เผยชีวิตคู่ ชายสวีเดน-หญิงไทยขอนแก่น   


 
ชายสวีเดนได้สาวขอนแก่นเป็นคู่ชีวิต ปีกหลักชีวิตคู่ใน อ.อุบลรัตน์ 13 ปี เช้าเย็นเดินให้อาหารตามแหล่งชุมชนเลี้ยงสุนัข /แมว จรจัดมากกว่า 150 ตัว เปิดคลินิกเขยไทย -สะไภ้ฝรั่ง ให้คำปรึกษาสาวอีสานมีสามีฝรั่งทั้งด้านสุข กับทุกข์ ป้องปรามค้ามนุษย์ในต่างแดน
 
นายบรรณรัตน์ เก่งกสิกิจ ผอ.ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จ.ขอนแก่น  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ได้มี นายยอน บิยอคลันด์ อายุ 76 ปี เชื้อชาติ-สัญชาติ สวีเดน สามีของ นางชลิตา บิยอนคลันด์  อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 10 บ้านภูเขาวงษ์ ต.เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้อุ้มชูเลี้ยงสุนัข และ แมว จรจัด มากกว่า 50 ตัว ที่อยู่ในบ้านหลังใหญ่ และเช้าเย็นได้เดินไปให้อาหารสุนัข - แมว จรจัดที่อยู่ในชุมชน ต.เขื่อนอุบลรัตน์มากกว่า 100 ตัว 


จึงได้ไปตรวจสอบก็พบนายยอนและภรรยาชาวไทยได้ให้อาหารสุนัข - แมว อยู่ในบ้านอย่างมีความสุข นางชลิตา เล่าว่า ตนได้แต่งงานกับคนไทยมาสองครั้งไม่ได้จดทะเบียน มีลูกชายกับสามีคนแรกซึ่งได้เสียชีวิตไปนานแล้ว และลูกชายก็ทำงานอยู่ใน จ.ขอนแก่น และมีลูกสาวกับสามีคนที่ 2  ปัจจุบันอยู่ ด้วยกัน เมื่อสามีคนที่สองไปมีภรรยาน้อยจึงได้ตัดใจเลิกกับเขาเมื่อตอนลูกสาวอายุได้ 6 เดือน ซึ่งตนเย็บผ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ได้หอบลูกสาวกลับมาที่บ้านตอนนั้นอยู่ใน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น โดยรับเย็บผ้า ตัดเสื้อผ้าอยู่ในบ้านตนเอง
อยู่ได้ไม่นานก็มาสมัครที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.ขอนแก่น หลักสูตร 6 เดือน 350 ชั่วโมง หลังจากนั้น ครูผู้สอนก็ให้ไปฝึกงานที่หาดจอมเทียนพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อ 13 ปีที่แล้ว ในช่วงนั้นตนได้พบเจอนายยอนใกล้จะเกษียณอายุในประเทศของเขา พร้อมได้หย่ากับภรรยาสวีเดนด้วยกัน จึงตกเป็นพ่อม่ายก็มาเที่ยวหาความสุขให้ตัวเองที่เมืองไทย ซึ่งนายยอนเคยเป็นสโต๊ก หรือเส้นเลือดแตกในสมองเล็กน้อย เป็นอัมพาตครึ่งซีกด้านซ้าย พร้อมน้ำตา-น้ำลายไหลตลอด เมื่อนายยอนเป็นแขกเข้ามานวด อาการดีขึ้น และสื่อภาษามือเข้าใจกัน นายยอนจึงบอกให้ตนดูแลเขาด้วย เมื่อตนก็ต้องการหาคนดูแลด้วยเช่นกัน จากที่มีลูก 2 คน และถ้านายยอนรับผิดชอบลูกชายลูกสาวของตนได้ พร้อมกับไม่รังเกียจที่ได้ผ่านสามีคนไทยมาแล้ว 2 คน ซึ่งนายยอนตกลง
 
นางชลิตา บอกอีกว่า เมื่อนายยอนกลับไปที่ประเทศสวีเดนไม่นาน ได้ส่งเอกสารมาให้ตนทำพาสต์ปอร์ตไปเที่ยวสวีเดน ช่วงนั้นไม่ได้ภาษา พูดแบบงูๆปลาๆ ขอให้ผ่าน ตม.ให้ได้ก่อน เมื่อไปได้ก็ไปที่บ้านของนายยอนที่ประเทศสวีเดน 6 เดือน ก็ได้ทำหน้าที่นวดให้เขาทุกวันๆละ 2 ชั่วโมง จนนายยอนมีสุขภาพดีขึ้น จึงได้ขายบ้าน ขายทรัพย์สินที่มีอยู่ขอมาอยู่กับตนที่เมืองไทย โดยจะขอตนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย
 
ก็ได้ทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือถูกต้องในสังคมบ้านของตนเอง และพ่อแม่ ญาติพี่น้องยอมรับ จึงได้อยู่ที่ อ.หนองเรือ เมื่ออยู่ไม่นานได้มีญาติที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จึงได้ขอซื้อต่อจากญาติ พร้อมกับปลูกบ้าน ซื้อรถยนต์ รถ จยย. และใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่ที่ ต.เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นานถึง 3 ปี จึงได้ไปขอจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายประเทศไทย โดยมีลูกสาวอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใน อ.อุบลรัตน์อย่างมีความสุข
 
"หลังจากจดทะเบียนสมรสมีรายได้จากนายยอนมีเงินบำนาญจากเกษียณราชการในประเทศสวีเดน ก็ได้ทำตนเป็นประโยชน์กับสังคมในประเทศไทยด้วยการเลี้ยงสุนัข-แมว จรจัดที่มีคนเอาไปทิ้งตามสถานที่ต่างใน อ.อุบลรัตน์ เมื่อตนขับรถผ่านไปตามถนนต่างๆ เมื่อเห็นสุนัข-แมวจรจัด ก็อุ้มเขามาเลี้ยงที่บ้านของตนเอง โดยทำที่อยู่อาศัยให้เขา พร้อมมีเจ้าหน้าที่มาตรวจอยู่ตลอดเวลา ฉีดวัคซีน -ทำหมัน ให้สุนัข-แมว ที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ซึ่งมี สุนัข 22 ตัว แมว 24 ตัว นอกจากนี้นายยอนและตนก็ยังได้ขับรถไปตามชุมชนในตอนเช้า - ตอนเย็น ให้อาหารสุนัข - แมว ที่มีอยู่ทั่วไปในเขต อ.อุบลรัตน์ ที่มีมากกว่า 100 ตัว" นางชลิตา กล่าว
ในส่วนนายยอน บิยอคลันด์ กล่าวว่า ในการมาอยู่เมืองไทยกับภรรยาที่ชื่อว่านางชลิตามีความสุขมาก เพราะทั้งสองฝ่ายได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าหากันไม่ว่าจะด้านภาษา ด้านวัฒนธรรม และสภาพอากาศ และไม่มีปัญหาในด้านการเงิน  พร้อมได้สั่งการให้ญาติในประเทศสวีเดนไม่ต้องเดินเรื่อง หรือไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าตนเองเป็นอะไรไป ทรัพย์สินทุกอย่างที่อยู่ในเมืองไทยจะเป็นของภรรยาคนไทยทุกอย่าง เพราะได้ชุบชีวิตของตนให้ดีขึ้น พร้อมกับให้ความสุขกับตนได้มากกว่าภรรยาคนเก่าในประเทศสวีเดน และภรรยาคนไทยก็ไม่เคยคิดเอาเปรียบตนดูแลตนจนหายจากอัมพาตครึ่งซีก เพื่อนๆหลายคนจึงชอบสาวไทยอย่างมาก เพราะพูดเก่ง ใจดี มีรอยยิ้ม พร้อมกับมีอากาศดี จนตนได้อยู่ในเมืองไทยกับภรรยาคนไทยมานานถึง 13 ปี ถ้าตายไปขอให้ฌาปนกิจเป็นชาวพุทธในประเทศไทย เพราะสังคมเมืองไทยดี เป็นกันเอง แต่การเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย
 
ในส่วน นายบรรณรัตน์ เก่งกสิกิจ ผอ.ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จ.ขอนแก่น กล่าวว่า สถิติที่กรมการกงสุลได้รวบรวมพบว่า ชาวต่างชาติที่สตรีไทยนิยมแต่งงานด้วยมาจาก 10 ประเทศ คือ 1.เยอรมนี 50,000 คน 2.ฝรั่งเศส 30,000 คน 3.สหรัฐอเมริกา 30,000 คน  4.ออสเตรเลีย 25,000 คน 5.สหราชอาณาจักร 10,000 คน 6.สวีเดน 8,700 คน 7.ไต้หวัน 8,000 คน 8.ออสเตรีย 3,000 คน 9.ฟินแลนด์ 2,800 คน และ 10.เดนมาร์ก 1,086 คน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้จัดตั้งคลินิกหญิงไทยในสังคมพหุวัฒนธรรม หรือ "คลินิกสะใภ้ไทย - เขยฝรั่ง" ที่มีชื่อเป็นสากลว่า Counselling Clinic For Cross - Cultural Marriages ในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จ.ขอนแก่น เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย  เพื่อเป็นคลินิกให้คำปรึกษาสำหรับหญิงไทยในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งมีสามีเป็นชาวต่างชาติในประเทศต่างๆทั้งในยุโรป เอเชีย
 
 
 ซึ่งจะเป็นจุดบริการขอรับคำปรึกษาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีระบบในการส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทันท่วงที นอกจากนี้มีระบบข้อมูลที่บูรณาการภาพรวมข้อมูลของทั้งประเทศ เพื่อผลักดันนโยบายเกี่ยวกับสตรีและครอบครัวที่สมรสข้ามวัฒนธรรม และป้องกันป้องปรามการค้ามนุษย์ในต่างประเทศ
 
"การเป็นเมียฝรั่งช่วยให้ผู้หญิงไทยมากมาย โดยเฉพาะจากทางภาคอีสาน หลุดพ้นออกจากความยากจน จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้หญิงไทยในยุคปัจจุบันที่มีภาระหน้าที่ต่อครอบครัวของตนเอง โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กสาวในภาคอีสานไม่นิยมเรียนหนังสือ แต่จะไปหาประสบการณ์โดยทำงานในบาร์ และร้านนวดที่กรุงเทพฯ และศูนย์กลางการท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย ปรากฏว่าผู้หญิงหลายรายในกลุ่มนี้ได้พบกับรักแท้และพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ชายต่างชาติมากมายที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ชายต่างชาติที่เลือกจะใช้ชีวิตหลังเกษียณในเมืองไทย มองหาภรรยาชาวไทยหรือเมียฝรั่ง จึงส่งผลให้เห็นถึงปรากฏการณ์"สะใภ้ไทย - เขยฝรั่ง" ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะใน 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบนมีเป็นจำนวนมาก  จึงได้จัดตั้ง "คลินิกสะใภ้ไทย - เขยฝรั่ง" เป็นแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทยที่ จ.ขอนแก่น" นายบรรณรัตน์ กล่าว.







11 กันยายน 61 21:09:19




Copyright © 2018 KhonKaenLink.info / All rights reserved.