รายงานสถานการณ์น้ำชี-น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 22 ต.ค. 64 (มีคลิป)

01-247035091_201758375381947_5541249743443188163_n

น้ำในแม่น้ำชีเริ่มลด ถนนหลายเส้นทางกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ผู้ประสบภัยทยอยกลับเข้าบ้านเพื่อสำรวจความเสียหาย ขณะที่ ชลประทานเฝ้าจับตามวลน้ำก้อนใหม่จากชัยภูมิไหลเข้าพื้นที่อีกระลอก ด้านเขื่อนอุบลรัตน์ระดับน้ำเกินปริมาณกักเก็บแล้ว



      เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 22 ต.ค.2564 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสภพการจราจรในเขต จ.ขอนแก่น หลังพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำชีได้ลดลงจากเดิมกว่า 1 เมตร ทำให้หลายหมู่บ้านสามารถที่จะกลับเข้าพื้นที่ได้แล้ว เช่นเดียวกันกับถนนหลายเส้นทางที่ถูกระดับน้ำท่วมสูงที่วันนี้ระดับน้ำลดลงจนสามารถที่จะเปิดการเดินรถได้แล้วในหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางตัดถนนมิตรภาพ-บ้านไผ่-ชนบท-มัญจาคีรี สามารถเปิดการเดินรถได้เต็มช่องทาง เส้นทางสายขอนแก่น-ศาลปกครอง-เหล่านาดี-พระยืน สามารถเปิดเส้นทางการเดินรถได้ทุกช่ิองทาง ,ถ.มิตรภาพ ช่วงจุดกลับรถ บ.กุดกว้าง และสะพานต่างระดับข้ามทางรถไฟและข้ามแยกกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง สามารถเปิดเส้นทางการเดินรถได้ทุกช่องทาง มีเพียงเส้นทาง ถ.มิตรภาพสายเก่า ช่วงท่าพระ-เมืองเก่า ที่ยังคงมีน้ำท่วใขังระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม.รถขนาดเล็กควรเลี่ยงการผ่านในเส้นทางดังกล่าว โดยที่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตั้งป้ายแจ้งเตือนน้ำท่วม รวมทั้งแนวระดับ้ำและแนวถนน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนได้เพิ่มความระมัดระวังขณะขับผ่าน

      ขณะที่ระดับน้ำที่ลดลงจากแม่น้ำชีที่ลดลง ทำให้ขณะนี้หลายหมู่บ้านเริ่มอนุญาตให้ประชาชนทยอยเข้าสำรวจความเสียหายและตรวจสอบบ้านเรือนของตนเองแล้ว ทำให้วันนี้มีเจ้าของบ้านรวมทั้ง ห้างร้านต่างๆที่ทยอยเข้าสำรวจความเสียหายและเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่ยังคงไม่กล้าที่จะเก็บกระสอบทรายที่ถูกนำมาทำแนวกั้นน้ำหรือจัดการจราจรทางน้ำ เนื่องจากยังคงต้องเตรียมการรับมือกับก้อนน้ำลูกที่ 2 ที่จะไหลเข้าพื้นที่ จ.ขอนแก่นอีกระลอก และจากน้ำที่ท่วมขังนานกว่า 3 สัปดาห์ ส่งผลให้น้ำที่ท่วมขังมีกลิ่นเหม็นเน้าคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ

      นายเรืองโชค ชัยคำรงค์กุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพรม-เชิญ กล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุ “คมปาซุ” ที่พาดผ่านเข้ามาในพื้นที่อีกระลอก ทำให้เกิดฝนตกที่เหนือเขื่อนห้วยกุ่มและเขื่อนจุฬาภรณ์ และอ่างน้ำพรม ทำให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ระบายน้ำออกมา 32 ล้าน ลบ.ม. เมือวันที่ 17 ต.ค. ดยน้ำดังกล่าวนั้นจะไหลลงมาที่ลำน้ำพรม ซึ่งรับน้ำได้ที่ 80 ลบ.ม.ต่อนาที จากนั้น 18 ต.ค.ได้มีการระบายน้ำอีก 29 ลบ.ม. วันที่19 ต.ค. ระบายน้ำเพิ่มที่ 19 ลบ.ม.และวันที่ 20 ต.ค.มีการระบายน้ำอีก 7 ลบ.ม. รวม4 วันมีการระบายน้ำออกมาประมาณ 90 ลบ.ม.

      “มวลน้ำครั้งนี้ เป็นมวลน้ำก้อนใหญ่ ได้เข้าท่วมพื้นที่เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว และบ้านแท่น จ.ชัยภูมิ และมวลน้ำก้อนนี้ได้ไหลมารวมกับน้ำพรมที่อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น และกำลังท่วมในพื้นที่ต.โนนทอง อ.หนองเรือ ซึ่งการระบายน้ำและมวลน้ำที่เข้ามาในนพื้นที่ขอนแก่นนั้น ชลประทานได้ทำหนังสือแจ้งทางจังหวัดได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้จังหวัดแจ้งมายังอำเภอและกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ต่างๆได้ทราบ เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบและเก็บสิ่งของขึ้นที่สูงและรับมือกับมวลน้ำก้อนใหญ่ที่กำลังเดินทางมาอีกระลอก”

      นายเรืองโชค กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ที่เขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำ เกินความจุการเก็บกักแล้ว 140 ลบ.ม. จึงมีการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ เพื่อควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ จาก 15 ลบ.ม.เพิ่มเป็น21 ลบ.ม.และจะระบายเพิ่มเป็น 25 ลบ.ม. และถ้าจะเพิ่มการระบายน้ำขึ้นไปอีกก็จะต้องประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมวลน้ำก้อนนี้จะไหลผ่านไปยัง จ.มหาสารคามและ จ. ร้อยเอ็ด และประมาณวันที่ 28ต.ค.จะถึงพื้นที่อุบลราชธานี ซึ่งชลประทานได้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละพื้นที่ได้รับทราบแล้ว ซึ่งการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์นั้น จะต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำ ส่วนการรับน้ำเข้าเขื่อนนั้น เขื่อนอุบลรัตน์ก็ต้องคำนึงถึงความแข็งแรงของเขื่อน ต้องควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน และควบคุมการระบายน้ำ เพราะเขื่อนอุบลรัตน์ต้องดูแลประชาชนในพื้นที่อยู่เหนือเขื่อนคือ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภูด้วย


Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง