เพื่อไทยปราศรัยใหญ่ที่น้ำพอง คนร่วมกว่า 1 หมื่นคน “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชูชุดนโยบายใหญ่ พักหนี้เกษตรกร 3 ปี วงเงิน 5 แสนบาท ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% แจกคูปองปุ๋ย–เมล็ดพันธุ์ ลดต้นทุนจริง แก้หนี้นอกระบบ ยกหนี้ผู้สูงอายุ และดัน “หวยเกษียณ” สร้างเงินออมยามชรา
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 6 มกราคม 2568 ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ พบปะประชาชนชาวอำเภอน้ำพองและพื้นที่ใกล้เคียง มีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 10,000 คน เพื่อหาเสียงช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต 4 หมายเลข 5 นายรุ่งโรจน์ เย็นสบาย

การปราศรัยครั้งนี้นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นางสาวจิราพร สินธุไพร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมขึ้นเวทีท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการเลือกตั้งที่ชี้อนาคตประเทศไทย ในช่วงเวลาที่หลายพรรคหลายคนกำลังเล่นสงกรานต์ สาดโคลนใส่กัน แต่พรรคเพื่อไทยไม่เล่นการเมืองแบบทะเลาะ เพราะไม่ชอบความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่าในอดีต นายทักษิณ ชินวัตร ได้สร้างผลงานสำคัญไว้มาก ทั้งโครงการ SML โครงการโอทอป และโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งปัจจุบันพัฒนาให้รักษาได้ทุกที่ทุกโรงพยาบาล
นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยังมีโครงการสร้างกำไร SML ที่เตรียมจะอนุมัติงบประมาณ แต่รัฐบาลในขณะนั้นพ้นจากตำแหน่งก่อน ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวยังคงอยู่ และหากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งและเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินโครงการนี้ต่อทันที
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อว่า ปัจจุบันเกษตรกรอยู่ในภาวะวิกฤติ แม้ที่ผ่านมาเคยมีการพักหนี้รายละไม่เกิน 200,000 บาท แต่เกษตรกรส่วนใหญ่มีหนี้สูงกว่านั้น พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายพักชำระหนี้เกษตรกรเพิ่มเติมอีก 3 ปี พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเต็มที่ ผ่านนโยบายจำนำข้าวและนโยบายใหม่ ๆ ซึ่งที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากถูกห้ามไว้
อย่างไรก็ตาม หากพรรคเพื่อไทยได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าทุกนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบายประกันกำไรสินค้าการเกษตร ที่ต้องมีกำไร 30% ทุกครั้งที่มีการซื้อขาย รวมถึงนโยบายแจกคูปองให้เกษตรกรนำไปแลกปุ๋ย 250 กิโลกรัม และเมล็ดพันธุ์ข้าว 150 กิโลกรัม เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงปัญหาหนี้สินประชาชนซึ่งเป็นปัญหาแบบโซ่ตรวน พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายแก้หนี้นอกระบบ ล้างหนี้เสียให้ประชาชน นโยบายหวยเกษียณ การเอาชนะสแกมเมอร์ และการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยยืนยันว่าในทุกอำเภอจะต้องมีศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด เมื่อบำบัดจนหายขาดแล้วจะส่งกลับสู่ชุมชน พร้อมย้ำว่า หากไม่ได้เป็นรัฐบาล จะไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ จึงขอให้ประชาชนในเขต 4 จังหวัดขอนแก่น เลือกผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคเพื่อไทย เข้าไปทำหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวย้ำถึงนโยบายสำคัญว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยละทิ้งพี่น้องเกษตรกร โดยจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อให้เกษตรกรสามารถฟื้นตัวได้อีกครั้ง พร้อมสร้างรายได้จากผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต
พร้อมยกตัวอย่างนโยบายจำนำข้าวที่ถูกองค์กรอิสระทำให้เป็นนโยบายต้องห้าม พรรคเพื่อไทยจึงพัฒนานโยบายที่ก้าวไกลกว่า คือการรับประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เพื่อให้เกษตรกรไม่ขาดทุน ไม่ว่าต้นทุนหรือราคาตลาดจะเป็นอย่างไร เกษตรกรจะต้องมีกำไรอย่างน้อย 30% ทุกการเก็บเกี่ยว ควบคู่กับการลดต้นทุนปุ๋ย ยา และน้ำมันเชื้อเพลิง

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายแจกคูปอง 2 ใบ ใบแรกแลกปุ๋ย 250 กิโลกรัม และคูปองที่สองแลกเมล็ดพันธุ์ข้าว 150 กิโลกรัม รวมถึงนโยบายช่วยปิดหนี้นอกระบบคนละ 50,000 บาท หากเป็นหนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาท ให้ชำระเพียง 10% ของยอดหนี้ หรือสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท และกรณีผู้สูงอายุไม่เกิน 60 ปี ที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท จะยกหนี้ให้ทันที
ส่วนนโยบายหวยเกษียณ หรือ “สลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ” เป็นนโยบายของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อสร้างเงินออมให้ผู้สูงอายุ โดยผู้มีสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถซื้อสลากขูดดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน กอช. ใบละ 50 บาท ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน มีการออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. รางวัลที่ 1 จำนวน 1,000,000 บาท 5 รางวัล และรางวัลที่ 2 จำนวน 1,000 บาท 10,000 รางวัล เงินที่ซื้อสลากทุกบาทจะถูกเก็บเป็นเงินออมและสามารถถอนคืนพร้อมผลตอบแทนเมื่ออายุครบ 60 ปี

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวบนเวทีถึงนโยบายสำคัญที่พรรคเพื่อไทยเคยดำเนินการ ทั้งนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน และการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งได้รับเสียงปรบมือและเสียงเฮจากประชาชนอย่างกึกก้อง พร้อมประกาศความเชื่อมั่นว่า พรรคเพื่อไทยจะครองเก้าอี้ สส. จังหวัดขอนแก่น ทั้ง 11 เขต จากความไว้วางใจของประชาชน
ภายหลังการปราศรัย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แสดงความมั่นใจว่า ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทยทั้ง 11 เขต ในจังหวัดขอนแก่น จะได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นผู้สมัครที่ใกล้ชิดประชาชน เข้าถึงง่าย และมีความเข้มแข็ง พร้อมย้ำว่าขอนแก่นจะเป็นจังหวัดที่พรรคเพื่อไทยชนะยกทีม
ส่วนภาพรวมระดับประเทศ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประชาชนยังคงต้องการเห็นผลงานและนโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะความต้องการพบ ศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งยืนยันว่าจะลงพื้นที่พบประชาชนในทุกภูมิภาค รวมถึงจังหวัดขอนแก่นในเร็ว ๆ นี้ พร้อมย้ำความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ยาเสพติด คอร์รัปชัน คอลเซ็นเตอร์ และความยากจน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง




Leave a Response