ขอนแก่น ล่าสาวแสบ!ตีเนียนหลอกตายายว่าเป็นเพื่อนลูก เผลอแอบฉกเงินออมเกือบ2แสนบาท (มีคลิป)   


ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย คนใหม่ สั่งรื้อคดีล่าตัวมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเป็นเพื่อนบ้านลูกหลานที่ กทม. ฉกเงินสดเกือบ 2 แสนของตายายที่เตรียมไว้ให้ลูกหลานสำหรับเผาศพตัวเอง หลบหนีไปอย่างลอยนวลพร้อมกับข่า 1 กำที่ยายตั้งใจขุดไปฝากลูกหลาน

    เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 กรกฎาคม 2562  ที่บ้านเลขที่ 135 ม.4 บ้านสงแดง ต.นาแพง อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.โผนชัย ครองยุทธ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและสอบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ หลังจากมีคนร้ายเป็นหญิง อ้างตัวเป็นเพื่อนกับลูกหลานของสองตายายเจ้าของบ้าน ตลบมุ้งลักเอาเงินสดจำนวน 180,000 บาทไป โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา


    พ.ต.อ.โผนชัย ครองยุทธ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย กล่าวถึงการลงพื้นที่พบผู้เสียหายครั้งนี้ ว่า ทราบจากญาติของนางคำเหมือนและนายอวน สะเดา สองตายาย ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวว่า มีการแจ้งความคดีลักทรัพย์เงินสด 180,000บาท ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่คดีไม่คืบหน้า จึงต้องลงพื้นที่มาพบตา ยาย เพื่อขอทราบรายละเอียดของการเกิดเหตุในวันที่คนร้ายเข้ามาเอาเงินจำนวนดังกล่าวไป เนื่องจากตัวเองย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ ผกก.เมื่อเดือนมีนาคม คดีดังกล่าวเกิดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จึงไม่ทราบรายละเอียด แต่จากการตรวจสอบพบว่า พนักงานสอบสวนคนเดิมที่รับแจ้งความในขณะนั้น มีการสอบสวนผู้เสียหายในเบื้องต้นไปแล้ว จากนั้นก็ถูกโยกย้ายไปอยู่ที่ จ.เลย แต่ไม่มีการมอบสำนวนดีให้พนักงานสอบสวนรายอื่นดำเนินการต่อ ทุกอย่างจึงเงียบหาย แต่เมื่อทราบเรื่องก็ไม่นิ่งนอนใจ จึงได้ลงพื้นที่มาสอบถามรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และมอบหมายให้ พ.ต.ท.เทียรไชย ชาวส้าน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.โคกโพธิ์ไชย ดูแลคดีดังกล่าว เพื่อจะได้ติดตามสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง หาเบาะแสของคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด

    ทางด้านนางคำเหมือน สะเดา อายุ 88 ปี เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ขณะที่ยายกับตา นั่งเล่นอยู่ที่กระต๊อบหน้าบ้าน ก็มีหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี ผิวดำแดง สูงประมาณ 155ซม. ขี่รถจักรยายยนต์สีดำลายพรางทหาร ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดริมถนนใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน จากนั้นหญิงรายดังกล่าวก็เข้ามายกมือไหว้ ทักทายพร้อมแนะนำตัวว่า เป็นเพื่อนกับลูกสาวและหลานสาวของตากับยาย ที่ขายของอยู่ติดกันที่ กทม. และแนะนำตัวเองว่าเป็นลูกสาวนายประเสริฐชาวบ้านหนองหวาย ตำบลเดียวกัน เดินทางมาจากกรุงเทพ กลับมาร่วมงานศพญาติ จึงแวะมาหาตากับยาย เพื่อเอาข่าอ่อนกับมะกรูดไปให้ลูกสาวกับหลานสาวตามที่ลูกสาวตายายสั่งมา พร้อมทั้งยังบอกอีกว่าลูกสาวยายจะเดินทางกลับอาทิตย์หน้านี้ และมีการพูดคุยกันอยู่นานเป็นชั่วโมง ด้วยความดีใจว่าลูกจะกลับมาก็คล้อยตามคำที่หญิงรายดังกล่าวพูด จึงไปขุดเอาข่าที่ปลูกอยู่หลังบ้าน และหญิงรายดังกล่าวก็ขอเข้าห้องน้ำ ก่อนจะไปลงมือก่อเหตุขโมยเอาเงินสดที่มีแต่เงินแบงก์พันและแบงก์ห้าร้อยรวมประมาณ 180,000 บาทซึ่งอยู่ในกางเกงขาสั้นของตาไป ซึ่งตนเองก็ไม่ได้เอะใจคิดว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพราะปกติตาจะเก็บรักษาเงินติดตัวไว้ตลอดเวลา แต่เป็นวันเกิดเหตุเพียงวันเดียวที่ตาไม่ได้เอาเงินออกมาด้วย พอคนร้ายรายนี้ได้เงินแล้วก็ออกมาจากบ้านก่อนจะเอาข่าที่ตนเองขุดไว้ให้ลูกหลานจำนวน 1 กำมือขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

    ซึ่งตนเองมารู้ตัวอีกทีก็ตอนเข้านอนแล้ว จึงได้โทรศัพท์ไปบอกลูกหลานที่ กทม.ว่าโดนขโมยเงิน หลานสาวจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบในคืนดังกล่าวทันที และเดินทางกลับขอนแก่นเพื่อเข้าแจ้งความในวันต่อมา โดยเงินจำนวนทั้งหมดตนเองกับตาเก็บสะสมมาร่วม 10 ปี เตรียมไว้ให้ลูกหลานเอาไว้ใช้จ่าย เพราะคิดว่าเมื่อพ่อกับแม่เจ็บป่วย ให้ลูกหลานเอาเงินก้อนนี้ไปเป็นค่าหมอ และเมื่อพ่อ แม่ตาย เอาเงินก้อนนี้ทำบุญให้พ่อแม่ เพื่อไม่ต้องเป็นความเดือดร้อนของลูกหาน และที่ไม่ได้เอาไปฝากธนาคาร เพราะคิดว่า เวลาจำเป็นต้องใช้เงินจะเกิดความยุ่งยากเสียเวลากับการเบิกเงิน เดินทางลำบาก และไม่เคยคิดว่าเงินจะหาย เพราะในทุกๆวัน ตาจะใส่กางเกงที่ในกระเป๋าใส่เงินแสนตลอด

    ทางด้าน นายอวน สะเดา สามีของยายคำเหมือนกล่าวว่า หลังจากลูกสาวที่อยู่กรุงเทพฯซึ่งเป็นผู้ที่คนร้ายอ้างว่ารู้จัก ทราบเรื่องก็โทรศัพท์ไปที่สภ.โคกโพธิ์ไชย แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบในคืนเกิดเหตุทันที ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจพูดจาเหมือนไม่ใช่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถามตายกับยายว่า เงินที่หายไป จำได้หรือไม่ว่า เป็นเงินพ.ศ.อะไร เลขอะไร เขียนชื่อไว้ในแบงก์หรือไม่  ทั้งยังบอกว่า ให้อยู่นิ่งๆ อย่าพูดเยอะ มันจะปรักปรำคนอื่น จะมีความผิด และขอกางเกงไปตรวจลายนิ้วมือคนร้าย ตากับยายงงๆกับคำพูดของตำรวจ เพราะตากับยายเก็บเงินที่ได้ จากที่ลูกหลานแบ่งมาให้ใช้ และได้จากการขายวัว  เมื่อรัฐบาลให้เงินเดือนผู้สูงอายุ ก็แบ่งบางส่วนเป็นเงินเก็บ เก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วย ไม่ได้เขียนชื่อกำกับไว้ เมื่อมีคนร้ายมาขโมยไป ตากับยายก็ไม่มีใครอยากให้เกิด ตาไม่เคยคิดว่าจะได้คำพูดเหล่านี้ จากตำรวจ ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่น่าพูดออกมา ถ้าจะพูดแบบนี้ ก็เท่ากับว่าไม่อยากทำงานบริการประชาชน








3 กรกฎาคม 62 14:21:51




Copyright © 2019 KhonKaenLink.info / All rights reserved.