หนุ่มช่างแอร์ปีนเสาไฟฟ้าแรงสูง น้อยใจเมีย หวังปลิดชีพตัวเอง ร้องขอตร.ใส่กุญแจมือพาเข้าคุก เอาลูกชายมาพูดเกลี้ยกล่อมไม่เป็นผล แต่เมื่อเอาเบียร์มาล่อกลับลงมาโดยดี

ads2500x300


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 นายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอเมืองขอนแก่น และ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.เมธี ศรีวันนา รองผกก.ป.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกันนำรถกระเช้าขนาดใหญ่ เข้าช่วยเหลือ นายพิษณุ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/175 ซอยเหลานาดี 12 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ลงจากเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่บริเวณซอยร่วมพัฒนา ถนนเหล่านาดี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมประมาณ 30 นาที ก็สามารถนำตัวลงมาอย่างปลอดภัย โดยเมื่อลงมาถึงด้านล่าง นายพิษณุ กล่าวว่า ขอติดคุก เพราะไม่อยากอยู่กับครอบครัว เพราะถ้ายังอยู่กับครอบครัว หลายคนจะเดือดร้อน พร้อมทั้งเดินขึ้นรถตำรวจไป

พ.ต.ท.เมธี ศรีวันนา รองผกก.ป.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองขอนแก่นรับแจ้งจากศูนย์วิทยุแก่นนครว่า มีชายปืนเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ซอยร่วมพัฒนา ถนนเหล่านาดี จึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาตรวจสอบ ก็พบญาติพี่น้องของพิษณุ ยืนตะโกนเรียกให้นายพิษณุ ลงจากเสาไฟฟ้าแรงสูง แต่นายพิษณุกลับปืนขึ้นไปที่ความสูงประมาณ 50 เมตร จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานขอรถกระเช้าจากเทศบาลนครขอนแก่น มาช่วยเหลือเอานายพิษณุลงมา

เอาลูกชายมาพูดเกลี้ยกล่อมไม่เป็นผล
เอาลูกชายมาพูดเกลี้ยกล่อมไม่เป็นผล

“เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายพิษณุลงมา แต่นายพิษณุเรียกร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปหายังจุดที่นั่งอยู่บนเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยขอร้องว่าให้ตำรวจนำกุญแจมือขึ้นไปด้วย จึงได้ทำตามคำร้องขอ โดยส่ง ส.ต.อ.สุชล เหล่าพร ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองขอนแก่น ขึ้นกระเช้าไปพร้อมเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครขอนแก่น เมื่อขึ้นไปถึง นายพิษณุก็ลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหาตำรวจ พร้อมยื่นมือให้ใส่กุญแจมือทันที จากนั้นจึงนำตัวลงมาอย่างปลอดภัย”

รองผู้ว่าฯ นายอำเภอเมือง มาดูแลด้วยตนเอง

ทางด้านนายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้ มีเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และฝ่ายคนก่อเหตุก็จะมีข้อเรียกร้องต่างๆนานา ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน จะต้องทำงานอย่างรอบคอบและรวดเร็ว เพราะต้องนึกถึงความปลอดภัยของผู้ก่อเหตุ ที่อาจจะมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ จึงต้องหาทางนำตัวลงมาให้เร็วและปลอดภัย ส่วนข้อเรียกร้องนั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ และในรายของนายพิษณุนั้น ในเบื้องต้น ทราบว่ามีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงต้องตรวจปัสสาวะ และหากพบสารเสพติด ก็นำตัวส่งศาลและเข้าสู่กระบวนการบำบัด และในการปฏิบัติงานครั้งนี้ ถือว่ารวดเร็วและปลอดภัย

ขณะที่นางสาว ธิติมา อายุ 35 ปี ภรรยาของนายพิษณุ กล่าวว่า สามีเป็นช่างแอร์ ทำงานที่ร้านแอร์ในเมืองขอนแก่น ส่วนตนทำงานในร้านส้มตำ ในเมืองขอนแก่น และสามียุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ก่อนที่สามีจะก่อเหตุปีนเสาไฟฟ้าแรงสูงนั้น เมื่อคืนที่ผ่านมา คุยกันตามประสาผัวเมียแล้วมีเรื่องไม่เข้าใจกัน จนลุกลามไปเรื่องอื่นๆ รวมถึงสามี เข้าใจว่า ตนจะทิ้งไปมีชายอื่น จนทะเลาะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ แม่ย่าทราบเรื่องจึงมาไกล่เกลี่ย แต่สามีไม่ฟังและออกจากบ้านไป กระทั่งมาปีนเสาไฟฟ้าแรงสูงดังกล่าว ซึ่งไม่แน่ใจว่า ช่วงที่ออกจากบ้านไปนั้นสามีไปเสพยาเสพติดมาด้วยหรือไม่ เพราะไม่มีลางบอกเหตุว่าสามีจะก่อเหตุเช่นนี้ขึ้น เมื่อทราบเหตุจึงรีบพาลูกชายมาหา และร้องขอให้สามีงมา แต่สามีไม่ฟัง จึงต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งช่วยสามีลงมาได้

ร.ต.ต.ไวพจน์ แพงมา รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า หลังรับแจ้งมีคนปีนเสาไฟฟ้าแรงสูง กำลังเจ้าหน้าที่จึงรุดตรวนสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งใช้เครื่องกระจายเสียงตะโกนขึ้นไปพูดคุยแต่ไม่เป็นผลจึงประสานขอรถกระเช้าและเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาเตรียมพร้อมจากนั้นได้พูดคุยกับภรรยาทราบว่านายพิษณุก่อนหน้านั้นได้ไปขโมยสิ่งของที่ห้องเช่าได้เงินมา 150 บาทนำไปซื้อพิซซ่าให้ลูกชายรับประทานจนกระทั่งมารดาทราบเรื่องถูกต่อว่า

“น่าจะน้อยใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ชาวบ้านแจ้งว่ามีการเสพยาและเมื่อเมาก็จะมีปัญหาเกิดความน้อยใจอีกครั้งจนนำมาสู่การก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งจะมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงระหว่างการเจรจาเกลี้ยกล่อม ได้มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาทำการตัดไฟเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ก่อนสบจังหวะที่เจ้าหน้าที่จะทำการเจรจาและนำรถกระเช้าพร้อมนำน้ำดื่ม บุหรี่และกุญแจมือตามที่นายพิษณุ ร้องขอขึ้นไปให้ โดยใช้เวลา พูดเกลี้ยกล่อมสักพักนายนุ ยอมปีนลงมาและมาขึ้นรถกระเช้ากับทางเจ้าหน้าที่และลงมาได้อย่างปลอดภัย

โดยนายพิษณุ บอกเพียงว่า ตัดสินใจดีแล้วที่อยากเข้าคุก เพราะถ้าอยู่ข้างนอกสังคมจะเดือดร้อน เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คนดี บำบัดหรือไม่บำบัด ไม่สำคัญแต่อยากติดคุกแบบไม่มีกำหนด อยากอยู่แบบไม่มีครอบครัว เพราะเชื่อว่าอยู่กับคนอื่นดีกว่าอยู่กับคนในครอบครัว และไม่อยากทำงาน อยากเข้าคุกไม่อยากอยู่ข้างนอก

ads2500x300
Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง