เกิดเหตุพบศพชายถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมในไร่อ้อย พื้นที่ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น สภาพถูกของแข็งทุบกรามหัก และถูกของมีคมแทงใต้คาง ตำรวจคุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยสนิทผู้ตายไปสอบสวน หลังพบเบาะแสดื่มสุราด้วยกันก่อนเสียชีวิต พร้อมเร่งตรวจดีเอ็นเอเทียบผู้ต้องสงสัย
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 27 มกราคม 2569 ร.ต.อ.ไพศาล แสงวันดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.โคกโพธิ์ไชย รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีชาวบ้านพบศพชายถูกฆ่าตายในไร่อ้อย ทางทิศเหนือของบ้านหินตั้ง หมู่ 3 ต.ซับสมบูรณ์ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พิทักษ์เขต สิงห์พิทักษ์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลโคกโพธิ์ไชย และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น ร่วมตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรศพ
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในไร่อ้อยบริเวณที่มีการตัดอ้อยไปแล้ว พบศพผู้ตายเป็นชาย นอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงินทับด้วยเสื้อยีนส์แขนยาว กางเกงขายาวสีครีม รองเท้าใบสีดำ ถุงเท้าสีดำ พบบาดแผลถูกของแข็งทุบที่กรามจนกรามหัก และมีรอยถูกของมีคมแทงใต้คาง 1 แผล เลือดเริ่มแห้งกรัง
บริเวณใกล้ศพพบด้ามปืนแก๊ปในสภาพหัก และพบลำกล้องปืนตกอยู่ใกล้กัน นอกจากนี้ บริเวณกอไผ่บนคันคูกั้นที่ดินยังพบเปลสำหรับนอนผูกไว้ พร้อมสิ่งของเครื่องครัว แกลลอนน้ำดื่ม และย่ามใส่อาหารแขวนอยู่

ต่อมา นายสุบัน เสาสิงห์ อายุ 65 ปี เจ้าของไร่อ้อย ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ แจ้งว่าผู้ตายคือ นายปรีชา จวนชัยภูมิ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 บ้านซับสมบูรณ์ หมู่ 9 ต.ซับสมบูรณ์ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น อาชีพรับจ้างทั่วไป
นายสุบันให้การว่า ผู้ตายมารับจ้างตัดอ้อยในไร่ ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 26 มกราคม หลังเลิกงาน นายปรีชาบอกว่าจะกลับมายิงหนูในไร่อ้อยตอนกลางคืน แล้วแยกย้ายกันไป จนกระทั่งเช้าวันถัดมาตนจะเข้ามาตัดอ้อยตามปกติ พบว่านายปรีชานอนอยู่ที่พื้น จึงเรียกให้ตื่นแต่ไม่ตอบสนอง เดินเข้าไปใกล้พบรอยเลือดแห้งที่กราม จึงรีบไปแจ้งเพื่อนบ้านและโทรแจ้งตำรวจ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ
ด้านนางสาวศิริลักษณ์ อายุ 30 ปี บุตรสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า หลังแม่เสียชีวิต พ่อไปอยู่เพียงลำพังที่บ้านไผ่ทอง รับจ้างทั่วไปเลี้ยงตัวเอง และไม่ค่อยได้พบลูกหลานบ่อยนัก โดยที่ผ่านมาไม่เคยทราบว่าพ่อมีปัญหากับใคร แต่พ่อมี “บัดดี้” หรือเพื่อนสนิท ที่ไปไหนมาไหนและกินอยู่ด้วยกันตลอด แต่หลังพ่อเสียชีวิต เพื่อนคนดังกล่าวกลับหายตัวไป จึงไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับการตายหรือไม่ และได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว
ต่อมา พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิทักษ์เขต สิงห์พิทักษ์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย และชุดสืบสวน ได้ไปตรวจสอบกระท่อมนาของนายน้อย ซึ่งเป็นบิดาของ นายสิทธิ์ และ นายนุ เพื่อนสนิทของผู้ตาย และได้ควบคุมตัวทั้งสองไปสอบสวนที่งานสืบสวนสอบสวน สภ.โคกโพธิ์ไชย ในฐานะผู้ต้องสงสัย โดยทั้งสองยังให้การปฏิเสธ
พ.ต.อ.พิทักษ์เขต สิงห์พิทักษ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานใกล้ชิด พบว่า นายปรีชาสนิทกับนายสิทธิ์และนายนุ สองพี่น้อง และพักอาศัยกินอยู่ร่วมกันที่กระท่อมนาของนายน้อยมาร่วม 2 เดือน ก่อนเสียชีวิต มีชาวบ้านพบว่า ช่วงค่ำวันที่ 26 มกราคม นายปรีชานั่งดื่มสุรากับนายสิทธิ์และนายนุที่กระท่อมนา และเช้าวันต่อมานายปรีชาก็กลายเป็นศพในไร่อ้อย ซึ่งอยู่ห่างจากกระท่อมประมาณ 500 เมตร และบุตรสาวผู้ตายก็มีความสงสัยต่อการเสียชีวิตของพ่อ และต้องการให้ตำรวจนำตัวเพื่อนสนิทไปสอบสวน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งสองมาดำเนินการตามกระบวนการ โดยแพทย์ระบุเบื้องต้นว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6–10 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น ได้เก็บดีเอ็นเอจากร่างผู้ตาย ตรวจหาลายนิ้วมือจากด้ามปืนที่หัก และเก็บวัตถุพยานที่เชื่อว่าอาจมีลายนิ้วมือคนร้าย รวมถึงเสื้อผ้าผู้ตายไปตรวจสอบเพิ่มเติม
ด้านบุตรสาวขอให้ส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจดีเอ็นเอเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยทั้งสองราย เพื่อยืนยันตัวผู้ก่อเหตุหรือผู้ร่วมก่อเหตุ และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป///



Leave a Response