“มุกดา” และ “สรัสนันท์” 2 สส.หญิงแห่งเมืองขอนแก่น

"มุกดา" และ  "สรัสนันท์" 2 สส.หญิงแห่งเมืองขอนแก่น
ปะจัน” โดย “เขี้ยวจัน

ที่นี่….ไม่ใช่คอลัมน์ร้องทุกข์ แต่เป็น การสังคมอุดมปัญญา ลุกขึ้นมา “ทวงสิทธิ” ของการเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ เจ้าของคะแนนเสียงที่เลือก “ตัวแทน” ในทุกระดับ ของการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารบ้านเมือง ด้วยข้าราชการ “ตัวแทน” จากส่วนกลาง ทุกกระทรวง ทบวง กรม…[ หน้ารวมบทความ ประจัน ]

งานวิจัยหลายชิ้น รวมทั้งการทำงานวิจัยอย่างจริงจังของ “รศ.ดร.อรทัย ก๊กผล”  พบว่า เส้นทางการเดินเข้าสู่เวที ทางการเมือง ของ “สส.หญิง”  มักมี “ชาย” เป็นผู้สนับสนุน หรือ มีส่วนในการสนับสนุน  เป็นไปได้น้อยมาก ที่พวกเธอจะเดินบนเส้นทางนี้ได้ โดยลำพัง…..

เคยมีการนำเสนอจากนักเคลื่อนไหวกลุ่มสตรี อย่าง women  Move ว่า ขอโควต้าให้ ผู้หญิง “นักการเมืองหญิง 20%”  แต่ในตอนท้าย ของการถกประเด็นนี้  ซึ่งใช้เวลายาวนาน ต่างคนต่างมีต้นทุนข้อมูล อาทิ จำนวนของประชากรหญิงมีสัดส่วนมากกว่าชาย พวกเธอจึงควรมีตัวแทนเข้าไปเป็นปากเสียง  แต่พอคุยไปมา ลงรายละเอียดกันว่า ผู้ญิงที่มีความพร้อม อาจไม่มากพอ และสุดท้ายพวกเธออาจกลายเป็น “หุ่นเชิด” ของผู้ชายที่มีอิทธิพล มองไปเป็นภาพลบ หน่อมแน้มลงไปอีก หลายกิโล

ประเด็นการตั้งโควต้า สำหรับผู้หญิง บนเวทีทางการเมือง ทุกระดับ จึง ตกไป ด้วยการนี้

ชวนหันมา มองเวทีการเมือง ตัวแทนหญิงระดับประเทศ ของการมี สส.หญิง ของจังหวัดขอนแก่น  กันนะ

พบว่า สส.หญิงคนแรก คือ “ศรีนวล ศรีตรัย” เมื่อปี 2538  ต่อมา ในปี 2539  มี สส.หญิงคนที่ สอง และครองเก้าอี้มายาวนาน คือ “มุกดา พงษ์สมบัติ”

เรามารู้จัก สส.หญิง ในปัจจุบัน ของ ขอนแก่น-เลือกตั้ง เมื่อ มีนาคม 2562  คือ   “มุกดา พงษ์สมบัติ”  และ “สรัสนันท์ อรรณนพพร “ ในบางมุมของพวกเธอกันนะ

มุกดา พงษ์สมบัติ”  วัย 70  เป็นชาวขอนแก่นโดยกำเนิด มีบุตรธิดา 5 คน ปักหมุดอยู่กับพื้นที่ ของการเป็น สส.เขต 4 : เขาสวนกวาง  อุบลรัตน์ และบ้านฝาง แจ้งบัญชี ทรัพย์สิน จำนวน 15.4 ล้านบาท

เธอลงสนามเวทีการเมือง สมัยแรก เมื่อปี 2539 สวมเสื้อ “พรรคกิจสังคม”  และ ลงสมัครทุกครั้ง ของการเลือกตั้ง หลุดโผไปบ้าง แต่นับจำนวนได้ 5 สมัย  นับว่า เป็น สส.หญิง ที่ขยันลงพื้นที่ เกาะติดประเด็นผู้หญิง เพราะมองว่า เป็นฐานเสียง ที่ “รักแล้ว รักเลย”

นั่งตำแหน่ง ระดับจังหวัด คือ การเป็นประธาน “กองทุนพัฒนาบทบาท สตรีจังหวัดขอนแก่น “ ซึ่งเป็นการทำงานของ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  หรือ พช.

พช.จังหวัดขอนแก่น ได้รับงบประมาณจัดสรร กองทุนฯ ตั้งแต่ปี 2560-2565 จำนวน 71/44/34/39/46/16  ล้านบาท ตามลำดับ  มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้สมาชิก กองทุนฯ กู้ยืมไปประกอบสัมมาอาชีพ และงบอุดนุนพัฒนาสตรี  แต่พบว่ามี NPL หรือ การไม่ชำระหนี้ ของกลุ่มสตรี  คำนวน เป็นร้อยละ   4/12/12/5/9/17  ตาม ลำดับ เช่นกัน หากเป็นไปตามเกณฑ์ของหน่วยงานต้นสังกัด เมื่อ มี NPL จะมีการลดเงินงบประมาณลง เพราะ เรียกเก็บเงินคืนไม่ได้  เรียกกันเข้าใจง่ายว่า “เบี้ยวหนี้”  หากเป็นหนี้ภาคเอกชน คงมีการฟ้องกันอุตลุด ไปแล้ว แต่นี่ “เงินหลวง” จึงต่างกันคนละองศา….

หมายเหตุ :

  1. จำนวนสมาชิก เมื่อ 20 มีนาคม 2565 กองทุนฯ จังหวัดขอนแก่น มีสมาชิกประเภทบุคคลธรรมดา 453,822 คน และ ประเภทองค์กร 1,559 องค์กร
  2. 2. “มุกดา พงษ์สมบัติ” ประกาศลาออกจากการเป็น ประธานฯ แล้ว

ในเวทีระดับประเทศ เธอเป็น ประธานกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฏร

เมื่อ 19 ธันวาคม 2562 เธอออกมา “ขอโทษ” ประชาชน กรณี มี สส.ชาย “จูบกัน” ในสภาฯ อันเป็นการไม่ให้เกียรติสถานที่ จะแสดงความรักต่อกัน ควรไปอยู่ในที่ส่วนตัว

เมื่อ ปี 2563 มีการตรวจเข้มเรื่อง โควิด-19 สังคมจึงได้รู้ว่า ทายาทของเธอ “อาทิตยา พงษ์สมบัติ” เป็น เลขานุการ คณะกรรมาธิการฯที่ มารดาเป็นประธาน  สังคมเพิ่งได้รับรู้ จากการที่มีผู้หญิงชุดดำ-อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ อาจเป็นผู้ติดเชื้อ จึงถูกกักตัวที่รัฐสภา เป็นข่าวกันไปแล้ว

สนามเลือกตั้ง ปี 2566 จึงเป็นความท้าทายอีกครั้งของ “มุกดา พงษ์สมบัติ”  จะสวมเสื้อ เพื่อไทย หรือปันใจ ไปเป็นอื่น  หรือจะส่งทายาท เจ้าตัวยัง “นิ่ง” ท้าทายการติดตามของเจ้าของคะแนนเสียงเขต 4-จังหวัดขอนแก่น ยิ่งนักแล

———

สรัสนันท์ อรรณนพพร ”   ทายาทแห่งตระกูลดังของเมืองขอนแก่น  บิดา-มารดา หลงไหลเวทีการเมือง จึงหล่อหลอมส่งต่อไปยังรุ่นลูก อย่างตั้งใจ หรือโดยธรรมชาติ มิอาจรู้ได้

เธอเข้าป้าย ด้วยแรงหนุนของ “บิดา”  เป็น สส.ป้ายแดง-สมัยแรก  เขต 8 : โคกโพธิ์ชัย/แวงใหญ่/แวงน้อย/พล ด้วยวัย 33 แจ้งบัญชีทรัพย์สิน 8.4 ล้านบาท

ฝีปากกล้า รับหน้าที่เป็นโมษก คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ ออกมาวิพากษ์ ผู้นำ แรงๆ หากเป็นประเด็น การบริหารบ้านเมือง ด้านการต่างประเทศ

เคยขึ้นเวที “ไล่หนูตีงูเห่า” กับ พรรคเพื่อไทย ที่ศรีษะเกษ มาแล้ว บทในพรรคจึง “ยกนิ้ว” และอาจสร้างความหนักใจ ให้บิดา คราเมื่ออาจหอบเสื้อผ้า ย้ายสังกัด ด้วยกฏเหล็กของพรรค ว่า ครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก ต้องสังกัดพรรคเดียวกัน ห้ามแตกแถว ….อัยย๊ะ……

สนามเลือกตั้งปี 2566 จึง “หนักอก”  ตระกูลนี้ ชาวบ้านจึงต้องคิดก่อนออกไปคูหาเลือกตั้ง

2 สส.หญิง แห่ง เมืองขอนแก่น นับเป็นอัตรา 20 %  ของ 10 สส. ของทั้งจังหวัด เป๊ะ… ตามข้อเรียกร้องขององค์กรสตรี  แต่บทบาท ของพวกเธอ เจ้าของคะแนนเสียง พิจาณาได้เอง  ตามที่เห็น ตามที่เป็น……

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง