🚪 ห้ามเปิดตู้เย็นโดยไม่จำเป็น
⏱️ ความเย็นอยู่ได้ราว 2-3 ชั่วโมง
🧊 เจลเย็นช่วยยืดเวลาได้หลายชั่วโมง
❄️ อาหารแช่แข็งช่วยรักษาอุณหภูมิ
⚠️ น้ำแข็งแห้งแรง แต่ต้องใช้ระวัง
เหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ และสร้างความกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหารสดที่เก็บไว้ในตู้เย็นว่าจะยังปลอดภัยหรือไม่ ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการแช่แข็งจากประเทศญี่ปุ่น บริษัท Chuo Reito Sangyo ได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรับมือเมื่อไฟดับ พร้อมเทคนิคสำคัญในการถนอมความเย็นให้ยาวนานที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โดยทั่วไปเมื่อเกิดไฟดับ ความเย็นภายในตู้เย็นจะยังคงอยู่ได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือ “ห้ามเปิดประตูตู้เย็นเด็ดขาด” เพราะการเปิด-ปิดจะทำให้ความเย็นรั่วไหล อุณหภูมิภายในสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงที่อาหารสด เช่น เนื้อสัตว์หรือปลาดิบ จะเน่าเสีย
หากไฟดับมีแนวโน้มยืดเยื้อเกิน 3 ชั่วโมง สามารถใช้ตัวช่วยเพื่อรักษาอุณหภูมิได้ เริ่มจากการใช้เจลเก็บความเย็นหรือ Ice Pack โดยเฉพาะชนิดขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถช่วยยืดความเย็นได้อีกประมาณ 4-5 ชั่วโมง แนะนำให้วางไว้ที่ชั้นบนสุดของตู้เย็น เพราะความเย็นจะไหลลงสู่ด้านล่างตามธรรมชาติ
อีกวิธีคือการใช้อาหารแช่แข็งที่อยู่ในช่องฟรีซเป็นตัวช่วย อาหารเหล่านี้สามารถรักษาความเย็นภายในตู้ได้เพิ่มอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หากอาหารเริ่มละลาย ควรรีบนำมาปรุงสุกทันทีเพื่อความปลอดภัย
ตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ น้ำแข็งแห้ง หรือ Dry Ice ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำถึง -78.5 องศาเซลเซียส จากการทดลองพบว่า หากใส่น้ำแข็งแห้งไว้ในช่องแช่แข็งแล้วปิดตู้ทิ้งไว้ แม้ผ่านไป 24 ชั่วโมง อาหารภายในยังคงแข็งและไม่ละลาย
อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำแข็งแห้งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง ห้ามสัมผัสด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ควรใช้ถุงมือหนาหรือคีมคีบ และควรระวังว่าอาหารที่วางใต้น้ำแข็งแห้งอาจแข็งตัวมากเกินไป
ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า เมื่อไฟดับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและหลีกเลี่ยงการเปิดตู้เย็น หากไฟดับนาน ควรหาเจลเย็น อาหารแช่แข็ง หรือน้ำแข็งแห้งมาช่วย เพียงเท่านี้ก็สามารถรักษาคุณภาพอาหารและลดความสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
#ไฟดับ #ตู้เย็น #อาหารสด #เคล็ดลับแม่บ้าน #ความปลอดภัยอาหาร
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์




Leave a Response