ขอนแก่น คุณตาวัย62ปีแจ้งความเจอแก๊งค์ตบทรัพย์ บนถนนสาย ชนบท-บ้านไผ่ (มีคลิป)

คุณตาวัย 62 ปี ขับรถกลับบ้าน ถูกกระบะชนท้ายแล้วตามมาเอาเรื่องบอกชนแล้วหนีเรียกเงิน 6-7 พันบาท พอบอกไปคุยกันที่โรงพักรีบขับหนีทันทีบอกรีบกลับ กทม.ไม่อยากเสียเวลา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 เม.ย.2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสมาน ไสวดี อายุ 62 ปี ชาว อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น ว่ารถยนต์ของตัวเอง เป็นรถกระบะฟอร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน ณล 3629 กทม. ถูกกระบะไม่ทราบรุ่นยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนชนท้ายแล้วเรียกเอาเงินค่าเสียหาย บอกว่าตัวเองชนแล้วหนี โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนสาย ชนบท-บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พื้นที่บ้านโนนข่า พอได้จอดรถคุยกันถูกกระบะที่มาชนด้านหลังเรียกเงินค่าเสียหาย 6-7 พันบาท พอจะเรียกลูกมาจ่ายชดใช้และตกลงกันที่โรงพักก็ไม่ยอมบอกว่ารีบ ไม่อยากเสียเวลาแล้วขับรถไปทันที

นายสมาน ไสวดี เจ้าของรถเล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 15 เม.ย.2565 ที่ผ่านมา ตนเองขับรถกลับจาก อ.ชนบท มุ่งหน้ากลับบ้านที่ อ.เปือยน้อย ระหว่างทางเป็นทางสองเลน ตนเองวิ่งเลนขวาขับขี่มาตามปกติ มีรถเก่งวิ่งนำหน้า 1 คัน มีกระบะวิ่งตามหลังอยู่ 1 คัน กระทั่งถึงช่วงหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ อ.บ้านไผ่ รถเก๋งจะเลี้ยวขวายูเทิร์น ตนเองก็หักหลบแซงขึ้นทางด้านซ้ายเล็กน้อย ยังไม่ได้ข้ามไปเลนซ้าย จู่ๆได้ยินเสียงเหมือนถูกเฉี่ยวชนทางด้านท้ายรถ และได้ยินเสียงบีบแตรดังเป็นระยะๆ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะชนอะไรหรือมีใครมาชน เพราะขับมาปกติ และไม่กล้าจอดรถเพราะกลัวจะมีเรื่อง พอขับมาถึง 4 แยกไฟแดงถนนมิตรภาพ รถกระบะคันดังกล่าวเรียกให้จอดคุยกันบอกว่าตนเองขับรถชนแล้วหนี จึงได้ขับเลยแยกไปจอดคุยกัน

ระหว่างคุยนั้นเห็นว่า คนขับรูปร่างผอมอยู่บนรถกระบะไม่ทราบรุ่น ยี่ห้อ สีบลอนด์ทอง หมายเลขทะเบียนเห็นแค่ 3 ตัวท้ายคือ 188 เพราะมีชายที่มาด้วยกันอีกคนรูปร่างท้วมผมเกรียน ลงมาคุยและยืนบังรถไม่ให้ตนเองเข้าใกล้รถ บอกว่าพ่อชนรถผมทำไมไม่จอด ถ้าเป็นคนอื่นหัวร้อนแจ้งความจับพ่อไปแล้วนะ ตนเองก็บอกว่าตนเองไม่ทราบว่ามีการชนเพราะก็มั่นใจว่าขับมาตามปกติ จะให้พ่อทำยังไง ชายดังกล่าวบอกว่าถ้าประเมินค่าเสียหายแล้วประมาณ 6-7 พันบาท ตนเองก็บอกว่าตอนนี้ไม่มีเงินต้องให้ลูกชายเอาเงินมาให้ ชายดังกล่าวก็ถามว่าลูกอยู่ที่ไหน ตนเองบอกทำงานอยู่โรงพยาบาลเปือยน้อย ชายดังกล่าวก็บอกว่าไม่ต้องเรียกมาเพราะเสียเวลาจะรีบกลับ กทม. มีเงินเท่าไหร่ก็เอามาเลย ตนเองก็บอกไปว่าไม่มีเงินจริงๆเพราะใส่มือผู้เฒ่าผู้แก่สงกรานต์หมดแล้ว งั้นให้ไปคุยกันที่โรงพักบ้านไผ่ เพราะลูกสะใภ้ทำงานอยู่ อ.บ้านไผ่ ชายดังกล่าวก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะเอารถไปซ่อมเองเพราะว่ารีบไปไม่อยากรอเสียเวลา ก่อนจะเดินขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที

นายสมานบอกอีกว่า หลังคุยจบก็เอะใจว่าจะใช่พวกแก๊งค์ตบทรัพย์หรือไม่ เพราะลักษณะท่าทางมีพิรุท ตนเองจะหยิบโทรศัพท์โทรหาลูกก็ไม่ให้ คือแตะต้องโทรศัพท์ไม่ได้เลย และตนเองพยายามจะไปดูร่องรอยรถที่บอกว่าชนกันก็มาบังเอาไว้ไม่ให้เข้าใกล้ เห็นแค่ไกลๆลักษณะกันชนหน้าด้านขวารถชายดังกล่าวแตกเป็นกันชนไฟเบอร์สีดำ ส่วนรถตนเองไม่ได้บุบมาก มีรอยสีดำจากไฟเบอร์เฉียดๆและขัดออกได้ไม่เป็นอะไรมาก การแต่งตัวชายที่ลงมานั้นไม่เหมือนคนเดินทาง เหมือนชาวบ้านทั่วไปเสื้อยืดกางเกงขาสั้น และหากชนกันเสียหายจริงๆ ก็น่าจะรอได้ไม่น่าจะรีบร้อนอะไรขนาดนั้น และก็ได้คุยกับลูกๆก็เชื่อว่าน่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพแก๊งตบทรัพย์ เพราะลักษณะพฤติการณ์เหมือนกันและเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ขอนแก่นหลายเหตุการณ์ จึงได้เข้าแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.บ้านไผ่เพื่อให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง