตามินผิว ช่วยกู้ผิวหมองให้ดูไบร์ทเป็นธรรมชาติ
สายสิว: โปรแกรมรักษาสิวโดยเฉพาะ หรือเมโสอย่าง MADE Collagen ช่วยเคลียร์สิวและขับสารพิษ
สายหน้าเรียว: โบทอกซ์ลดกราม และเมโสแฟต ลดแก้ม เหนียง ตอบโจทย์คนอยากหน้าเป๊ะถ่ายรูปสวย

Gen Y (อายุ 28 – 43 ปี)
นี่คือกลุ่มที่เป็นลูกค้าสำคัญของวงการหัตถการในปัจจุบัน เพราะมีสัดส่วนคนเคยใช้บริการมากถึง 53% เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ผิวเริ่มฟ้องอายุ การดูแลจึงเน้น “แก้ไข” และ “คงสภาพ” ให้ดูดีสมวัย และเริ่มแก้ปัญหาก่อนที่จะสายเกินไป
- ริ้วรอยแรกเริ่ม: 35%
- ฝ้า กระ จุดด่างดำ: 30%
- ริ้วรอยลึก: 25%
- ผิวขาดน้ำ: 10%
หัตถการที่แนะนำ
เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มองหาความหลากหลายในการดูแลตัวเอง หัตถการที่คนกลุ่มนี้ให้ความสนใจจึงครอบคลุมตั้งแต่การเติมริ้วรอย เติมเต็มและฟื้นฟูผิว นอกจากนี้ด้วยศักยภาพด้านกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของคน Gen Y การเลือกใช้เครื่องยกกระชับผิวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มาแรง
เติมเต็มและลดริ้วรอย: โบทอกซ์ลดรอยย่น และฟิลเลอร์เติมใต้ตา/ร่องแก้ม ให้หน้าดูอิ่มฟูไม่โทรม
งานผิวเด็ก (Bio Stimulator): โปรแกรมอย่าง Sculptra หรือ Radiesse กำลังมาแรงมาก ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว
ยกกระชับ: เครื่อง HIFU หรือ Ultraformer III และ Pico Laser ช่วยหน้าใส ตอบโจทย์คนเวลาน้อย พักฟื้นสั้น

Gen X (อายุ 44-59 ปี)
กลุ่มต่อมาที่มีความกังวลเรื่องผิวหน้ากันไม่น้อยก็คือ คน Gen X ที่มีอายุตั้งแต่ 44 ถึง 59 ปี ซึ่งจะเน้นไปที่เรื่องริ้วรอยและความอ่อนเยาว์เป็นหลัก แม้ว่าวัยจะเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นกลุ่มที่เคยผ่านการทำหัตถการมากที่สุด อยู่ที่ 45% ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ การร้อยไหม พร้อมกับฟื้นโครงสร้างผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์ และเน้นความเป็นธรรมชาติ ซึ่งปัญหาที่พวกเขากังวลมากที่สุดทั้ง 4 อันดับก็คือ
- ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด: 45%
- ร่องลึกชัด บริเวณร่องน้ำตาและร่องน้ำหมาก: 30%
- ริ้วรอยและผิวแห้ง: 15%
- ฝ้าลึกและเม็ดสีสะสม: 10%
หัตถการที่แนะนำ
ไม่ว่าจะเป็นการร้อยไหมหน้า หรือจะฉีดฟิลเลอร์ ไปจนถึงการใช้เครื่องยกกระชับต่างก็เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ไม่น้อย
ยกกระชับระดับลึก: เทคโนโลยีตัวท็อปอย่าง Ulthera Prime และ Thermage FLX หรือการร้อยไหม
เติมวอลุ่ม: ฟิลเลอร์ขมับ/แก้มตอบ เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสดใสขึ้น
ฟื้นฟูโครงสร้างผิว: ฉีด Bio Stimulator กระตุ้นคอลลาเจน หรือโบทอกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ให้ผิวยืดหยุ่นและชุ่มชื้น
ไม่ว่าคุณจะอยู่ Gen ไหน การรู้จักปัญหาผิวของตัวเองกลายเป็นหัวใจสำคัญก่อนเลือกทำหัตถการ ซึ่งเราอาจไม่จำเป็นต้องทำตามกระแสทุกอย่าง แต่ควรเลือกวิธีที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่สวย มั่นใจ และปลอดภัยที่สุด



Leave a Response