ขอนแก่น ผู้ปกครองไม่เห็นด้วยหากหยุดเรียนออนไลน์ทั่วประเทศ1ปี (มีคลิป)

news2021_Facebook1
ads2500x300

ผู้ปกครองไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดนักวิชาการที่จะหยุดเรียนออนไลน์ทั่วประเทศ 1 ปี เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ปกครองมากขึ้น ชี้ แม้การเรียนออนไลน์จะมีประสิทธิภาพไม่เต็มร้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีกิจกรรมด้านการศึกษาเลย

        จากกรณี รองศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สุมิตร สุวรรณ รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิทยาเขตกำแพงแสน เสนอให้หยุดการเรียนการสอนทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากการเรียนออนไลน์ไร้ประสิทธิภาพ และส่งผลกระทบกับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย และนักเรียนชั้นประถมอย่างมาก ขณะที่นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการศึกษา เปิดเผยผลวิจัยชี้เด็กไทยเครียดจากการเรียนออนไลน์ ทำให้โดดเรียนออนไลน์มากกว่า 20% ขณะที่ผลสำรวจทั่วโลก ระบุว่าการเรียนออนไลน์ 1 ปี ทำให้การศึกษาถดถอย 20-50% และเป็นการตัดสินใจที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็กนั้น

        ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการเรียนออนไลน์ที่บ้านเลขที่ 259/1 หมู่ 9 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นอีก 1 ครอบครัวที่ต้องพาลูกนั่งเรียนออนไลน์หน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กผ่านระบบ ZOOM โดย น.ส.อัญญลักษณ์ รุณรุทธิ์ อายุ 32 ปี มารดาของ ด.ช.ณัฐศรัณย์ ศรีบุระ อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 กำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษกับครูชาวต่างชาติ พร้อมกับเพื่อนๆรวมทั้งหมด 37 คน โดยบรรยากาศการเรียนออนไลน์เป็นไปอย่างคึกคักมีการถามตอบระหว่างครูและนักเรียนเหมือนกับเรียนอยู่ภายในห้องเรียนด้วยกัน มีการทำกิจกรรมร่วมกันแม้การเรียนการสอนออนไลน์นั้นจะมีอุปสรรคและปัญหาติดขัดหลายอย่างของแต่ละบ้าน

น.ส.อัญญลักษณ์ รุณรุทธิ์ แม่ของเด็กนักเรียนชั้น ป.1
น.ส.อัญญลักษณ์ รุณรุทธิ์ แม่ของเด็กนักเรียนชั้น ป.1

        โดย น.ส.อัญญลักษณ์ รุณรุทธิ์ แม่ของเด็กนักเรียนชั้น ป.1 ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการเสนอให้หยุดเรียนทั่วประเทศ 1 ปี ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยและมีผลกระทบตามมาหลายอย่าง ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จ่ายค่าเทอมไปแล้ว พอไม่มีการเรียนก็ทำให้เด็กว่างไม่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องไปเสียเงินจ้างครูสอนพิเศษมาเหมือนเดิม เพราะไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนไม่อยากให้ลูกไม่ได้รับความรู้ทางการศึกษา การเรียนออนไลน์กับเด็กช่วงวัยอนุบาลหรือประถมนั้น มองว่ายังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ เพราะส่วนใหญ่การบ้านลูกก็เป็นการบ้านพ่อแม่ไปด้วย พ่อแม่ก็ต้องหาเวลามาเรียนพร้อมลูก หรือไม่ก็ต้องเสียการเสียงานเพื่อพาลูกเรียนและทำงานส่งให้ทันตามที่ครูสั่ง แม้การเรียนออนไลน์จะไม่มีประสิทธิภาพเต็มร้อยแต่ก็ดีกว่าที่เด็กไม่ได้เรียนเลย อย่างน้อยก็ยังเป็นกิจกรรมให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ผ่านหูผ่านตาบ้าง ดีกว่าอยู่บ้านจดจ่อแต่หน้าคอมหรือหน้าโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

        น.ส.อัญญลักษณ์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวการเรียนการสอนสำหรับเด็กในชั้น ป.1 อยากให้มีการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบZOOMให้มากที่สุดเพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้จากการถามตอบโดยตรงกับครูและได้ร่วมทำกิจกรรมการเรียนการสอนไปพร้อมกับเพื่อนๆ ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ในขณะนี้ดี และเป็นสิ่งที่เลือกและกำหนดให้เป็นไปตามที่เราต้องการไม่ได้ แต่เราสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ลูกได้รับความรู้จากการศึกษาด้านต่างให้มากที่สุดได้

ads2500x300
Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง