หาเสียง ด้วยเงินประชาชน

หาเสียง ด้วยเงินประชาชน
ปะจัน” โดย “เขี้ยวจัน

ที่นี่….ไม่ใช่คอลัมน์ร้องทุกข์ แต่เป็น การสังคมอุดมปัญญา ลุกขึ้นมา “ทวงสิทธิ” ของการเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ เจ้าของคะแนนเสียงที่เลือก “ตัวแทน” ในทุกระดับ ของการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารบ้านเมือง ด้วยข้าราชการ “ตัวแทน” จากส่วนกลาง ทุกกระทรวง ทบวง กรม…[ หน้ารวมบทความ ประจัน ]

ดร. เศรษฐพุฒิ  สุทธิวาทนฤพุฒิ  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  ออกมาพูดกับสื่อแบบตรงๆ  พร้อมกับมื้ออาหารที่ทานกันเบาๆ แต่เป็นประเด็นร้อน ที่นักข่าวเก็บตก มาขยายผล ขยี้หัวใจ ใครอีกหลายคนได้คิด ได้ตรอง ด้วยสมอง ใช่อารมณ์ที่ เฮ..ตามยาหอมมอมเมา เคลิ้ม กว่าจะรู้ตัวว่าถูกล้วงเงินออกจากกระเป๋า “นักเลือกตั้ง”  ก็เสวยสุขไปแล้ว แถมบางราย หนีคดีความ เตลิดไปนอกประเทศ แล้วหันกลับมาด่าทอบ้านเกิดของตัวเอง  ซะอีก…

รัฐบาล มาจาก การรวมเสียงข้างมาก ในการจัดตั้งทีมบริหารประเทศ

สส.-สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์ มาจาก ระบบตัวแทนที่พี่น้องประชาชน ไปหย่อนบัตรเลือกมาไงล่ะ ชื่อก็บอกว่า พวกเขาเป็น  “ผู้แทนราษฏร

มองไปก็เหมือน การต้องวิเคราะห์ ความชอบของผู้บริโภค  นักตลาด จึงแทงใจ แบบโดนใจเสริฟ ตรงใจของลูกค้า ลด แลก แจก แถม มาเมื่อไหร่ ขายเกลี้ยง

แคมเปญ ทางการเมือง การหาเสียงจึงไม่ต่างกัน  ของมา รับทันทีแบบฟ้าผ่า ถูกใจทุกคน จึงเรียกว่า “ประชานิยม” นิยม ชมชอบ ขออีก ขออีก

ขอพูดแบบเปิดหน้า ไม่เม้ม ไม่กั๊ก ยุคนี้ข้อมูลถึงกัน รู้กันพรวดเดียว ทั่วประเทศ…

จำนำข้าวทุกเม็ด“  ถูกใจ ชาวนา กระดูกสันหลังของประเทศ ฟังดูดี พี่น้องชาวนา เฮ..กันตรึม แต่ในทางปฏิบัติ ซื้อแพง ขายถูก เสียหายกว่า 6 แสนล้าน  คนเซ็นติดคุก จนด้วยหลักฐาน เงินโกงเข้ากระเป๋าเอกชน แต่หนี้เป็นของแผ่นดิน  หรือคนไทยทุกคน  ต้องทะยอย ตัดจ่ายจากงบประมาณแผ่นดิน ต่อเนื่องกัน 16 ปี รู้กันยัง ?……

“เศรษฐพุฒิ “  ในฐานะเบอร์หนึ่งฝ่ายกำกับ ดูแล “ตลาดเงิน” ของประเทศ พูดชัดว่า เศรษฐกิจไทย มีจุดแข็ง เรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศ สอบผ่าน ไม่น่ากังวล กับการฟื้นตัว หลังโควิด-19

แต่สิ่งที่เขากังวลใจ มี 2 เรื่อง คือ สงครามระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น และยังไม่รู้ว่าจะจบลง เมื่อใด ส่วนอีกเรื่อง เป็น เรื่องกัดกร่อน ภายในประเทศ คือ นโยบายของบางพรรคการเมือง ที่เริ่มโปรยออกมาแล้ว ว่า จะทำให้ตลาดการเงินผิดเพี้ยน บูดเบี้ยว  หรือ นักการเงินรู้จักกันดี ว่า มันคือ Market  Dysfunction  เปิดหน้ากัน ออกมาแล้ว อาทิ

บำนาญคนชรา 3,000 บาท ต่อเดือน : ปัจจุบัน พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ รับกัน คนละ 700./บาท ต่อเดือน พวกเขารู้ดีว่าสังคมไทย ขยับไปสู่สังคมสูงวัย คนกลุ่มนี้และ เป็นฐานเสียงกลุ่มใหญ่  จึงพุ่งเป้ามากลุ่มนี้ (จากเดิม กลุ่มใหญ่ คือ วัยรุ่น)  เงินที่งอกเพิ่มขึ้นมานี้ มองหา ทั้งป้ายหาเสียง หรือ เสียงที่เปล่งหาเสียง ไม่ยักกะมีว่า เงินส่วนนี้จะนำมาจากที่ใด  ทายกันไหม ว่าคงไม่แคล้ว จากเงินแผ่นดินอีกเช่นเคย…เคย..

พักหนี้ พักดอกเบี้ย กองทุน กยศ : เยาวชน ที่กู้ยืมเงิน จาก กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา-กยศ. สถิติ พบว่า มีผู้กู้ มากกว่า 3 ล้าน ราย และ ในจำนวนนี้ กว่า 1 ล้านราย ถูกบังคับคดี-หมายถึง มีการเบี้ยวหนี้ ถูกฟ้อง และนำทรัพย์มาจ่ายหนี้  นโยบายแบบนี้ คนเป็นหนี้ ชอบใจ เพราะ เป็นหนี้ แล้วไม่ต้องใช้หนี้ แต่เงินที่ใช้ไปแล้วนั้น เป็นเงินแผ่นดิน ใช่ไหม  ยิ่งจะทำให้คนรุ่นใหม่ ขาดวินัยทางการเงิน ก้าวข้ามไม่พ้นความจนสักกะที  พรรคการเมืองได้คะแนนเสียง ได้ตัว สส. แต่ประเทศชาติ ซีด เงินแห้งขอด ต้องกู้ หนี้ท่วมแผ่นดิน โทษ ใครกันล่ะ…..

นี่เพียง 2 พรรค ที่เปิด โปรยคำเสียงกันออกมาแล้ว ยังมีอีกหลายพรรคที่กำลังเขี่ยวคั้น แคมเปญกันอยู่

“เศรษฐพุฒิ “  มีความเห็นว่า นโยบายของรัฐ นับจากนี้ไป ไม่ควรแจกกระจายทั้งประเทศ ทุกคน ทุกเพศ แต่ควรเจาะเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมากกว่า 90% ของทุกประเทศทั่วโลก  เขาก็ทำ เช่นเดียวกัน ส่วน กลุ่มอื่นๆ ต้องปรับตัว ขยัน ช่วยกันทำมากิน ใช่เพียงรอเงินแจก ของฟรี….ไม่มีในโลก

….”ซานตาครอส”  ยังมา ปีละหน….คนไทยจะรอแจก ตลอดทั้งปี และของฟรี….ไม่มีในโลก   ได้อย่างไรกัน ??   สุดท้าย เราจะส่งต่อแผ่นดิน พร้อมหนี้สิน ให้ ลูก หลาน หรือไร …….ต้องมี สติ  ในการฟัง และคิดตาม ….

แบงค์ชาติ ยุคนี้ เป็นคนหนุ่ม ที่กล้าพูดความจริง …บ้านเมืองต้องการคุณ……

** ขอบคูณ ฐานข้อมูล จาก สำนักข่าวอิสรา

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง