รองผบ.ตร.ขอเวลาตรวจสอบเงินอย่างละเอียดก่อนคืนให้กับตำรวจเลย   


“รุ่งโรจน์”ขอเวลาตรวจสอบเงินอย่างละเอียดก่อนคืนให้กับตำรวจเลย กรณีการทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ตำรวจ ย้ำชัดไม่กลั่นแกล้งใครเพราะตำรวจคือผู้เสียหาย และการโยกย้ายที่กำลังจะมาถึงเป็นการโยกย้ายประจำปีที่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

                
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 ต.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ศูนย์รับเรื่องคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุระชัย  ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ประชุมร่วมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบงานสืบสวนและงานสอบสวน รวมทั้งการติดตามยึดทรัพย์และการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งในส่วนของ บช.ภ.4 และ คณะทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งขึ้นเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยในการประชุมครั้งนี้ไม่อนุญาตสื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสังเกตุการณ์หรือเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด โดยกำหนดให้สื่อมวลชนรออยู่บริเวณด้านหน้าห้องประชุมเท่านั้น




                
พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้แนวทางการสืบสวนและการสอบสวนนั้นมีความคืบหน้าอย่างมาก และในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้จากเครือข่ายของ พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช อดีต รอง ผบช.สกพ. (รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่แยกเป็นเงินสดและทรัพย์สิน ทั้งหมดจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและแสดงถึงสิทธิ์การครอบครอง เพราะคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีอาญา ดังนั้นการดำเนินงานทุกขั้นตอนนั้นต้องรัดกุม รอบคอบ เพื่อนำไปสู่การเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมด รวมทั้งการคืนทรัพย์สินหรือเงินให้กับตำรวจภูธรจังหวัดเลยในฐานะผู้เสียหาย


                
“การคืนทรัพย์สินหรือเงินสดให้กับข้าราชการตำรวจในคดีดังกล่าวนี้นั้นต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งคณะทำงานนั้นได้มีการจัดทำบัญชีและแผนการตรวจสอบของผู้เสียหายแต่ละรายไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งในการคืนเงินให้กับผู้เสียหายนั้น คณะทำงานคงไม่ลงลึกไปถึงการตรวจสอบหนี้ของแต่ตำรวจที่เป็นผู้เสียหายแต่ละราย แต่จะคืนในรูปแบบใดนั้นต้องรอให้คณะทำงานสรุปในภาพรวมเสียก่อน”
                
รอง ผบ.ตร.กล่าวต่ออีกว่า สำหรับข้อกังวลที่ว่าข้าราชการตำรวจทั้ง 196 ราย ที่เป็นผู้เสียหายในคดีความดังกล่าวนี้จะถูกโยกย้ายในการโยกย้ายประจำปีหรือไม่นั้น ในประเด็นดังกล่าวไม่ต้องกังวล เพราะการโยกย้ายนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ประเด็นดังกล่าวนี้ขอให้สบายใจได้








11 ตุลาคม 61 10:16:47




Copyright © 2018 KhonKaenLink.info / All rights reserved.