🏥 7 มาตรการฟื้นฟูการเงินรพ.ขอนแก่น ขาดทุนสะสมกว่า 1,200 ล้านบาท สธ.เร่งเยียวยา

Cover Web KKL (เว็บไซต์)

📉 ขาดทุนสะสมทะลุ 1,200 ล้านบาท

💰 สธ.ขอยืม สปสช. 300 ล้านบาท

🔍 สั่ง ปปท.-สตง. ตรวจสอบการเงิน

📊 7 มาตรการฟื้นฟูการเงินโรงพยาบาล

🧾 ปัญหารายรับ-รายจ่ายไม่สมดุล

👥 สั่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ

🗓️ ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบล่าช้า

🛠️ เสนอแผนฟื้นฟูกิจการระยะสั้น

📌 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมจำลอง โรงพยาบาลขอนแก่น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการที่ประสบภาวะวิกฤตทางการเงินการคลัง โดยมีนายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 กล่าวต้อนรับ และนายแพทย์สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์เลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น นำเสนอแผนฟื้นฟูทางการเงินการคลังตามข้อเสนอแนะของกระทรวงฯ สำหรับปีงบประมาณ 2568

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เปิดเผยว่า โรงพยาบาลขอนแก่นเริ่มประสบภาวะขาดสภาพคล่องตั้งแต่ปี 2564 โดยยอดขาดทุนสะสมจนถึงปัจจุบัน (ปี 2568) พุ่งสูงถึงกว่า 1,200 ล้านบาท สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้านงบประมาณและการบริหารจัดการในระบบสาธารณสุขระดับจังหวัด ซึ่งหากไม่รีบดำเนินการแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนในวงกว้าง

ในเบื้องต้น กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอแนวทางการแก้ไขโดยขอยืมเงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จำนวน 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องเร่งด่วนให้กับโรงพยาบาล พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบการดำเนินงานและสาเหตุของปัญหาดังกล่าว เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใสและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โดยสาเหตุพบว่ารายรับเงินบำรุงไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากขาดประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ผู้ป่วยสิทธิข้าราชการและชำระเงินเองมีน้อยกว่าโรงพยาบาลที่ขนาดและปริมาณผู้ป่วยใกล้เคียงกัน เพราะมีทางเลือกไปรับบริการที่โรงพยาบาลอื่น ขณะที่การควบคุมรายจ่ายเงินบำรุงก็ไม่มีประสิทธิภาพและไม่เป็นไปตามแผน โดยมีต้นทุนค่าแรงสูงกว่าโรงพยาบาลที่ขนาดและปริมาณผู้ป่วยใกล้เคียงกัน และยังขาดประสิทธิภาพในการควบคุมกำกับการบริหารจัดการภายใน

สำหรับกรณีเงินงบประมาณที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดเวลาที่ส่งเรื่องไปยัง สปสช. เมื่อปลายปีงบประมาณที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ระบุว่า จะรับเรื่องเข้าสู่การพิจารณาเพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ การขาดทุนสะสมในระดับสูงของโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่เช่นโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งถือเป็นเสาหลักของระบบบริการสุขภาพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้สร้างความกังวลต่อทั้งบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนผู้รับบริการ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพและความต่อเนื่องของการดูแลรักษาในอนาคต หากไม่สามารถฟื้นฟูสถานะทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

ส่วนแนวทางและมาตรการที่ทางกระทรวงสาธารณสุขให้ทางโรงพยาบาลดำเนินการเพื่อเป้าหมายที่จะหยุดการขาดทุนของกระแสเงินสดหรือเงินบำรุง ให้มีรายรับมากกว่าหรือเท่ากับรายจ่าย โดยเจ้าหนี้ไม่เพิ่มขึ้นและมีปริมาณคงคลังที่เหมาะสมมีทั้งหมด 7 ข้อประกอบด้วย

1. ร่วมกันจัดทำแผนเงินบำรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยจัดทำเป็นแผนสมดุลรายรับและรายจ่ายเงินบำรุง และให้คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลควบคุมกำกับอย่างเคร่งครัด

2. จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านการจัดเก็บรายได้ โดยการมีส่วนร่วมของแผนกต่างๆ เพื่อเพิ่มรายรับเงินบำรุงให้มากกว่า 10%

3. ให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องด้านต้นทุนพัสดุ ทบทวนรายการที่มีมูลค่าการใช้สูงสุด 20 อันดับแรก และกำหนดมาตรการควบคุมการใช้ให้เหมาะสม เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายด้านพัสดุให้ลดลงมากกว่า 20%

4. ให้คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลควบคุมการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามระเบียบและแผนเงินบำรุง

5. ให้มีการจัดทำ Dashboard สถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลเพื่อสื่อสารให้บุคลากรรับทราบข้อมูลและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา

6. แก้ไขปัญหาสภาพคล่อง โดยเร่งรัดการเรียกเก็บลูกหนี้จากหน่วยบริการภายในจังหวัดและเขตสุขภาพ พร้อมทั้งนำมาตรการเพิ่มรายรับและควบคุมรายจ่ายเงินบำรุงจากคณะทำงานที่เกี่ยวข้องมาจัดทำ “แผนฟื้นฟูกิจการ” เสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ และขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากส่วนกลาง

7. ให้คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลเร่งแก้ไขตามข้อเสนอแนะของกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ สธ.

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

เรื่องล่าสุด