🧠 ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
💓 ระวังคาเฟอีนกระทบหัวใจ
😴 ดื่มผิดเวลา เสี่ยงนอนไม่หลับ
🦴 ดื่มมากเกิน เสี่ยงกระดูกพรุน
☀️ แนะวันละ 1-2 แก้ว ช่วงเช้า
คำถามที่ว่าผู้สูงอายุควรดื่มกาแฟหรือไม่ ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย โดยข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันระบุว่า ผู้สูงอายุสามารถดื่มกาแฟได้ตามปกติ หากไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม และดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ทั้งนี้ ร่างกายของผู้สูงวัยมีการตอบสนองต่อคาเฟอีนที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องเข้าใจทั้งข้อดีและผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรอบด้าน
กาแฟไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มช่วยให้ตื่นตัว แต่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบทางชีวภาพหลายชนิด ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบประสาทและสมอง งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า การดื่มกาแฟอย่างเหมาะสมอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม โดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ คาเฟอีนยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสดชื่น ลดอาการซึมเศร้า และช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองด้านความจำในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผู้สูงอายุควรระวังผลกระทบจากการดื่มกาแฟมากเกินไป เนื่องจากระบบกำจัดคาเฟอีนในร่างกายทำงานช้าลง ทำให้สารคาเฟอีนตกค้างนานกว่าในวัยหนุ่มสาว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ส่งผลต่อการฟื้นฟูร่างกาย
ในด้านระบบหัวใจ คาเฟอีนอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น หรือความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว อีกทั้งการดื่มกาแฟในปริมาณมากยังอาจรบกวนการดูดซึมแคลเซียม เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
แพทย์แนะนำว่า ผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงสามารถดื่มกาแฟได้วันละ 1-2 แก้ว โดยควรเลือกกาแฟดำ ไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม และควรดื่มในช่วงเช้าหรือก่อนบ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการนอนหลับ หากมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย หรือปัญหาการนอน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับพฤติกรรมการดื่มให้เหมาะสม
#ผู้สูงอายุ #กาแฟกับสุขภาพ #อัลไซเมอร์ #พาร์กินสัน #ดูแลผู้สูงวัย
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์




Leave a Response