คนขอนแก่นแห่ช็อปโครงการคนละครึ่งเฟส 3 แน่นทุกร้าน ผู้ว่าฯ คาดเงินสะพัดเฉียดพันล้านบาท

ads2500x300

        เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่4 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของการใช้จ่ายในวันสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่พบว่าวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้มีประชาชนทยอยกันออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าและใช้สิทธิ์ตามที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลกันอย่างคึกคัก ซึ่งร้านค้าทุกแห่งนอกจากจะจัดหมวดหมู่ของการให้บริการสินค้าในประเภทต่างๆแล้ว ยังคงมีจุดบริการการรับชำระสินค้าผ่านระบบคิวอาร์โค้ด และแอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์เพื่อให้ลูกค้าามารถใช้จ่ายได้โดยสะดวกและคล่องตัว และยังคงคุมเข้มตามมาตรการควบคุมและป้องกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวดอีกด้วย

        นายธนกฤต เล่ห์รักษา เจ้าของร้านไทยรุ่งโรจน์ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ร้านได้เข้าร่วมกับทุกโครงการของรัฐบาล ซึ่งปกติยอดขายได้ไม่เยอะมาก แต่พอมีโครงการของรัฐบาลที่ช่วยเหลือประชาชนที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่กำลังเกิดขึ้นและประชาชนออกมาใช้จ่ายตามการได้รับการจัดสรรนั้นยอมรับว่า ลูกค้าสนใจมาเลือกซื้อสินค้าที่ร้าน โดยเฉพาะช่ววันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ที่มีลูกค้าออกมาใช้จ่ายกันอย่างคึกคัก

        “ร้านของเราไม่ได้ฉวยโอกาสขึ้นราคาทุกรายการจำหน่ายราคาปกติ ซึ่งการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่ยอดใช้จ่ายรวม 300 บาทต่อวัน ซึ่งลูกค้าก็จะจ่ายเพียง 150 บาทต่อวันเท่านั้น อีกทั้งร้านยังได้ลดแลกแจกแถม เพื่อเป็นการสมนาคุณให้กับลูกค้าอีกด้วย เพราะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 ที่กำลังเกิดขึ้นทุกคนต้องช่วยกันเพื่อก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน”

        ขณะที่ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การใช้จ่ายตามโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนออกมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ตามมาตรการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลในการลดค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งหากดูตัวเลขการใช้จ่ายในเฟส 2 ที่เกิดขึ้นที่มีรายได้เข้าจังหวัดมากถึง 800 ล้านบาท ซึ่งในเฟส 3 ตามระยะเวลาของการใช้จ่ายนั้นคาดว่าเงินสะพัดจะเกือบถึง 1,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

        “ขณะนี้เรามีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง จำนวน 22,294 ร้านค้า ขณะที่ปัญหาที่พบจากโครงการดังกล่าวนั้นน้อยมาก ส่วนใหญ่ยังคงเป็นปัญหาในเรื่องของการยืนยันตัวบุคคล จึงขอประชาพันธ์ให้ผู้ทีได้รับสิทธิ์ได้เร่งยืนยันตัวตนผ่านตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย หรือ ประสานกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ได้รับสิทธิ์กันในภาพรวม”

ads2500x300
Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง