“เอกราช” ชู “อนุทิน” เป็นนายกฯ ต่อจาก “ประยุทธ” โว!พรรคภูมิใจไทยมีระบบในการบริหารจัดการที่ดีที่สุดในประเทศไทย

“เอกราช” ไม่เห็นด้วยสภาล่ม วอน ส.ส.-สว.เข้าร่วมประชุมจันทร์นี้อย่างพร้อมเพรียง ยืนยัน ส.ส. ภท.เข้าประชุมครบ พร้อมหนุน “ลุงหนู” เป็นนายกฯ ต่อ “ลุงตู่”ทันที

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 ส.ค.2565 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ริม ถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ที่ จ.ขอนแก่น ว่า โดยส่วนตัวในฐานะ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคภูมิใจไทยนั้นให้การสนับสนุนการประชุมสภาฯมาโดยตลอด ดังนั้นวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (15 ส.ค.) ตามที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกประชุมร่วมรัฐสภา นั้นพรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมประชุมครบทุกคน ซึ่งผลการประชุมจะออกเป็นอย่างไรนั้นคงกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่ามีการกำหนด มีการเล่นเกมส์ จนทำให้สภาล่ม ทำให้กฎหมายลูก ที่เรียกกันว่าหาร 100 หรือ หาร 500 นั้นไม่ผ่าน ซึ่งสภาล่มที่ผ่านมา จากการฟังกระแสของประชาชนนั้นเป็นภาพลบ ซึ่งตนเองก็ไม่เห็นด้วยที่สภาล่ม

“ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย นั้นไปแสดงตนและลงมติทุกรอบ ที่ผ่านมาพรรคไม่สามารถที่จะไปกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆได้ หรือดำเนินการใดๆ ได้แบบพรรคการเมืองอื่นๆ พรรคภูมิใจไทยปฎิบัติตามกฎ ระเบียบของสภา 100% ซึ่งการที่จะเกิดสภาล่มในวันจันทร์นั้น ก็ต้องดูที่มุมมอง ส.ส.แต่ละท่านมีมุมมอง มีความคิดเป็นของตนเอง หลายท่านบอกเป็นเอกสิทธิ์แต่ผมไม่เห็นด้วยในเรื่องของสภาล่ม หรือการไม่มาร่วมประชุมสภา เพราะท่านประธานสภาฯนัดประชุมแล้ว ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา เป็น ส.ส.ผู้แทนของประชาชน ควรให้ความร่วมมือดังนั้นการจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นเป็นสิทธิ์ของแต่ละท่าน แต่การที่จะเดินออกจากห้องหรือวอร์คเอาท์ และไม่แสดงตน นั้นผมมองเห็นต่าง ผมย้ำชัดว่าในเมื่อมีการนัดหมายการประชุม ส.ส. หรือประชุมร่วมรัฐสภา ทุกคนควรให้ความร่วมมือ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นอีกเรื่อง”

นายเอกราช กล่าวต่ออีกว่า การประชุมสภาวันจันทร์นี้ทุกคนควรที่จะไปเพราะหน้าที่ของ ส.ส.คือต้องเข้าประชุมสภา เพื่อพิจารณากฎหมายต่างๆตามหน้าที่ของการเป็น ส.ส. ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยควรจะพูดคุยกันในที่ประชุม ซึ่งเป็นบทบาทของ ส.ส.แต่ละคนที่จะแสดงความคิดเห็นและต้องพูดคุยกัน ผมยืนยันว่าไม่เห็นด้วยที่จะวอร์คเอาท์ หรือดำเนินการนอกระบบอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งประชาชนเห็นแล้วว่าใครทำอะไร ก็จะนำไปพิจารณาในการเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ก็มีกระแสต่างๆนานา ออกมา แต่วันที่ 15 ส.ค.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการพิจารณากฎหมายลูกของกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งหากสภาล่มอีก ก็คงไม่มีโอกาสแก้ตัว ซึ่งก็ต้องกลับไปใช้วาระเสนอร่างกฎหมายครั้งแรก ในวาระร่าง ครม.ที่เสนอมา ซึ่งจะเป็นการหาร 100 ไม่ใช่หาร 500 ซึ่งหลายพรรคที่แสดงตนและออกมาคัดค้านในการไม่เอาหาร 100 แต่ทั้งนี้การจะหาร 100 หรือหาร 500 จะจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ

“ยอมรับว่าขณะนี้มีหลายคนมาจีบและแสดงตนที่จะมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย มีทั้งอดีตรัฐมนตรี,อดีต ส.ส.หรือแม้กระทั่ง ส.ส.ในปัจจุบัน เพราะทุกคนล้วนมองว่าเมื่ออยู่สังกัดพรรคใดนั้นจะสามารถกลับมาสู่สภาฯได้ ซึ่งโดยส่วนตัวยอมรับว่ามีการประสานมาขออยู่ร่วมพรรคเยอะมาก ซึ่งต้องเรียนด้วยความเคารพว่า การย้ายมาอยู่ด้วยกันนั้นเพราะมองว่าพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ มีนโยบายที่นำไปสู่การปฎิบัติได้จริง ทั้งเรื่องเสรีกัญชาและฟอกไตฟรี ถือว่าเป็นนโยบายของพรรคที่ชัดเจน ซึ่งพรรคของเรานั้นทำงานเป็นระบบและขับเคลื่อนนโยบายได้และประชาชนยอมรับ ทุกคนจึงประสานที่จะมาร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งต้องขึ้นกับผู้ใหญ่ของพรรคที่จะพิจารณาว่าจะเลือกใคร”
นายเอกราช กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พรรคที่มีระบบในการบริหารจัดการที่ดีที่สุดในประเทศไทยที่วันนี้ไม่มีพรรคการเมืองใดดีไปกว่าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเรียนด้วยความเคารพและไม่ได้ไปคุยทับใครหรือไปบอกว่าพรรคไหนดี พรรคไหนไม่ดี และวันนี้ชัดเจนแล้วว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมที่จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมยืนยันชัดเจนว่า ท่านหัวหน้าพรรค เป็นคนที่เหมาะสมที่สุดเพราะเป็นนักธุรกิจ เป็นนักปกครอง เป็นนักบริหาร ซึ่งต่อไปพรรคจะก้าวขึ้นเป็นพรรคขนาดไหนก็ได้ ซึ่งหลายคนหวั่นและออกมาโจมตีพรรคอยู่ทุกวัน เพราะกลัวว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งในฐานะสมาชิกพรรคและ ส.ส.ของพรรค ยืนยันว่าท่านอนุทินเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปต่อจากลุงตู่อย่างแน่นอน

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง