🚿 สายชำระรั่วบ่อย แก้ไม่ยาก เช็กให้ตรงจุดก่อนค่าน้ำพุ่ง

_e3d34370-3a65-4163-aee1-7fe06b924f69

🔧 ยางโอริงเสื่อม ต้นเหตุรั่วซึม
🚰 แรงดันน้ำสูง ทำสายแตกง่าย
⚠️ ปล่อยไว้นาน เสี่ยงลื่นล้ม
💸 ค่าน้ำเพิ่มแบบไม่รู้ตัว
🏠 แก้เองได้ ไม่ต้องเรียกช่าง

ปัญหา “สายชำระรั่ว” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายบ้านมองข้าม ทั้งที่อาจสร้างผลกระทบตั้งแต่พื้นห้องน้ำเปียกลื่น ไปจนถึงผนังและพื้นดูดซึมน้ำจนเกิดเชื้อรา รวมถึงค่าน้ำที่เพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านงานบ้านแนะนำว่า หากรู้สาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุด สามารถทำเองได้ก่อนปัญหาจะลุกลามจนต้องเสียเงินก้อนใหญ่

สาเหตุหลักของสายชำระรั่ว มักเกิดจากยางโอริงด้านในเสื่อมสภาพจากการใช้งานเป็นเวลานาน เจอแรงดันน้ำสูงจนยางแข็ง แตก หรือหดตัว รวมถึงข้อต่อหลวมจากการติดตั้งที่ไม่แน่นตั้งแต่แรก บางกรณีพบว่าสายชำระมีคุณภาพต่ำ วัสดุบาง ไม่ทนแรงดันน้ำ หรือหัวฉีดค้าง ทำให้น้ำไหลตลอดแม้ไม่ได้กดใช้งาน

วิธีแก้ไขเบื้องต้นที่ทำเองได้ เริ่มจากการปิดวาล์วน้ำทุกครั้งก่อนซ่อม เพื่อป้องกันน้ำพุ่งหรือรั่วซ้ำ จากนั้นถอดสายชำระออกมาเช็กยางโอริง หากพบว่าแข็ง แตก หรือบวม ควรเปลี่ยนใหม่ทันที แม้จะเป็นชิ้นส่วนราคาถูกแต่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ขั้นต่อมาคือการขันข้อต่อให้แน่นพอดี ใช้มือหรือประแจช่วย แต่ไม่ควรขันแน่นเกินไปเพราะอาจทำให้เกลียวแตกหรือยางเสียหาย หากพบว่าสายมีรอยปริ แตก เป็นสนิม หรือใช้งานมานาน แนะนำให้เปลี่ยนสายชำระใหม่ทั้งชุด โดยเลือกแบบที่มีฉลากรับแรงดันน้ำสูง จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากกว่า

สำหรับบ้านที่มีแรงดันน้ำสูง การติดตั้งวาล์วลดแรงดันน้ำถือเป็นอีกทางเลือกสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงสายแตก และยังถนอมอุปกรณ์สุขภัณฑ์อื่นในห้องน้ำไปพร้อมกัน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การปล่อยให้สายชำระรั่วไว้นาน อาจทำให้พื้นห้องน้ำลื่นเสี่ยงอุบัติเหตุ ผนังและพื้นเกิดเชื้อรา ค่าน้ำเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และในกรณีรุนแรงอาจเกิดท่อแตกจนถึงขั้นน้ำท่วมบ้านได้

เคล็ดลับดูแลสายชำระให้ใช้งานได้นาน คือปิดวาล์วน้ำทุกครั้งหลังใช้งาน หลีกเลี่ยงการดึงหรือบิดสายแรงๆ ตรวจเช็กจุดต่ออย่างน้อยเดือนละครั้ง และเลือกใช้สายชำระที่มีคุณภาพตั้งแต่แรก เพื่อป้องกันปัญหาจุกจิกในระยะยาว

#สายชำระรั่ว
#ทริคงานบ้าน
#ซ่อมเองได้
#ประหยัดค่าน้ำ
#บ้านน่าอยู่

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์


Leave a Response

เรื่องล่าสุด