เปิดโปง กลลวง "จ่าติดHIV"หลอกตุ๋ยเด็ก (มีคลิป)   


เปิดใจพยานคดี “จ่าตั้มสายเปย์” กลัวแต่ต้องกล้าเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ปลอมตัวเป็นนักสืบไซเบอร์ติดตามพฤติกรรมก่อนตัดสินใจส่งเรื่องถึง “บิ๊กโจ๊ก”  วอนเหยื่อเข้าแจ้งความและเข้าสู่กระบวนการเยียวยารักษาที่ถูกต้อง

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 8 พ.ย.2561 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายนนท์ นามสมมุติ อายุ 30 ปี (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง) พยานสำคัญในคดีที่ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์  ค่อมสิงห์ อดีตทหารสังกัดกองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ จ.ขอนแก่น ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. สนธิกำลังร่วมตำรวจท่องเที่ยว,บช,สตม.และ บช.ภ.4  จับกุมตัวได้หลังตระเวนก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กและเยาวชนชาย ที่มีอายุระหว่าง 13-18 ปี ในหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศ โดยที่เจ้าตัวรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวก่อนตัดสินในส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร.และมีการส่งเรื่องไปยังเพจของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ  หักพาล รรท.ผบช.สตม.(รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) จนนำมาสู่แนวทางการสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวได้ดังกล่าว

นายนนท์ (นามสมมุติ) กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เสียหายที่เป็นน้องในหมู่บ้าน ได้มาเล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟังเนื่องจากถูกข้าราชการทหารในพื้นที่นั้นข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า “จักรกฤษณ์  ค่อมสิงห์” ทำการติดต่อเข้ามา โดยมีข้อความระบุว่าจะให้เงินเดือนๆละ 5,000 บาท และโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ จนกระทั่งมีการพูดคุยผ่านเฟสบุ๊ก และมีการส่งภาพในลักษณะลามกอนาจารให้กันและกันระหว่างชายกับชาย จนกระทั่งมีการนัดแนะพบกันภายในเขต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเมื่อผู้เสียหายไปพบตามนัดก็พบว่าไม่ใช่บุคคลคนเดียวกันในรูปที่ปรากฏก่อนที่ผู้ต้องหาจะทำการข่มขืนบนรถ โดยอ้างว่าหากไม่ยอมจะเผยแพร่ภาพลามกอนาจารที่มีอยู่ และในครั้งที่ 2 ผู้ต้องหาได้ติดต่อมาอีกครั้งโดยระบุว่าหากไม่มาพบและมีเพศสัมพันธ์ด้วยจะมีการเผยแพร่ภาพในโลกโซเชียลมีเดียและภาพที่จะเผยแพร่นั้นเป็นคลิปภาพที่ถูกข่มขืนซึ่งผู้ต้องหานั้นติดตั้งกล้องแอบถ่ายไว้ภายในรถ



ขอนแก่น ตำรวจรวบอดีตทหาร ติดเชื้อHIVตุ๋ยเด็กชายกว่า70ราย "บิ๊กโจ๊ก" สั่งตั้ง6ข้อหาหนัก (มีคลิป)

โดยทำให้เหยื่อจำใจต้องเดินทางไปพบอีกครั้งเพราะหวังว่า จ.ส.อ.จักกฤษณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "จ่าตั้ม" นั้นจะยอมลบภาพทิ้ง แต่ผู้ต้องหาก็ไม่ลบ และใช้คลิปภาพดังกล่าวบังคับขู่เข็ญและข่มขืนกระทำชำเราเหยื่อรายดังกล่าวถึง 4 ครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจมาเล่าเรื่องดังกล่าวให้ฟังเนื่องจากเหยื่อทนพฤติกรรมดังกล่าวนี้ไม่ไหวและไม่รู้จะไปพึ่งใคร ซึ่งเมื่อรู้ถึงเหตุการณ์จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลในลักษณะของนักสืบไซเบอร์ ทำการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดจนสืบทราบแน่ชัดว่าผู้ต้องหาคือจ่าตั้ม จึงส่งเรื่องไปยัง เพจเฟสบุ๊กของ ศปอส.ตรและเพจของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อเข้ามา ซึ่งโดยส่วนตัวยอมรับว่ากลัวในเรื่องดังกล่าวเพราะผู้ต้องหาเป็นถึงข้าราชการ แต่ด้วยการที่ไม่ต้องการให้มีเหยื่อถูกหลอกในลักษณะดังกล่าวนี้อีกเพราะจากการที่ปลอมตัวพูดคุยกับจ่าตั้ม และหลายคนที่ถูกจ่าตั้มข่มขืนกระทำชำเรานั้น ทุกคนถูกหลอกว่าจะได้เงิน ได้โทรศัพท์ ในลักษณะที่จ่าตั้มนั้นจะเปย์ และยอมจ่ายทุกอย่าง แต่กลับถูกบังคับข่มขืนกระทำชำแทบทุกคน

นายนนท์ กล่าวต่อว่า จากการที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วนั้นไม่เชื่อว่าจะมีผู้เสียหายเพียง 75 ราย เพราะจากการหาข้อมูลในโลกโซเชี่ยลมีเดียมีผู้ที่ถูกกระทำน่าจะมากกว่า 100 ราย แต่ไม่มีใครกล้าที่จะแสดงตัวและกล้าที่จะออกมาเปิดเผยตัวเอง แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนที่เป็นผู้ถูกกระทำจะต้องออกมาต่อสู้และให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ถึงที่สุด เพราะหากไม่ช่วยกันอาจจะมีเหยื่อที่ถูกข่มขืนกระทำชำเราหรือถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้อีกอย่างต่อเนื่องเพราะผู้ต้องหานั้นเลือกเหยื่อทั่วทั้งประเทศ ซึ่งประเทศไทยไม่ควรที่จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเราทุกคนต้องร่วมมือกัน ยอมรับว่าเหยื่อหลายคนกลัวความอับอาย แต่ถ้าไม่ร่วมมือกัน ไม่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่พยาน หลักฐาน ต่างๆก็จะไม่สามารถเอาผิดคนที่กระทำความผิดได้อย่างเต็มที่และเมื่อมาทราบว่าผู้ต้องหานั้นติดเชื้อเฮชไอวี ยิ่งทำให้ช็อคเพิ่มขึ้นจึงอยากให้เหยื่อได้เข้ารับการรักษาและเข้าสู่ขั้นตอนของการเยี่ยวยาจากหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขอนแก่น ตำรวจรวบอดีตทหาร ติดเชื้อHIVตุ๋ยเด็กชายกว่า70ราย "บิ๊กโจ๊ก" สั่งตั้ง6ข้อหาหนัก (มีคลิป)








9 พฤศจิกายน 61 10:19:44




Copyright © 2018 KhonKaenLink.info / All rights reserved.