เหตุระทึกศาลาริมน้ำถล่ม สรุปยังมีผู้สูญหายอีก2รายเป็นแม่ค้าขายกาแฟและผู้ช่วย   


กรณีเหตุระทึก ศาลาริมน้ำวัดบ้านแหลมพังถล่ม จมหายทั้งหลัง ผู้คนตกน้ำลอยคอหวีดร้องโกลาหล ชาวบ้านช่วยเหลือ กันทุลักทุเล มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 คน สูญหาย 2 คน เป็นแม่ค้าขายกาแฟ สงสัยติดอยู่ใต้ซากศาลาที่พังถล่มยังไม่ทราบชะตากรรม รอง ผวจ.ระดมนักประดาน้ำลงงมค้นหาแต่ยังไม่พบตัว สั่งปิดศาลาอีกหลังที่อยู่ติดกันหวั่นเกิดเหตุสลดซ้ำรอย พ่อค้าข้าวหมูแดงเผยก่อนเกิดเหตุรู้สึกศาลาสั่นเป็นพักๆ เดินลงไปดูเห็นเสาเอียงแต่ไม่ได้เอะใจ กลับขึ้นมาขายต่อพักเดียวก็พังถล่ม คาดสาเหตุจากเสาหัก รอวิศวกรมาตรวจสอบอย่างละเอียด

เหตุระทึกขวัญศาลาริมน้ำพังถล่มบาดเจ็บระนาว 23 คน สูญหาย 2 คน เปิดเผยเมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 16 ก.ค. ร.ต.อ.หญิงชุติมา บรรจงปรุ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเหตุศาลาที่พักพังถล่มบริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ข้างวัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดบ้านแหลม เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญหายหลายคน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ นำกำลังตำรวจประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย ไปให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นศาลาขนาดกว้างประมาณ 8 เมตร ยาว 15 เมตร พื้นคอนกรีตหลังคาทรงไทย 2 หลัง ปลูกอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง หลังหนึ่งพังถล่มจมลงไปในแม่น้ำที่มีความลึกประมาณ 12 เมตร ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนริมน้ำ ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของชาวบ้านและแม่ค้าละแวกใกล้เคียงส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นกลัว มีผู้คนที่นั่งอยู่ในศาลากว่า 30 คนพลัดตกลงไปลอยคออยู่ในน้ำพร้อมๆ กับศาลาที่พังถล่มจมหายไปทั้งหลัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รีบช่วยเหลือขึ้นมาเป็นที่โกลาหลทุลักทุเล มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 คน ถูกลำเลียงส่ง รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า และสูญหาย 2 คน ทราบชื่อ น.ส.พรวิไล หรือเหมียว เสือเล็ก อายุ 24 ปี แม่ค้าขายกาแฟ และนางสุรี ชื่นอุรา อายุ 37 ปี ญาติที่มาช่วยขายกาแฟอยู่ด้วยกัน

ต่อมานายประจินต์ ธารศิริสิน รอง ผวจ.สมุทรสงคราม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประสานรถเครนขนาดใหญ่ของบริษัทแม่กลองคอนกรีต มาดึงศาลาที่พังถล่มลงไปใต้น้ำเอาไว้ไม่ให้ไหลลงลึกไปอีก ขณะเดียวกันได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะกิจอำนวยความสะดวกแก่ญาติๆผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมให้หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำนักประดาน้ำสลับกันลงไปงมค้นหาผู้สูญหายทั้ง 2 คนที่คาดว่าจะติดอยู่ใต้ศาลาที่พังถล่ม การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำขึ้นและไหลเชี่ยวแรง

สอบถามนายสมศักดิ์ นวลพิจิตร อายุ 39 ปี พ่อค้าข้าวหมูแดงที่เปิดขายอยู่ในศาลาที่เกิดเหตุเผยว่า เปิดร้านขายมากว่า 20 ปีแล้ว เสียค่าเช่าให้คณะกรรมการวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดือนละ 350 บาท ก่อนเกิดเหตุมีลูกค้าเป็นชาวบ้านที่มาทำบุญวันอาสาฬหบูชาที่วัดพากันมานั่งเล่นและรับประทานอาหารอยู่ในศาลาประมาณ 30 กว่าคน ระหว่างนั้นรู้สึกว่าศาลาสั่นเป็นพักๆ ตนเดินลงไปดูเห็นเสาใต้ศาลาเอียงเฉียงลงไปในแม่น้ำ ไม่ได้เอะใจอะไรเดินขึ้นมาขายของต่อ สักพักเดียวศาลาก็พังครืนลงมาทั้งหลัง โชคดีตนรีบหนีออกมาจากศาลาได้ก่อนไม่ได้ตกลงไปในน้ำด้วย สำหรับศาลาที่พักริมน้ำดังกล่าวเป็นของวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ปลูกสร้างมานานกว่า 40 ปี ให้ชาวบ้านมานั่งพักผ่อน มีร้านค้าในศาลาประมาณ 5-6 ร้าน อาทิ ร้านขายข้าวหมูแดง ร้านอาหารตามสั่ง ร้านกาแฟ ร้านขายของชำ ร้านขายหนังสือเก่า เก็บค่าเช่าร้านละ 350 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังเป็นท่าเทียบเรือข้ามฟากและเรือขนาดเล็กทั่วไป หลังเกิดเหตุ นายประจินต์ ธารศิริสิน รอง ผวจ.สมุทรสาคร สั่งให้เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมากั้นและมีหนังสือระงับการใช้ศาลาริมน้ำอีกหลังที่อยู่ติดกันเพราะหวั่นเกรงจะเกิดอันตรายแบบเดียวกับหลังที่พังถล่ม ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากเสาหัก อย่างไรก็ตามจะต้องให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 คนที่ถูกนำส่ง รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เป็นชาย 10 คน หญิง 13 คน หลังรักษาพยาบาลแล้วแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 15 คน ยังต้องนอนรอดูอาการที่โรงพยาบาล 8 คน ทราบชื่อ ด.ญ.บัญฑิตา ผลเจริญ น.ส.สุนัน เต็งสกุล นายบุญสืบ วรรณาวงษ์ นายฉลวย แสงจันทร์ น.ส.ศุภานิดา คุ้มอนุวงศ์ นายศุภณัฐ มณีรัตน์ นางสีนวล สนามเขต และ น.ส.กรวี สนันท์บุญ ส่วนผู้สูญหาย 2 คนยังไม่ทราบชะตากรรม นักประดาน้ำลงงมค้นหายังไม่พบตัว

ที่มา/ดูคลิป https://www.thairath.co.th/news/local/central/1616496








17 กรกฎาคม 62 08:08:03




Copyright © 2019 KhonKaenLink.info / All rights reserved.