ย้อนแย้ง ตะแคงเดิน : กระจุกทุน กระจายอำนาจ แลนด์สไลด์ = ผูกขาด

ย้อนแย้ง ตะแคงเดิน : กระจุกทุน กระจายอำนาจ แลนด์สไลด์ = ผูกขาด
ปะจัน” โดย “เขี้ยวจัน

ที่นี่….ไม่ใช่คอลัมน์ร้องทุกข์ แต่เป็น การสังคมอุดมปัญญา ลุกขึ้นมา “ทวงสิทธิ” ของการเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ เจ้าของคะแนนเสียงที่เลือก “ตัวแทน” ในทุกระดับ ของการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารบ้านเมือง ด้วยข้าราชการ “ตัวแทน” จากส่วนกลาง ทุกกระทรวง ทบวง กรม…[ หน้ารวมบทความ ประจัน ]

         ประชาธิปไตย เสียงข้างมากๆ เรียกว่า “แลนด์สไลด์”  แต่การค้าส่วนแบ่งการตลาดมาก เรียกว่า “ผูกขาด” และมีข้อห้าม…แปลกแต่จริง……

การลดความเหลื่อมล้ำ ที่หลายคนอาจมองข้าม ด้วยว่าเป็น เศรษฐกิจแบบ “ทุนนิยม” หาใช่เผด็จการ ตามที่คนบางกลุ่มชี้นำ

ปฏิเสธได้ยากว่า ระบบทุนนิยม เปิดโอกาสให้ “มือยาว สาวได้”  แล้วใครกัน ที่มีโอกาสกันล่ะ…มันคือ กลุ่มคน กลุ่มน้อย ที่เรียกว่า ” อีลีท” กลุ่มคนมีเงิน มีอำนาจ ใช่ไหม

คำสองคำ ระหว่าง “มีเงิน มีอำนาจ” จึงเดินทางเกี่ยวก้อยมาด้วยกันเสมอ มีเงินซื้อ ซื้อ และซื้อ ได้ทุกอย่าง แม้จะสุดกู่ รู้กันทั้งประเทศ อยู่ต่างแดน ยังกดรีโมทมาถึงเมืองไทยได้  ใช้เงินฟาดหัว ให้คนไหว้ได้ มีอำนาจ ชี้เป็น ชี้ตาย ให้ตำแหน่ง ให้โอกาสเข้าถึงทรัพยากร

เราเห็น จะ จะ คาตา คามือ กรณีข้าราชการ เอื้อประโยชน์นายทุน ด้วยเงินค่า “น้ำชา”  แม้ต้องมีระบบการรายงานทรัพย์สิน ว่า ร่ำรวยผิดปกติไหม ก็มีการหลบ ฝาก คนรถ คนสวน คนใช้ “เงินสีเทา” เงินแหวกทุกเส้นทาง ใช่ไหม….

นอกจากกระแส ทุนนิยม แล้ว ยังมีนโยบายของรัฐ ที่มีส่วนทำให้มีการผูกขาด กระจุกอยู่กับกลุ่มคนมีเงิน มีอำนาจ เพียงเห็นหลังไวๆ ในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา มาดูกัน ว่า “บิ๊กดีล” ทางการค้าภาคเอกชน มีการควบรวบ มีอะไรกันบ้าง……

ปี 2563 : “ซีพี” เข้าซื้อ “เทสโก้ โลตัส” ทั้งหมดในประเทศไทย ใช้เงินราว 338,445 ล้านบาท ตาไม่ฝาด คือ หลักแสนล้าน จริง จริง คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ปฏิบัติหน้าที่ ตาม พรบ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ที่บัญญัติ เรื่อง การใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม การจำกัดการแข่งขัน การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ประชุมเครียดพิจารณา หลายครั้ง ด้วยข้อกังวลว่า จะกินรวบ ต้นน้ำ ยันปลายน้ำ คือ “ผลิต-ค้าส่ง-ค้าปลีก” ยื้อกันหลายยก สังคมกดดัน  สุดท้าย มีมติเสียงข้างมาก ว่า ควบรวมได้ เรียบร้อย “โรงเรียนซีพี”

ปี 2564 : “ทรู” เข้าซื้อกิจการ “ดีแทค” เลี่ยงคำว่า “ควบรวม” จึงไม่ต้องพิจารณาตามข้อกฎหมาย แต่เมื่อรวมกัน 2 เจ้า จะมีฐานลูกค้า ราว 51.3 ล้านราย มากกว่า เอไอเอส ทันที เรียบร้อย “โรงเรียนซีพี”

ปี 2565 : “กัลฟ์” เข้าซื้อ “เอไอเอส” และ “ ไทยคม” โดย เจ้าของที่ชื่อ “สารัชถ์  รัตนาวะดี” คนที่ติดอันดับเศรษฐีหุ้นเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ปี 2565  รวยกว่า 219,981 ล้านบาท

: อีก ดีล ที่ ดีลกัน เงียบๆ และมาประกาศ เมื่อต้นปี 2566 นี้เอง  คือ “ปั๊มบางจาก”  ซื้อ “ปั๊มเอสโซ่” กระโดด กลายเป็นเบอร์ 2 มีปั๊มรวมกัน 2,100 ปั๊ม เป็นรอง ปตท. ซึ่งมี 2,473 ปั๊ม

ในข่าวการเมือง มีการย้ายพรรค เรียกว่า “พลังดูด” คือ มีว่าที่ ส.ส.เข้าเป็นสมาชิกพรรค มากเป็นกลุ่มก้อน นั่นหมายถึง เพิ่มคะแนนเสียงในสภา บางพรรคอ้อน ขอ “แลนด์สไลด์” เป็นเสียงข้างมากที่จะได้สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล มีอำนาจ มีเงิน วงจรเดิม ๆ วนๆ กลับมาอีกครั้ง….ไม่นาน รู้กัน..

ฉายภาพชัด ว่า ”ทุนกระจุก” และประชาชน คนจน ยัง “จนกระจาย” …เหมือนเดิม…

Leave a Response

ใส่ความเห็น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง