☕🍵 “กาแฟ vs ชาเขียว” ใครคาเฟอีนเยอะกว่า? เปิดข้อมูลก่อนเลือกแก้วปลุกพลังยามเช้า

Gemini_Generated_Image_kcfgzikcfgzikcfg

☕ กาแฟโดยทั่วไปมีคาเฟอีนมากกว่า
🍵 ชาเขียวมีคาเฟอีนน้อยกว่า
🍃 มัทฉะมีคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวทั่วไป
🧠 L-Theanine อาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
⚡ กาแฟเหมาะกับคนต้องการตื่นตัวเร็ว
🎯 ชาเขียวเหมาะกับคนต้องการโฟกัส
🏃 กาแฟเหมาะก่อนออกกำลังกาย
😌 ชาเขียวอาจกระวนกระวายน้อยกว่า

 

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งปั่นงานในออฟฟิศ หรือเตรียมอ่านหนังสือสอบ เครื่องดื่มที่หลายคนเลือกใช้เพื่อเพิ่มความตื่นตัวมักหนีไม่พ้น “กาแฟ” และ “ชาเขียว” ซึ่งทั้งสองชนิดมีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ แต่มีปริมาณและองค์ประกอบที่แตกต่างกัน จึงทำให้ความรู้สึกหลังดื่มอาจไม่เหมือนกัน

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “กาแฟกับชาเขียว อันไหนมีคาเฟอีนมากกว่ากัน?” คำตอบโดยทั่วไปคือ “กาแฟ” มีปริมาณคาเฟอีนมากกว่าชาเขียว เมื่อเปรียบเทียบเครื่องดื่มในปริมาณที่บริโภคกันทั่วไป อย่างไรก็ตาม ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดกาแฟหรือใบชา วิธีชง ปริมาณที่ใช้ และขนาดของเครื่องดื่มด้วย

โดยประมาณ กาแฟดริป 1 แก้วอาจมีคาเฟอีนประมาณ 95-200 มิลลิกรัม ขณะที่เอสเปรสโซ 1 ช็อต หรือประมาณ 30 มิลลิลิตร มีคาเฟอีนเฉลี่ยราว 63 มิลลิกรัม ส่วนมัทฉะมีคาเฟอีนประมาณ 35-70 มิลลิกรัมต่อหนึ่งเสิร์ฟ และชาเขียวที่ชงจากใบชาทั่วไปมีคาเฟอีนประมาณ 25-45 มิลลิกรัม ทั้งนี้ตัวเลขสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสูตรและวิธีเตรียม

ดังนั้น หากต้องการความตื่นตัวจากคาเฟอีนในปริมาณสูงกว่าโดยทั่วไป กาแฟจึงมีแนวโน้มตอบโจทย์มากกว่า แต่หากต้องการลดปริมาณคาเฟอีนลง ชาเขียวหรือมัทฉะในปริมาณที่เหมาะสมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

แล้วทำไมหลายคนจึงรู้สึกว่า “ดื่มชาเขียวแล้วตื่นแบบไม่ตื่นตระหนก” แม้จะมีคาเฟอีนอยู่ด้วย?

หนึ่งในคำอธิบายสำคัญคือชาเขียวมีสาร “แอล-ธีอะนีน” (L-Theanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบตามธรรมชาติในใบชา โดยมีงานวิจัยที่สนใจผลของ L-Theanine ต่อความผ่อนคลาย ความสนใจ และการทำงานร่วมกับคาเฟอีน จึงมีความเป็นไปได้ว่าการได้รับคาเฟอีนร่วมกับ L-Theanine อาจทำให้บางคนรู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิ โดยมีความรู้สึกกระวนกระวายน้อยกว่าการได้รับคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว

สำหรับกาแฟ คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง จึงสามารถช่วยเพิ่มความตื่นตัวและลดความรู้สึกง่วงได้ โดยทั่วไปคาเฟอีนจากกาแฟสามารถออกฤทธิ์ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในผู้ที่ตอบสนองต่อคาเฟอีนได้ดี แต่ในบางคนที่ไวต่อคาเฟอีน อาจเกิดอาการใจสั่น มือสั่น กระวนกระวาย หรือมีปัญหาการนอนหลับได้ และเมื่อฤทธิ์ของคาเฟอีนลดลง บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยหรือง่วงตามมา

ส่วนชาเขียว นอกจากมีคาเฟอีนแล้ว ยังมี L-Theanine ซึ่งอาจมีส่วนช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายควบคู่กับความตื่นตัว อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกล่าวว่า L-Theanine “ชะลอการดูดซึมคาเฟอีน” โดยตรง เพราะกลไกดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ง่าย ๆ สิ่งที่มีหลักฐานมากกว่าคือการทำงานร่วมกันของคาเฟอีนและ L-Theanine อาจส่งผลต่อความสนใจและความรู้สึกตื่นตัวในบางคน

สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือก “กาแฟ” หรือ “ชาเขียว/มัทฉะ” เครื่องดื่มแต่ละชนิดอาจเหมาะกับกิจกรรมและความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละคนแตกต่างกัน

กาแฟอาจเหมาะกับคนที่ต้องการความตื่นตัวอย่างชัดเจนในช่วงเช้า หรือต้องการคาเฟอีนเพื่อช่วยเพิ่มความตื่นตัวก่อนการออกกำลังกาย รวมถึงคนที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมของกาแฟคั่ว

ขณะที่ชาเขียวหรือมัทฉะอาจเหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนโดยทั่วไปน้อยกว่ากาแฟ และชื่นชอบความรู้สึกตื่นตัวควบคู่กับความผ่อนคลายจากองค์ประกอบของชา โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มกาแฟแล้วมักรู้สึกใจสั่นหรือกระวนกระวาย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนก็ยังสามารถมีอาการจากชาเขียวหรือมัทฉะได้เช่นกัน

ชาเขียวยังมีสารประกอบจากพืชหลายชนิด รวมถึงสารกลุ่มโพลีฟีนอลและคาเทชิน ซึ่งมีคุณสมบัติด้านสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ไม่ควรตีความว่าการดื่มชาเขียวเพียงอย่างเดียวสามารถ “ชะลอวัย” ได้โดยตรง เพราะสุขภาพและความเสื่อมตามวัยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอาหารโดยรวม การออกกำลังกาย การพักผ่อน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

รู้แบบนี้แล้ว การเลือกกาแฟหรือชาเขียวจึงไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าเครื่องดื่มชนิดใด “ดีกว่า” แต่ควรเลือกให้เหมาะกับปริมาณคาเฟอีนที่ต้องการ กิจกรรมในวันนั้น และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย

หากต้องการความตื่นตัวจากคาเฟอีนมากขึ้น กาแฟมักให้คาเฟอีนสูงกว่า ขณะที่ชาเขียวหรือมัทฉะอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการคาเฟอีนในระดับต่ำลง พร้อมได้รับสารประกอบจากใบชาไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกเครื่องดื่มชนิดใด ควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาล ครีม นมข้นหวาน หรือส่วนผสมเพิ่มเติมด้วย เพราะเครื่องดื่มที่ดูเหมือนให้พลังงานต่ำอาจมีน้ำตาลและพลังงานสูงได้หากเติมส่วนผสมเหล่านี้ในปริมาณมาก

สำหรับผู้ที่มีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ หรือไวต่อคาเฟอีน ควรลดปริมาณและหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนใกล้เวลานอน เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพการพักผ่อน

#กาแฟ #ชาเขียว #มัทฉะ #คาเฟอีน #สุขภาพ

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์

Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด